สกว. เปิดเวทีแก้ปัญหา - โชว์เทคโนโลยีลดฝุ่น

สกว. จัดเวทีระดมสมองร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาทางออกปัญหาฝุ่น PM2.5 เชิงนโยบาย ทั้งมาตรการภาษี ปรับมาตรฐานยานยนต์ไปสู่ยูโร 5/6 และเชื้อเพลิงสะอาด หวังลดปัญหาลงได้ครึ่งหนึ่ง รวมถึงปฏิเสธการรับซื้อภาคเกษตรที่ก่อปัญหา พร้อมโชว์เทคโนโลยีในการตรวจวัดและแก้ปัญหาฝุ่นละออง

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “สถานภาพเทคโนโลยีและแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย” และนิทรรศการเทคโนโลยีในการตรวจวัดและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ณ โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) จัดโดย โครงการสัมมนาเผยแพร่ฯ (TRF Forum) ภายใต้งานการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และสื่อสารสังคม สกว. เพื่อเผยแพร่งานวิจัยด้านเทคโนโลยี ข้อมูลข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง สกว. รวมถึงเป็นเวทีหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างนักวิจัย สกว. ผู้มีส่วนได้เสีย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรมควบคุมมลพิษ เป็นต้น อันจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ทั้งเชิงปฏิบัติและเชิงทฤษฎีเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตบนฐานองค์ความรู้จากงานวิจัย

การเสวนาเรื่อง “สถานภาพเทคโนโลยีและแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย” ผศ. ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวทางการตรวจสอบแหล่งที่มาของฝุ่นละอองว่าจากประสบการณ์การทำงานท่ามกลางหมอกควันในภาคเหนือในปี 2559 จุดประกายให้ตนพัฒนาเซนเซอร์ตรวจวัดสภาพความรุนแรงของปัญหาหมอกควันให้กับคนในพื้นที่ในฐานะที่เป็นนักวิจัยด้านวิศวกรรม โดยมีเป้าหมายติดตั้งให้ได้ครบทุกตำบลในจังหวัดน่านให้ทันภายในต้นปี 2560 เพราะปัญหาไฟป่าจะเกิดในช่วงต้นปี เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในจังหวัดน่าน โดยส่งข้อมูลทุก 5 นาทีมาที่ระบบคลาวด์ทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

สำหรับภาพรวมเทคโนโลยีที่ใช้ในการลดฝุ่นละอองที่แหล่งกำเนิด การดักจับและการกำจัดฝุ่นละอองในภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง ครัวเรือนและพื้นที่สาธารณะโดย ศ.กิตติคุณ ราชบัณฑิต ดร.วิวัฒน์ ตัณฑะพานิชกุล ระบุว่าการทำงานวิจัยด้านฝุ่นในช่วงแรกนั้นปัญหามลภาวะอากาศยังไม่ค่อยเป็นที่สนใจมากนัก และมุ่งไปที่ PM10 เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันฝุ่นละอองมีขนาดเล็กลง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพมากขึ้น ฝุ่นมีหลากหลายรูปแบบจากแหล่งต่างๆ ยังไม่มีเครื่องกำจัดฝุ่นที่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม ปัจจุบันระบบการกำจัดมีสองรูปแบบ คือ แบบเปียก ใช้น้ำหรือของเหลวในการดับฝุ่น และแบบแห้ง ที่คุ้นเคยคือการใช้เครื่องกรองอากาศ โดยหากโรงไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมที่มีไอเสียที่อุณหภูมิสูงต้องจับฝุ่นด้วยระบบแห้ง รวมถึงโรงงานเผาขยะ สำหรับตัวกรองที่มีสมรรถนะสูงจะต้องมี HEPAfilter ที่ดักจับฝุ่นในระดับนาโนได้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับขนาดของเส้นใยด้วย โดยเส้นใยที่ละเอียดจะจับอนุภาคขนาดเล็กได้

ขณะที่ ผศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า มาตรฐานการปล่อยมลพิษของยานยนต์ในประเทศไทย รถยนต์ส่วนบุคคลและรถกระบะยังใช้ยูโร 4 แต่สากลใช้ยูโร 6 ส่วนรถเมล์และรถบรรทุกใช้ยูโร 3 ปัจจุบันทีมวิจัยได้ทดสอบประสิทธิภาพการเดินรถโดยสารไฟฟ้าจากเกาหลีใต้ในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. ผลการทดสอบวิ่งวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ทั้งนี้ นักวิจัยได้เสนอมาตรการแก้ปัญหามลพิษจากยานยนต์ด้วยการใช้เทคโนโลยียานยนต์และเชื้อเพลิงที่สะอาด มาตรการการจัดการรถเก่าและการดูแลเครื่องยนต์ที่เหมาะสม รวมทั้งมาตรการลดระยะการเดินทางจากการใช้รถยนต์ เช่น ให้ลูกหลานไปโรงเรียนพร้อมกัน บริหารจัดการช่วงเวลาที่มีจราจรหนาแน่นไม่จำเป็นต้องเข้าโรงเรียนพร้อมกัน มีช่วงเวลาทำงานยืดหยุ่นที่ไม่จำเป็นต้องให้บุคลากรเข้ามาทำงานในองค์กร หรือเริ่มงาน-เลิกงานในเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น และอยากเชิญชวนผู้ประกอบที่สนใจมาร่วมลงทุนสร้างรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อให้คนไทยมีการขนส่งด้วยพลังงานสะอาดในอนาคต ตลอดจนผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญของการปรับมาตรฐานยานยนต์ไปสู่ยูโร 5/6 ให้เร็วที่สุด หรือภายในปี 2023 โดยหากใช้รถใหม่ในประเทศปีละ 1 ล้านคันจะช่วยลดมลพิษลงได้มากถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรถยนต์ยูโร 3/4 ในปัจจุบัน

ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าวถึงแนวคิดและแนวทางทางเศรษฐศาสตร์ในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น ว่าคนที่รายได้ปานกลาง-สูง ควรมีมาตรการภาษีตามค่าฝุ่นจากเครื่องยนต์ ประกอบด้วย ภาษีประจำปีรถยนต์ตามการปล่อยมลพิษ ภาษีน้ำมันตามค่าการปล่อยมลพิษ โดยปัจจุบันการเก็บภาษีป้ายวงกลมไม่ได้เก็บค่าฝุ่นละอองที่ปลายท่อ จึงเสนอให้รถที่ปล่อยควันพิษออกมามากต้องจ่ายแพงขึ้น ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถของกองทัพหรือหน่วยงานราชการที่ควรจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน ขณะที่ภาษีน้ำมันจะต้องหลีกเลี่ยงน้ำมันที่สกปรก ออกแบบจูงใจให้คนหันไปใช้พลังงานสะอาดอย่างน้ำมันยูโร 5 น้ำมันไร้สารราคาถูก โดยรัฐมนตรีสามกระทรวง คือ คลัง พลังงาน และ มหาดไทย จะต้องหารือกันเพื่อให้เกิดการใช้ “มาตรการภาษีเขียว”

นอกจากนี้ยังต้องมีภาษีสรรพสามิตรถพลังงานไฟฟ้า และภาษีศุลกากรรถพลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการใช้รถพลังงานสะอาด รวมถึงค่าเข้าเมือง ขนส่งสาธารณะ และ CCTV เพื่อลดปริมาณรถที่เข้าเขตเมืองได้ ซึ่งกรมภาษีสรรพสามิตขยับแล้ว แต่กรมการขนส่งทางบกยังไม่ขยับ ส่วนฝุ่นจากภาคเกษตรนั้นควรมีการรับรองที่มาของวัตถุดิบทางการเกษตร ปฏิเสธการรับซื้อจากผู้ประกอบการที่ปลูกข้าวโพดในเขตป่าสงวน หรือผลิตอ้อยจากไร่ที่มีการเผา สำหรับผู้มีรายได้น้อยต้องมีเงินช่วยเหลือและการอุดหนุนไขว้ รถไฟฟ้าควรได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ขณะที่ภาคเกษตรควรมีเงินกู้เครื่องจักร รถตัดอ้อยดอกเบี้ยต่ำ และระบบการจัดการของเหลือใช้ มีมาตรการจูงใจให้เกิดการนำของเหลือทิ้งจากภาคเกษตรมาผลิตพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งนี้ ควรจะต้องเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและเพิกถอนใบอนุญาตผู้ละเมิดกฎได้เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นจริงจัง

นอกจากการเสวนาแล้ว สกว. ยังได้จัดนิทรรศการนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อตรวจวัดและแก้ปัญหาฝุ่นละออง ประกอบด้วย อุปกรณ์ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 และ AQI ขนาดเล็กและพกพา โดย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช. ซึ่งได้พัฒนาออกแบบอุปกรณ์โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งเซนเซอร์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและเทคโนโลยี IoT ในการรายงานผลข้อมูลอย่างแม่นยำ เนื่องจากการได้มาซึ่งข้อมูลสภาพอากาศโดยภาพรวมในปัจจุบันยังไม่ตรงกับพื้นที่ไกล้เคียงกับที่ต้องการรู้ข้อมูล โดยการนำเสนอข้อมูลนั้นผู้ใช้งานจะสามารถเรียกดูข้อมูลขณะนั้นและข้อมูลย้อนหลังได้จากหน้าเว็บไซต์ที่ใช้รายงานผลทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำอุปกรณ์ดังกล่าวพกพาติดตัวหรือนำไปติดตั้งได้ทุกที่ เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ด้วยตนเอง

การพัฒนาระบบเครือข่ายเซนเซอร์และระบบภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือของประเทศไทย: การศึกษานำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน โดย ผศ. ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล เพื่อเป็นข้อมูลเสริมจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศหลักที่มีอยู่ในอำเภอเมืองของทุกจังหวัดของภาคเหนือตอนบน อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดเล็ก ติดตั้งใช้งานง่ายและสะดวกในการบำรุงรักษา สามารถตรวจวัดค่าความเข้มข้นของ PM1.0 PM2.5 และ PM10 รวมถึงค่าอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ โดยผ่านการสอบเทียบค่ากับเครื่องมือตรวจวัดมาตรฐานที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมและสถานีตรวจวัดมาตรฐาน เพื่อกำหนดค่าปรับแก้ข้อมูล มีจอแสดงผลค่าข้อมูลและ LED เพื่อใช้แสดงสถานะของค่าหมอกฝุ่นควันอย่างง่าย ๆ ตัวอุปกรณ์เชื่อมต่อกับไวไฟและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์ทุก 5 นาที หน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐและประชาชนสามารถเข้าดูได้ที่ http://cusense.net พร้อมระบบการเตือนผ่านทวิตเตอร์ @foonReporter

การออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบาสำหรับรถโดยสารไมโครบัสไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยวัสดุคอมโพสิท โดย ผศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ซึ่งได้ออกแบบโครงสร้างรถสำหรับระยะการขับขี่ 300 กิโลเมตร โดยร่วมกับ ขสมก. นำรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท เอดิสัน มอเตอร์ส ประเทศเกาหลีใต้ ให้บริการประชาชนบนเส้นทางรถประจำทาง ผลทดสอบเชิงประสิทธิภาพการใช้พลังงานพบว่า เมื่อความเร็วเฉลี่ยต่ำหรือสภาพการจราจรที่แออัด มีการหยุดรถและเพิ่มความเร็วของรถบ่อยครั้ง จะมีค่าอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานสูง ขณะที่การใช้งานที่ความเร็วเฉลี่ยสูงจะมีค่าอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานเข้าใกล้ 1กิโลวัตต์ชั่วโมง/กิโลเมตร

เพื่อประโยชน์ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดขนาดของแบตเตอรี่ให้เล็กลง นักวิจัยได้ออกแบบโครงสร้างแบบ Semi-monocoque (โครงสร้างส่วนรับแรงส่วนใหญ่เป็นผิวและมีคานรองรับพื้นห้องโดยสาร) จากวัสดุคอมโพสิท และแบบแซนวิชแทนเหล็ก โดยคำนึงถึงขนาดและลักษณะของรถโดยสารให้สอดคล้องกับกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตาม UN-ECEที่นำมาใช้ในกลุ่มประเทศยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ รวมถึงชนิดวัสดุและความสามารถในการผลิตในประเทศ เงื่อนไขในการออกแบบอ้างอิงจากรูปแบบและลักษณะการใช้งานจริงบนท้องถนนตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล UN ECE-R66 ด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ ผลการวิเคราะห์แบบจำลองพบว่าในสภาวะการใช้งานส่วนโครงสร้างพื้นที่รองรับแบตเตอรี่เป็นส่วนที่เกิดความเค้นสูงสุด ขณะที่ภายใต้สภาวะการพลิกคว่ำโครงสร้างบริเวณด้านข้างของรถโดยสารและเสาเกิดความเสียหายบางส่วน อย่างไรก็ตามโครงสร้างที่ออกแบบมีความแข็งแรงตามเกณฑ์การออกแบบทุกเงื่อนไขและสามารถลดน้ำหนักร้อยละ 19 จากที่คาดการณ์ไว้

ผลกระทบของเชื้อเพลิงชีวภาพต่อจลศาสตร์เคมีในโครงสร้างระดับนาโนของมลพิษอนุภาคเขม่าและกลไกการสึกหรอของเครื่องยนต์ โดย ผศ. ดร.ปรีชา การินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งระบุว่าเครื่องยนต์ดีเซลจะปล่อยมลพิษอนุภาคเขม่าจากการเผาไหม้ในปริมาณที่สูง และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งในปอดของผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่ อุปกรณ์กรองมลพิษอนุภาคเขม่าดีเซลหรือ DPF เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลังการเผาไหม้ที่ถูกออกแบบให้สามารถดักและสลายมลพิษอนุภาคเขม่าได้โดยอัตโนมัติ ควบคู่กับระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแผนจะนำมาใช้ในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจะช่วยลดปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาโลกร้อน การใช้น้ำมันไบโอดีเซลซึ่งมีอะตอมของออกซิเจนในโมเลกุลเชื้อเพลิงจะสามารถลดปริมาณมลพิษอนุภาคเขม่าจากไอเสียเครื่องยนต์ตามสัดส่วนที่ผสมในน้ำมันดีเซล โดยลดปริมาณมลพิษอนุภาคเขม่าได้สูงสุดถึงประมาณร้อยละ 50 เมื่อใช้น้ำมันไบโอดีเซลล้วนในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดแบบฉีดตรง ประการสำคัญที่สุดคือ การส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างยั่งยืนยังจะสามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรภายในภูมิภาคอาเซียนได้

สกว.เปิดเวทีแก้ปัญหา-โชว์เทคโนโลยีลดฝุ่น 22 กุมภาพันธ์ 2562 --- ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ...

โพสต์โดย สกว. เมื่อ วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400


➥ เอกสารนำเสนอสามารถดาวน์โหลดได้จากเอกสารแนบ (Attachments) ด้านล่างนี้

Attachments:
FileDescriptionDownloads
เอกสารนำเสนอ : ภาพรวมเทคโนโลยีที่ใช้ในการลดฝุ่นที่แหล่งกำเนิด การดักจับและการกำจัดฝุ่น ในภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง ครัวเรือน และพื้นที่สาธารณะ22
เอกสารนำเสนอ : การออกแบบโครงสร้างนํ้าหนักเบาสำหรับรถโดยสารไมโครบัสไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยวัสดุคอมโพสิทระยะที่ 1106
เอกสารนำเสนอ : แนวคิดและแนวทางทางเศรษฐศาสตร์ในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น25