ประกาศสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เรื่อง การรับข้อเสนอโครงการกลุ่มเรื่องนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ 2561

TRF-NRCT Logo

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เรื่อง การรับข้อเสนอโครงการกลุ่มเรื่องนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ 2561

1. หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดความเสี่ยงทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมด้วยการกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจออกไปจากเมืองหลวง ที่ผ่านมาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับที่ 8 เป็นต้นมา ตลอดจนทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลได้เน้นความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ให้เจริญเติบโต อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือความเจริญเติบโตโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจของจังหวัดต่างๆ ยังไปได้ช้ามาก ในขณะที่ช่องว่างการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบทก็ยังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ทิศทางของการปฏิรูปประเทศมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับในอันที่จะเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based Approach) เพื่อลดช่องว่าง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างผลของการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ กลไกการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ประกอบด้วยภาคส่วนที่สำคัญ ได้แก่ กลไกภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน และภาควิชาการ ความเติบโตก้าวหน้าของพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของศักยภาพ ปัญหา ความต้องการ โอกาสและทางเลือก การพัฒนาของพื้นที่จำนวนมาก บทบาทของมหาวิทยาลัยในการทำงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดไปสู่ทิศทางการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Growth) จึงเป็นบทบาทที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งภายใต้ทิศทางการปฏิรูปประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ ในปัจจุบันรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการปฏิรูประบบงบประมาณที่เน้นการปฏิรูประบบงบประมาณเชิงพื้นที่ (Area Based Budgeting) ซึ่งสำนักงบประมาณกำลังดำเนินการปรับแก้กฏหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ และกระทรวงมหาดไทยจะต้องปรับกระบวนการทำแผนพัฒนาจังหวัดใหม่ โดยเน้นการใช้ข้อมูลความรู้ที่เข้มข้นและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอปัญหาและพิจารณาโครงการที่ส่วนราชการจะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหานั้น ในการนี้มหาวิทยาลัยจะเป็นโครงสร้างด้านความรู้ที่สำคัญมากเพื่อสนับสนุนให้จังหวัดมีข้อมูลและความรู้เพื่อการวางแผนแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างตรงจุด

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือศักยภาพและขีดความสามารถของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็กมีจำกัด ขาดระบบการบริหารจัดการงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถทำหน้าที่ตอบสนองโจทย์ปัญหาความต้องการของการพัฒนาจังหวัดและความคาดหวังของภาคส่วนต่างๆ ได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงมหาวิทยาลัยใหม่ ในปี 2558 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้มีนโยบาย Reportfiling มหาวิทยาลัยขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและการดำเนินภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นให้สูงขึ้น

ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ทดลองทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ 7 แห่ง ในช่วงปี 2555 - 2556 ภายใต้งานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Area Based Collaborative Research)  พบว่าสามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการการวิจัยภายในของมหาวิทยาลัยให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีนักวิจัยจำนวนมากขึ้นที่ให้ความสนใจกับโจทย์ปัญหาของพื้นที่และเข้ามาร่วมงานกับจังหวัดในการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวสามารถส่งผลต่อการพัฒนานักบริหารจัดการการวิจัยเชิงพื้นที่ สร้างบรรยากาศทางวิชาการที่เน้นการวิจัยที่ตอบโจทย์ของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนและการจัดบริการวิชาการ ทำให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้มแข็งขึ้น และส่งผลต่อทั้งการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัย การสร้างงานวิจัยที่รับใช้พื้นที่ การสร้างเครือข่าย และการยอมรับบทบาทของมหาวิทยาลัยจากชุมชนและหน่วยงานในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ต่อมาในปี 2557 - 2558 เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) จึงได้มอบให้ สกว. บริหารทุนวิจัยมุ่งเป้าในแผนงานนวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชน ซึ่งเป็นการให้ทุนในลักษณะใหม่ คือ ทุนเชิงสถาบัน (Institution Grant) โดยมีเงื่อนไขให้อธิการบดีต้องรับผิดชอบการมอบหมายบุคคลมาบริหารโครงการเพื่อนำไปสู่การปรับระบบบริหารจัดการการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้สามารถสร้างงานวิจัยและนักวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ได้ ภายใต้ทุนดังกล่าวซึ่งมีการให้เสนอข้อเสนอโครงการแข่งขันกัน มีมหาวิทยาลัยได้รับคัดเลือก  9 แห่ง ผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าวเกิดผลดีอย่างมากต่อการปรับระบบการบริหารงานวิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัย พิจารณาได้จากตัวบ่งชี้การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักวิจัยใหม่ จำนวนโครงการวิจัย ลักษณะของโจทย์วิจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาพบริบทปัญหาของพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยนั้นตั้งอยู่มากขึ้น มหาวิทยาลัยมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนและผู้ต้องการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยกับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน มีการนำนักศึกษาไปร่วมในกระบวนการวิจัยของอาจารย์ในหลายแห่งอีกด้วย

การกำหนดเงื่อนไขการให้ทุนเชิงสถาบันดังกล่าวนี้ มีผลเป็นการบังคับทิศทางของการใช้งบประมาณวิจัยเพื่อให้มหาวิทยาลัยเกิดการปรับตัวในด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการการวิจัยเพื่อให้มหาวิทยาลัยเลือกทำงานวิจัยในด้านที่ตนมีจุดแข็ง มีกระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มีการเชื่อมโยงการทำโครงการวิจัยของอาจารย์กับการจัดการเรียนการสอน มีเงื่อนไขการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่กำหนดไว้ในการให้ทุน เป็นต้น จากข้อกำหนดดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยเริ่มปรับกระบวนการบริหารจัดการภายในให้มีลักษณะบูรณาการมากขึ้น ผลจากการดำเนินงานให้ทุนต่อเนื่องในปี 2559 - 2560 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมในโครงการ 24 แห่ง พบว่ากระบวนการดังกล่าวนอกจากจะทำให้มหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับในการทำงานวิชาการเพื่อตอบโจทย์ของพื้นที่และหลายแห่งได้รับงบประมาณจากจังหวัดเพิ่มขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบในด้านการทำงานให้มหาวิทยาลัยสามารถเตรียมระบบเพื่อรองรับความท้าทายใหม่จากการที่รายได้จากการรับนักศึกษาลดลง และสามารถบริหารการใช้งบประมาณวิจัย เพื่อสนับสนุนการทำงานข้ามภารกิจวิจัย การเรียนการสอน บริการวิชาการได้เป็นอย่างดีด้วย

ดังนั้น ในปี 2561 คอบช. จึงเห็นสมควรสนับสนุนการดำเนินงานต่อเนื่องของทุนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ และเปิดโอกาสให้กับมหาวิทยาลัยที่สนใจเข้าร่วม เพื่อตอบสนองนโยบายในการทำให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่สามารถเป็นที่พึ่งทางวิชาการให้กับจังหวัดในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรกเกิดผลเป็นรูปประธรรมต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

2. วัตถุประสงค์

  • 2.1 เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนอง การแก้ปัญหาและพัฒนาตามโจทย์สำคัญระดับจังหวัดในมิติเศรษฐกิจและอาชีพ และตอบสนองนโยบายการขับเคลื่อน Thailand 4.0 โดยการวิจัยและนวัตกรรม
  • 2.2 เพื่อพัฒนาระบบจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ในการบริหารจัดการงานวิจัยทางต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยให้เกิดประโยชน์กับการปรับการเรียนการสอนและบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยที่จะนำไปสู่การสร้างความโดดเด่น/จุดเน้นของมหาวิทยาลัยในอนาคต
  • 2.3 เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนกลางเพื่อเสริมคุณภาพของโครงการวิจัย นักวิจัย และระบบบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการทำงานวิจัยรับใช้พื้นที่/สังคมของมหาวิทยาลัย
  • 2.4 เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการทุนวิจัยที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณวิจัยของประเทศ ผ่านการสร้างเงื่อนไขความร่วมมือ

3. ขอบเขตการดำเนินงาน

  • 3.1 กลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ คือ มหาวิทยาลัยขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งของรัฐและเอกชน
  • 3.2 ประเด็นโจทย์ให้ความสำคัญ

    โจทย์สำคัญของจังหวัดในมิติเศรษฐกิจและอาชีพ

    • การเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของเกษตรกรในการประกอบการเชิงธุรกิจ
    • การสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับการประกอบการของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงขนาดกลางในจังหวัด นวัตกรรมดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้งนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต (Process Innovation) และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Innovation)
  • 3.3 ระยะเวลา ดำเนินงาน 16 เดือน
    3.4 นิยาม : นวัตกรรมเชิงพื้นที่ เป็นการวิจัยเชิงพื้นที่ (Area-Based) พี่มีปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มคน/ชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมใน 4 ระดับ
    1. ระดับพื้นที่ คือ มีงานวิจัยและนวัตกรรมจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่จะช่วยตอบสนองการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ในประเด็นโจทย์สำคัญระดับจังหวัด มิติเศรษฐกิจและอาชีพ โดยเน้นให้มีการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของเกษตรกรในการประกอบการเชิงธุรกิจ และ การสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับการประกอบการของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงขนาดกลางในจังหวัด นวัตกรรมดังกล่าวอาจเป็นไปได้ทั้งนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต (Process Innovation) และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Innovation)
    2. ระดับสถาบัน คือ การเปลี่ยนแปลงในระบบบริหารจัดการการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อันจะมีผลต่อการเปลี่ยนคุณภาพ ปริมาณของงานวิจัย และบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อการสร้างความเจริญก้าวหน้าของพื้นที่จังหวัดในระยะยาว อาทิ การสร้างงานวิชาการที่มีคุณภาพจากโจทย์ที่สังคมไทยได้ประโยชน์ การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัย อันเป็นการปูฐานบันไดสำหรับอาชีพนักวิจัย การพัฒนาระบบและศูนย์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาพื้นที่ การพัฒนาระบบการสื่อสารกับสังคมเพื่อนำผลงานวิจัยไปสู่ผู้ใช้งานในพื้นที่ระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับชุมชน ขึ้นมาจนถึงระดับจังหวัด การปรับปรุงกฎระเบียบ กลไกเครื่องมือและพัฒนาขีดความสามารถบริหารในการบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพสูงในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของพื้นที่
    3. ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา คือ การพัฒนาระบบสนับสนุนกลาง อาทิ ระบบพี่เลี้ยงด้านระบบบริหารจัดการ ระบบพี่เลี้ยงด้านวิชาการเฉพาะผลกระทบ การพัฒนากลไกเครื่องมือทางระบบการพัฒนานักวิจัย การออกแบบการติดตามและประเมินผลลัพธ์และสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทั้งเครือข่าย การพัฒนาฐานข้อมูลของโครงการวิจัยทั้งหมดให้เชื่อมโยงและสามารถเรียกใช้ได้สะดวก เป็นต้น
    4. ระดับระบบการบริหารทุนวิจัยของชาติ คือ การพัฒนารูปแบบใหม่ของการบริหารจัดการการวิจัยที่เป็นการสร้างความร่วมมือเชิงสถาบัน การระดมทรัพยากรเข้าสู่การวิจัยเพื่อตอบโจทย์ที่เป็นรูปธรรมของพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วยการร่วมลงทุนสนับสนุนระหว่างมหาวิทยาลัยกับ สกว. และการจัดสรรทุนที่มอบอำนาจการจัดการให้กับสถาบัน (Institution Grant) ภายใต้เงื่อนไขของการพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

4. เป้าหมาย

  • 4.1 งานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานด้วย
  • 4.2 เกิดระบบบริหารจัดการงานวิจัยในมหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็งและประสิทธิภาพสูงในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของพื้นที่ อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบกลไก เครื่องมือและพัฒนาขีดความสามารถบริหารในการบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพสูงในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของพื้นที่ พัฒนาระบบและศูนย์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาพื้นที่ การสร้างบรรยากาศทางวิชาการ การพัฒนาระบบการสื่อสารกับสังคมเพื่อนำผลงานวิจัยไปสู่ผู้ใช้งานในพื้นที่ระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับชุมชน ขึ้นมาจนถึงระดับจังหวัด
  • 4.3 พัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัย อันเป็นการปูฐานบันไดสำหรับอาชีพนักวิจัย
  • 4.4 เกิดการระดมทรัพยากรเข้าสู่ระบบวิจัยเพิ่มขึ้น ด้วยการร่วมลงทุนสนับสนุนระหว่างมหาวิทยาลัยกับ สกว. และ/หรือหน่วยงานในและนอกพื้นที่

5. คุณสมบัติของผู้เสนอขอรับทุนและเงื่อนไข

  • 5.1 เป็นทุนระดับมหาวิทยาลัย ผู้มีสิทธิ์เสนอขอรับทุน คือ อธิการบดีหรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดี
  • 5.2 การร่วมทุนระหว่างมหาวิทยาลัยกับโครงการกลุ่มนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ในสัดส่วน 1:1 ฝ่ายละไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลา 16 เดือน
  • 5.3 มหาวิทยาลัยมีการจัดโครงสร้างการจัดการภายในและมอบหมายบุคคลระดับรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมาย 1 คน และผู้บริหารหน่วยจัดการ 1 คน ที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยร่วมกับ สกว. และมีการกำหนดหน่วยบริหารจัดการในระดับมหาวิทยาลัยที่จะเป็นหน่วยรับผิดชอบโครงการ
  • 5.4 เนื่องจากงานมีเป้าหมาย 2 ด้าน คือ 1) การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ 2) การพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิชาการในมหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็งและประสิทธิภาพสูงต่อการสร้างความเจริญก้าวหน้าของพื้นที่จังหวัดในระยะยาว ผู้เสนอโครงการจะต้องนำเสนอข้อวิเคราะห์โจทย์ปัญหาความต้องการของพื้นที่ ทุนเดิมของความร่วมมือหรือการทำงานร่วมกับหน่วยงาน/ภาคีในพื้นที่โดยเฉพาะส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นซึ่งเป็นกลไกบริหารจัดการพื้นที่ ทุนเดิมและจุดแข็งของมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงกับการตอบโจทย์ของพื้นที่ที่เลือก สถานการณ์ระบบการบริหารจัดการงานวิจัย งานวิชาการของมหาวิทยาลัย เป้าหมายและรูปธรรมของสิ่งที่ต้องการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นภายใน 16 เดือน
  • 5.5 การจัดสรรงบประมาณ
    • 5.5.1 การสนับสนุนทุนวิจัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของวงเงินงบประมาณรวม
    • 5.5.2 การบริหารจัดการโครงการ ไม่เกินร้อยละ 20 ขอวงเงินงบประมาณรวม

6. การพิจารณาข้อเสนอโครงการ

การพิจารณาข้อเสนอโครงการมี 2 ขั้นตอน โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

  • 6.1 เกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอโครงการเบื้องต้น
    • 6.1.1 ข้อเสนอโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศทุนที่ระบุไว้
    • 6.1.2 มีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนสอดคล้องตามแนวทางประกาศทุน
    • 6.1.3 สถาบัน/หน่วยงาน และผู้รับผิดชอบโครงการมีความรู้ และประสบการณ์การบริหารจัดการ งานวิจัยและคาดได้ว่าจะสามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยได้ตลอดเวลาการรับทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • 6.1.4 มีทุนการทำงานเดิมในการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคม พื้นที่และชุมชนท้องถิ่น และ/หรือนโยบายในการขับเคลื่อนการทำงานในลักษณะนี้
  • 6.2 เกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอโครงการโดยละเอียด
    • 6.2.1 การพิจารณาข้อเสนอโครงการโดยละเอียด ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ 1) การให้คะแนนเบื้องต้นจากการประเมินเอกสารข้อเสนอโครงการ (100 คะแนน) ผนวกกับ 2) การให้คะแนนจากการนำเสนอและการสัมภาษณ์ (ุ60 คะแนน) สำหรับผลคะแนนรวมที่ได้จะนำมาหาค่าเฉลี่ยแล้วจัดลำดับ เพื่อพิจารณาสนับสนุนทุนต่อไป โดยกระบวนการประเมินให้คะแนนในทั้งสองส่วนนี้ สกว. จะดำเนินการทาบทามคณะกรรมการมาเป็นผู้ประเมินให้คะแนนต่อไป
    • 6.2.2 กรณีโครงการที่มีการสะท้อนความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคีผู้ใช้งานในระดับพื้นที่ (งบประมาณ หรือการสนับสนุนอื่นๆ) จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

7. การส่งเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper) / ข้อเสนอโครงการ (Full Proposal)

  • 7.1 ขั้นตอนการเสนอข้อเสนอโครงการ
    • 7.1.1 ขั้นตอนการเสนอเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)
      1. ขอให้ผู้เสนอโครงการนำเสนอเอกสารเชิงหลักการ โดยส่งตรงมายัง สกว. ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ทั้งนี้เอกสารเชิงหลักการควรมีความยาวไม่เกิน 10 หน้า
      2. สกว. จะเชิญผู้สนใจที่เสนอเอกสารเชิงหลักการมาร่วมประชุมชี้แจงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ เพื่อความเข้าใจในแนวคิด ทิศทางการดำเนินการ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561
    • 7.1.2 ขั้นตอนการเสนอข้อเสนอโครงการ (Full Proposal) และการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ผู้เสนอโครงการส่งข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ โดยส่งตรงมายัง สกว. ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561
  • 7.2 การส่งเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)
    • 7.2.1 ผู้สนใจสามารถส่งเอกสารเชิงหลักการ ตามแบบฟอร์มเสนอเอกสารเชิงหลักการ (แบบเอกสารเชิงหลักการ) โดยสามารถ Download แบบฟอร์มได้ที่ www.trf.or.th
    • 7.2.2 นำส่งเอกสารต้นฉบับที่มีการลงนามผู้เสนอโครงการ พร้อมหนังสือนำส่งข้อเสนอเอกสารเชิงหลักการจากอธิการบดีหรือเอกสารอื่นที่แสดงถึงการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยต่อการดำเนินโครงการ พร้อมสำเนาจำนวน 15 ชุด ถึง สกว. ตามที่อยู่ด้านล่าง ในเวลาราชการ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561
    • 7.2.3 การส่งเอกสาร กรณีมีการส่งด้วยตนเองให้ส่งภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ณ หน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (หน่วย ABC) และหากส่งทางไปรษณีย์ จะต้องประทับตราไปรษณีย์ หรือผู้ให้บริการในลักษณะไปรษณีย์ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561
    • 7.2.4 ขอสงวนสิทธิ์ในการรับพิจารณาเฉพาะเอกสารต้นฉบับที่นาส่งมีรายละเอียดครบถ้วนตามเงื่อนไข และหากพ้นกาหนดจะถือว่าเป็นโมฆะ
    • 7.2.5 การจ่าหน้าซอง
      เรียนผู้อำนวยการ
      หน่วยบูณณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (หน่วย ABC)
      สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
      เลขที่ 979/17-21 ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์
      ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

      (การวิจัยกลุ่มเรื่องนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่)
      สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2278 8236, 0 2278 8200 ต่อ 8341 email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • 7.3 การส่งข้อเสนอโครงการ (Full Proposal)

    ผู้สนใจสามารถส่งข้อเสนอโครงการตามแบบฟอร์มข้อเสนอโครงการ (แบบข้อเสนอโครงการ) โดยสามารถ download แบบฟอร์มที่ www.trf.or.th

    • 7.3.1 ขอให้จัดทำข้อเสนอโครงการเป็นภาษาไทยตามแบบข้อเสนอโครงการ (Full Proposal) โดยมีรายละเอียดครบถ้วนทุกข้อ และมีเนื้อหาตามที่กำหนด ใช้ font TH Sarabun PSK ตัวหนังสือขนาด 16
    • 7.3.2 ขอให้นักวิจัยส่งข้อเสนอโครงการวิจัย ต้นฉบับที่มีการลงนาม และต้องมีหนังสือนำส่งข้อเสนอโครงการจากอธิการบดีหรือเอกสารอื่นที่แสดงถึงการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยต่อการดำเนินโครงการ พร้อมสำเนาจำนวน 15 ชุด และแผ่นบันทึกข้อมูลข้อเสนอโครงการ (MS word) จำนวน 2 ชุด ถึง สกว. ตามที่อยู่ด้านล่าง ในเวลาราชการ ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้เพื่อใช้ในการจัดทำสัญญาหากโครงการได้รับการอนุมัติ
    • 7.3.3 การส่งเอกสาร กรณีมีการส่งด้วยตนเองให้ส่งภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ณ หน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (หน่วย ABC) และหากส่งทางไปรษณีย์ จะต้องประทับตราไปรษณีย์ หรือ ผู้ให้บริการในลักษณะไปรษณีย์ ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561
    • 7.3.4 เอกสารต้นฉบับที่นำส่งจะมีรายละเอียดครบถ้วนตามเงื่อนไข และหากว่าพ้นกำหนดจะถือว่าเป็นโมฆะ
    • 7.3.5 ขอสงวนสิทธิ ไม่ส่งข้อคืนข้อเสนอโครงการวิจัยของผู้ที่ไม่ได้รับทุน โดยจะดำเนินการทำลายข้อเสนอโครงการวิจัยดังกล่าว
    • 7.3.6 การจ่าหน้าซอง
      เรียนผู้อำนวยการ
      หน่วยบูณณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (หน่วย ABC)
      สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
      เลขที่ 979/17-21 ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์
      ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400)

      (การวิจัยกลุ่มเรื่องนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่)
      สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2278 8236, 0 2278 8200 ต่อ 8341 email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  •  

8. การแจ้งผลการพิจารณา

ทั้งนี้ การจัดสรรทุน คอบช. จะแจ้งผลพิจารณาให้นักวิจัยทราบสำหรับผู้ที่ผ่านการพิจารณาให้ผู้เสนอโครงการทราบ ทาง website ที่ www.nrct.go.th และ www.trf.or.th และจดหมายส่งตรงไปที่หน่วยงานผู้เสนอขอรับทุน

ประกาศ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2561

(ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล)
เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

➥ ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเสนอโครงการวิจัยได้จากเอกสารแนบ (Attachments) ด้านล่างนี้

Attachments:
FileDescriptionDownloads
Download this file (Call_for_Paper-Innovation_for_Area-Based_Dev-2561_(Edited).pdf)Call for Paper (ABC)ประกาศรับข้อเสนอโครงการกลุ่มเรื่องนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบฯ 25613911
Download this file (Concept_Paper_Form-Innovation_for_Area-Based_Development_[U-Group].docx)Concept Paper Formเอกสารประกอบการส่งเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)334
Download this file (Full_Proposal_Form-Innovation_for_Area-Based_Development_[U-Group].docx)Full Proposal Formเอกสารประกอบการส่งข้อเสนอโครงการวิจัย (Full Proposal)271