นักวิจัย สกว. คิดพัฒนาแท็บเล็ตช่วยบริหารจัดการน้ำ

         water001  

           เนื่องในโอกาสสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และวันน้ำโลก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยระบบการจัดการแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ “ศูนย์วิจัยระบบการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อความมั่นคงระดับจังหวัด” และเครือข่ายที่ร่วมดำเนินงานวิจัย ได้แก่ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สมุทรสงคราม จัดประชุมเวทีสาธารณะนโยบายน้ำ สกว. ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 ณ โรงแรมตวันนา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเวทีของการสร้างเครือข่ายความรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกัน ระหว่างหน่วยนโยบาย หน่วยปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความสามารถในการจัดการน้ำของชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด และลุ่มน้ำ และเป็น “พื้นที่” ให้หน่วยงานรัฐได้หาทางเลือกและตัดสินใจร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้ทรัพยากรน้ำที่มีจำกัดให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นธรรม และให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงใหม่ในอนาคต

 

อ่านเพิ่มเติม...

คอลัมน์ ฝั่งขวาเจ้าพระยา: เขื่อนแก่งเสือเต้นสูตรสำเร็จแก้น้ำท่วม

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 11 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

โชกุน
          เขื่อนแก่งเสือเต้น ถูกพูดถึงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยกรน้ำ (กยน.)ยืนยันว่ารัฐบาลจะผลักดันให้มีการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นโดยด่วน เพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งด้วย เพราะแม่น้ำยม ไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำ จึงทำให้ระบบการบริหารจัดการน้ำ มีช่องโหว่
          ทุกปี เมื่อเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน คือ บริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก  พิจิตรและนครสวรรค์ทีไร โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จะถูกปัดฝุ่น หยิบยกมาพูดถึงทุกที โดยหน่วยงานรัฐว่า มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพราะถ้าไม่สร้าง  น้ำก็จะท่วมอยู่อย่างนี้ไปชั่วนาตาปี

อ่านเพิ่มเติม...

สกว.จับมือสถานทูตฝรั่งเศสจัดสัมมนาทางวิทยาศาสตร์

img01022012_001

 

          เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือทางวัฒนธรรมและความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จัดการสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ “FRANCO-THAI SYMPOSIUM 2012” โดยมีนักวิจัยทั้งชาวไทยและฝรั่งเศสเข้าร่วมระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์นี้ กว่า 400 คน และมีการนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 120 ผลงาน จากนักวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ฝรั่งเศส 45 คน และไทย 45 คน รวมทั้งนักวิจัยจากประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 10 คน โดยผลงานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวกับงานวิจัยใน 3 สาขา ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วัสดุศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งการประชุมเพื่อพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานชาติในสาขาประสาทวิทยาศาสตร์ ธาลัสซีเมีย และพลังงาน ซึ่งคาดว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีในการเพิ่มความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยและฝรั่งเศสในสาขาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

 

อ่านเพิ่มเติม...

ไทย-ฝรั่งเศสสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ

แนวหน้า ฉบับวันที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

              สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือทางวัฒนธรรมและความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จัดการสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ "FRANCO-THAI SYMPOSIUM 2012" โดยมีนักวิจัยทั้งชาวไทยและฝรั่งเศสเข้าร่วมระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์นี้ กว่า 400 คน และมีการนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 120 ผลงาน จากนักวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ฝรั่งเศส45 คน และไทย 45 คน รวมทั้งนักวิจัยจากประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 10 คน โดยผลงานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวกับงานวิจัยใน 3 สาขา ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม...

13 หน่วยงานวิทย์พร้อมลุยวิจัยร่วมกับเซิร์น

เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

13 หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ ลงนามความร่วมมือไทย-เซิร์น หวังพัฒนาและสร้างบุคลากรด้านฟิสิกส์อนุภาคที่กำลังขาดแคลน
          ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยกับเซิร์น (CERN) หรือ องค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปเปิดเผยว่า หลังจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน หรือ สซ.ได้ลงนามความร่วมมือกับเซิร์น เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนเซิร์นถึง 4 ครั้ง และมีความสนพระทัยอย่างมากในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเซิร์น

อ่านเพิ่มเติม...

สกว.-มอ.ลงขัน4ล้านวิจัยน้ำท่วมสงขลา

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2555

ม.สงขลานครินทร์ลงขัน สกว. รวม 4 ล้านบาท สนับสนุนการวิจัยตอบโจทย์ชุมชนท้องถิ่น ประเดิม จ.สงขลา กับหัวข้อการจัดการน้ำท่วม หวังพัฒนานักวิจัยใหม่รองรับการทำงานพื้นที่และสร้างรากฐานความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายชุมชน
          ตามที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนานักวิจัย เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาในพื้นที่ และ จ.สงขลานับเป็นพื้นที่หนึ่งที่ สกว.ได้สนับสนุนการวิจัยเชิงพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2550 มีทุนเดิมของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ 32 ตำบล ที่ได้ร่วมการจัดทำบัญชีครัวเรือน แผนชุมชน รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลตำบลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจพัฒนาเชิงพื้นที่

อ่านเพิ่มเติม...

ไอทีแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้กระจายไปทั่วจนแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักการใช้อินเทอร์เน็ต หรือการมีโลกออนไลน์ส่วนตัวกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้คนทุกวันนี้ แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่งของสังคมเรื่องปกติธรรมดาแบบที่ว่ากลับเป็นสิ่งที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง
          เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มอบของขวัญปีใหม่แก่เด็กด้อยโอกาส ด้วยการลงนามความร่วมมือในการใช้ไอซีทีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

ไอซีทีดึง3หน่วยงานช่วยเด็กด้อยโอกาสลดสังคมเหลื่อมล้ำ

คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและดารสื่อสารในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและลดความเหลือมล้ำในสังคม ระหว่างกรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเร่งรัดพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารให้แก่ประชาชนเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองและชนบท
          โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ และยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของทั้ง 4 หน่วยงาน ให้มีทักษะ ความรู้และความสามารถทางวิชาการที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มคนด้อยโอกาสในสังคม รวมถึงเป็นการส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือทางด้านงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมที่มีคุณภาพระหว่างกันอีกด้วย
          รวมถึงเพื่อส่งเสริมระบบการจัดการเชิงพื้นที่ในเรื่องเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาให้เกิดระบบข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการของหน่วยงานในพื้นที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ และเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนให้กระทรวงสามารถบรรลุเป้าหมายในเรื่องนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการจัดการเชิงพื้นที่ในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
          โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารและกำกับทิศทางความร่วมมือทางวิชาการในการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคใ วางแผนผลักดันโครงการความร่วมมือที่มีความสำคัญให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ในระบบงานประจำของแต่ละคนหน่วยงานเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานระยะยาว

​ 

รายงาน: กปร.ระดมสมองหาทางออกวิกฤติน้ำท่วมภายใต้ หลักคิด หลักทำ ตามพระราชดำริ

สยามรัฐ ฉบับวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กปร.
          นายจริย์ ตุลยานนท์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในโอกาสการร่วมบรรยายพิเศษในการประชุมวิชาการพระราชดำริ : แสงส่องสู่ทางออกจากวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สำนักงาน กปร. และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) ณโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถึงโครงการบริหาหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริว่าโครงการนี้ได้เริ่มมาจากเมื่อปี 2538
          "ครั้งนั้นเป็นมหาอุทกภัยเหมือนกันซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัสว่ามนุษย์เราอยู่กับธรรมชาติ เราก็ต้องยอมรับว่าธรรมชาติต้องเป็นใหญ่ และน้ำก็เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาก ทรัพยากรน้ำก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ หากน้ำพอดี เราก็อยู่กันอย่างเป็นสุข แต่หากน้ำมากเกินไปก็เสียหาย หรือน้อยเกินไปก็ย่อมเสียหายฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้อยู่กับน้ำให้ได้"นายจริย์ ตุลยานนท์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คอลัมน์ สกว.ชวนคิด: ตรวจสอบทัศนะของสังคม น้ำท่วมที่ไทย กับ แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปัทมาวดี ซูซูกิ
          สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

          น้ำท่วมภาคกลางของไทยครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งเพราะความเสียหายเกินคาดคิด เมื่อพูดถึงการจัดการภัยพิบัติ หลายคนคิดเปรียบเทียบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่คนไทยมองเรื่องประสิทธิภาพของญี่ปุ่นในการจัดการหลังเกิดภัยพิบัติและระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นในภาวะวิกฤติ
          ผู้เขียนเองสนใจว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ คนไทยเรียนรู้อะไรบ้าง และคนญี่ปุ่นเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์สำคัญของเขา
          สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ ในขณะที่คนไทยคิดเรื่องทางกายภาพ การทำ flood way การทำเขื่อน น้อยคนนักที่จะพูดถึงปัญหาพื้นฐานสำคัญเรื่องปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการซับน้ำ การผันน้ำ และการระบายน้ำ และยิ่งมีคนจำนวนน้อยลงไปอีกที่จะตั้งคำถามไปถึงกระบวนการพัฒนาและปัญหาโครงสร้างสังคมที่เอื้อประโยชน์หรือยอมจำนนให้กับผู้มีอำนาจเสมอแม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เช่น ยอมให้มีการใช้ที่ดินผิดประเภทแม้จะมีกฎหมายบังคับ รวมถึงการออกนโยบายที่มีผลสนับสนุนให้เกิดการใช้ที่ดินผิดประเภทโดยละเลยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ดังกล่าว
          หากเราจะใช้ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างแล้วไซร้ ลองมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว สังคมญี่ปุ่นคิดไปไกลถึงไหนเกี่ยวกับปัญหาภัยพิบัติที่เพิ่งผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม...

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. คอลัมน์ Trade Watch: ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหารและพลังงาน บทเรียนจากมหาอุทกภัย
  2. นักวิจัย สกว. พัฒนาเทคโนโลยีน้ำหอมติดทนนาน Chitora® เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม-ขยายตลาดเอเชีย
  3. คอลัมน์ ทิศทางการเกษตร: ทางออกวิกฤตินํ้าท่วม
  4. ระดมสมองตอบโจทย์น้ำท่วม สกว.เปิดเวทีถกแนวพระราชดำริ
  5. เปิดระยองโมเดล แก้ความขัดแย้งแย่งชิงน้ำ