ไอทีแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้กระจายไปทั่วจนแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักการใช้อินเทอร์เน็ต หรือการมีโลกออนไลน์ส่วนตัวกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้คนทุกวันนี้ แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่งของสังคมเรื่องปกติธรรมดาแบบที่ว่ากลับเป็นสิ่งที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง
          เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มอบของขวัญปีใหม่แก่เด็กด้อยโอกาส ด้วยการลงนามความร่วมมือในการใช้ไอซีทีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

ไอซีทีดึง3หน่วยงานช่วยเด็กด้อยโอกาสลดสังคมเหลื่อมล้ำ

คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและดารสื่อสารในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและลดความเหลือมล้ำในสังคม ระหว่างกรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเร่งรัดพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารให้แก่ประชาชนเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองและชนบท
          โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ และยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของทั้ง 4 หน่วยงาน ให้มีทักษะ ความรู้และความสามารถทางวิชาการที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มคนด้อยโอกาสในสังคม รวมถึงเป็นการส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือทางด้านงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมที่มีคุณภาพระหว่างกันอีกด้วย
          รวมถึงเพื่อส่งเสริมระบบการจัดการเชิงพื้นที่ในเรื่องเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาให้เกิดระบบข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการของหน่วยงานในพื้นที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ และเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนให้กระทรวงสามารถบรรลุเป้าหมายในเรื่องนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการจัดการเชิงพื้นที่ในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
          โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารและกำกับทิศทางความร่วมมือทางวิชาการในการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคใ วางแผนผลักดันโครงการความร่วมมือที่มีความสำคัญให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ในระบบงานประจำของแต่ละคนหน่วยงานเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานระยะยาว

​ 

รายงาน: กปร.ระดมสมองหาทางออกวิกฤติน้ำท่วมภายใต้ หลักคิด หลักทำ ตามพระราชดำริ

สยามรัฐ ฉบับวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กปร.
          นายจริย์ ตุลยานนท์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในโอกาสการร่วมบรรยายพิเศษในการประชุมวิชาการพระราชดำริ : แสงส่องสู่ทางออกจากวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สำนักงาน กปร. และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) ณโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถึงโครงการบริหาหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริว่าโครงการนี้ได้เริ่มมาจากเมื่อปี 2538
          "ครั้งนั้นเป็นมหาอุทกภัยเหมือนกันซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัสว่ามนุษย์เราอยู่กับธรรมชาติ เราก็ต้องยอมรับว่าธรรมชาติต้องเป็นใหญ่ และน้ำก็เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาก ทรัพยากรน้ำก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ หากน้ำพอดี เราก็อยู่กันอย่างเป็นสุข แต่หากน้ำมากเกินไปก็เสียหาย หรือน้อยเกินไปก็ย่อมเสียหายฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้อยู่กับน้ำให้ได้"นายจริย์ ตุลยานนท์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คอลัมน์ สกว.ชวนคิด: ตรวจสอบทัศนะของสังคม น้ำท่วมที่ไทย กับ แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปัทมาวดี ซูซูกิ
          สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

          น้ำท่วมภาคกลางของไทยครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งเพราะความเสียหายเกินคาดคิด เมื่อพูดถึงการจัดการภัยพิบัติ หลายคนคิดเปรียบเทียบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่คนไทยมองเรื่องประสิทธิภาพของญี่ปุ่นในการจัดการหลังเกิดภัยพิบัติและระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นในภาวะวิกฤติ
          ผู้เขียนเองสนใจว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ คนไทยเรียนรู้อะไรบ้าง และคนญี่ปุ่นเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์สำคัญของเขา
          สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ ในขณะที่คนไทยคิดเรื่องทางกายภาพ การทำ flood way การทำเขื่อน น้อยคนนักที่จะพูดถึงปัญหาพื้นฐานสำคัญเรื่องปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการซับน้ำ การผันน้ำ และการระบายน้ำ และยิ่งมีคนจำนวนน้อยลงไปอีกที่จะตั้งคำถามไปถึงกระบวนการพัฒนาและปัญหาโครงสร้างสังคมที่เอื้อประโยชน์หรือยอมจำนนให้กับผู้มีอำนาจเสมอแม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เช่น ยอมให้มีการใช้ที่ดินผิดประเภทแม้จะมีกฎหมายบังคับ รวมถึงการออกนโยบายที่มีผลสนับสนุนให้เกิดการใช้ที่ดินผิดประเภทโดยละเลยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ดังกล่าว
          หากเราจะใช้ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างแล้วไซร้ ลองมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว สังคมญี่ปุ่นคิดไปไกลถึงไหนเกี่ยวกับปัญหาภัยพิบัติที่เพิ่งผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม...

คอลัมน์ Trade Watch: ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหารและพลังงาน บทเรียนจากมหาอุทกภัย

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 18 - 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
          ผู้ประสานงานชุดโครงการ
          ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม
          สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

          มิติความมั่นคงทั้งสามด้าน ได้แก่ ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านอาหาร และด้านพลังงานเป็นความมั่นคงที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน เป็นประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งที่ถูกเสนอขึ้นมาในหัวข้อการเจรจาภายใต้การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ"Rio+20"ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนปีหน้าที่กรุงริโอเดอจาเนโรประเทศบราซิลความมั่นคงทั้ง 3มิติ มักถูกมองแยกจากกันแต่จากปรากฏการณ์มหาอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของความมั่นคงทั้งสามด้านชัดเจนมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...

นักวิจัย สกว. พัฒนาเทคโนโลยีน้ำหอมติดทนนาน Chitora® เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม-ขยายตลาดเอเชีย

 

 

IMG_000005

          นักวิจัย สกว. จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในการค้นพบวิธีการควบคุมการปลดปล่อยความหอมเพื่อคงความหอมให้ยาวนาน โดยใช้สารจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนาต่อยอดจนเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเอเชียในงาน In-Cosmetic Asia 2011

 

อ่านเพิ่มเติม...

คอลัมน์ ทิศทางการเกษตร: ทางออกวิกฤตินํ้าท่วม

เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

          นายเฉลิมเกียรติ  แสนวิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้กล่าวในโอกาสเปิดการประชุมวิชาการ พระราชดำริ  แสงส่องสู่ทางออกจากวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งจัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงาน กปร. และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(สสท.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ว่าการประชุมวิชาการครั้งนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสรับฟังข้อมูลทางวิชาการรวมทั้งความคิดเห็นต่อโครงการต่าง ๆ ในการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชดำริเพื่อการบริหารจัดการมาเป็นเวลากว่า 60 ปีให้ได้มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...

ระดมสมองตอบโจทย์น้ำท่วม สกว.เปิดเวทีถกแนวพระราชดำริ

แนวหน้า ฉบับวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

         ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาน้ำท่วมมาตั้งแต่ปี 2538 โดยทรงอธิบายรายละเอียดทางวิชาการถึงการป้องกันน้ำท่วมประเทศไทยให้น้ำไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำตามธรรมชาติของน้ำทรงให้ตัดถนนที่ขวางทางน้ำเพื่อหาทางให้น้ำไหลลงสู่คลองระบายน้ำ และไหลสู่ทะเลโดยเร็ว สกว.จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) จัดการประชุมวิชาการ"พระราชดำริ : แสงส่องสู่ทางออกวิกฤติน้ำท่วม" ขึ้น
          "สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการนำเสนอหลักวิชาการ ในการบรรเทาอุทกภัยตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้อมูลสังเคราะห์จากงานวิจัยและวิเคราะห์อุทกภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นในปีนี้สู่สาธารณะ เพื่อให้มีการนำความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในการวางแผนหาทางออกและขยายผลต่อ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก"

อ่านเพิ่มเติม...

เปิดระยองโมเดล แก้ความขัดแย้งแย่งชิงน้ำ

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม-น้ำแล้ง มีปัญหาเหมือนกัน คือ คนไม่ไว้วางใจข้อมูลกันและขาดกลไกทำงานระดับพื้นที่
          บทเรียนจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในครั้งนี้ คือ ความขัดแย้งในเรื่องการระบายน้ำ เนื่องจากการปล่อยน้ำจากจุดหนึ่งเพื่อบรรเทาปัญหา ได้ส่งผลกระทบอีกจุดหนึ่ง ภาพที่ปรากฎให้เห็นคือความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐกับชาวบ้าน และชาวบ้านกับชาวบ้านด้วยกันเอง ดังนั้น การแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมไม่ว่าภัยน้ำท่วมหรือภัยแล้ง
          โครงการวิจัยในระดับชุมชน โดย สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลุย ที่เริ่มเข้าไปศึกษาและแนะแนวทางการจัดการปัญหาน้ำแล้งของตำบลตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน พบว่าความขัดแย้งลดลง ในขณะที่ปัญหาน้ำในฤดูแล้งเริ่มคลี่คลายลง
          "โมเดลที่ระยองถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ขณะนี้ได้ขยายไปใช้ใน 5 จังหวัด โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัย (สกว.) อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นโมเดล ที่ใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องน้ำได้ ทั้งน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง มีปัญหาร่วมกันคือขาดข้อมูลและกลไกระดับพื้นที่ในการแก้ปัญหา" 

อ่านเพิ่มเติม...

พระราชดำริ "ฟลัดเวย์-แก้มลิงแม่น้ำ" ทางออกน้ำท่วม

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ ทรงวางแนวทางป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่ถูกต้องไว้ มีพระราชดำริให้ความสำคัญเรื่องการทำ ฟลัดเวย์ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวพระราชดำริมาสานต่อทำให้สำเร็จ วันนี้คนไทยคงไม่เผชิญวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ลากยาวมาหลายเดือน สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง
          เวทีวิชาการ "พระราชดำริ : แสงส่องสู่ทางออกจากวิกฤติน้ำท่วม" จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ (กปร.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักวิชาการหลายคนย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของฟลัดเวย์ และแก้มลิง ซึ่งเป็นหนทางบริหารจัดการน้ำและบรรเทาอุทกภัยใหญ่
          ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล นักวิชาการอิสระ นำเสนอการบริหารจัดการน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริกรณีลุ่มน้ำเจ้าพระยา  กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยามี 157,925 ตารางกิโลเมตร มีคนอาศัยอยู่ 24 ล้านคน มีพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือพื้นที่น้ำท่วมถึง ( Floodplain) 35,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 22% ของพื้นที่ พื้นที่ชุมชนตามริมแม่น้ำมีคนอยู่มากกว่า 12 ล้านคน แล้วยังมีพื้นที่เกษตรกรรมชนบท 17,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ชลประทาน 16,000 ตารางกิโลเมตร

อ่านเพิ่มเติม...

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. รุมสับรัฐเมินคนจนคนรังสิตเตรียมแห่ฟ้อง
  2. สกว.ระดมสมองนักโลจิสติกส์ วางแผนรับมือ'ภัยพิบัติ'3ระยะ
  3. วช.เตรียมเสนอ"น้ำท่วม-ภัยแล้ง"วาระยุทธศาสตร์วิจัยชาติปี55-59
  4. 'ซุปเปอร์เอ็กซ์เพรสฟลัดเวย์'ทางด่วนผัน'มวลน้ำ'แก้ท่วมกทม.ถาวร
  5. โต้นัว'อีเอ็ม'ไม่ใช่'ป้าเช็ง' ปลัดทส.ยันแก้เน่าได้เดินหน้าแจกชาวบ้านอจ.จุฬาฯชี้ตำน้ำพริก