สกว. - กฟผ. เปิดเวทีพลิกโฉมไฟฟ้าไทยให้ยั่งยืน

พลังงานร่วม กฟผ. - สกว. เปิดเวทีระดมสมอง อัพเดตเทคโนโลยีและสถานการณ์ใกล้ตัว พร้อมนำเสนอผลงานวิจัย หวังให้ทุกภาคส่วนเตรียมรับมือการพลิกโฉมไฟฟ้าไทยและปรับตัวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ. - สกว. ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดงานสัมมนาวิจัยพลังงานสู่การใช้งานจริงอย่างยั่งยืนปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “การพลิกโฉมไฟฟ้าไทย” เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีเนื้อหาใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึงการอัพเดตความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสาธารณูปโภคไฟฟ้าผ่านการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้สังคมทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงแนวโน้มของการพลิกโฉม และแนวทางการปรับตัวในการดำเนินงานธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการผลิต การใช้ และการให้บริการไฟฟ้าของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทย เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีที่เข้ามาพลิกโฉมการไฟฟ้าให้ได้รูปแบบที่มีความยั่งยืนในการก้าวเข้าไปสู่ระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าไทยในอนาคต

ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการไฟฟ้าไทยและสถานการณ์โลก ซึ่งปัจจุบันก้าวไปถึงจุดที่มีการเปิดเสรีทั้งในสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ผู้ประกอบการสามารถผลิตและขายไฟฟ้าให้กับใครก็ได้ จึงส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตในประเทศ รวมถึงเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ฯลฯ ที่กำลังถาโถมเข้ามาและส่งผลต่อการซื้อขายไฟฟ้าในอนาคต ทำให้แต่ละภาคส่วนจำเป็นต้องเตรียมพร้อม ซึ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะนำไปสู่ความรู้ ความเข้าใจ และเกิดการสร้างแนวคิดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉลาดและเท่าทันผ่านกรอบโจทย์งานวิจัยสำคัญ

ขณะที่ รศ. ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ สำนักประสานงานโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ. - สกว. ระบุว่ามีแนวโน้มว่าโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าจะปรับเปลี่ยนไปในลักษณะที่ประกอบด้วยผู้ผลิตไฟฟ้า (ผู้ขาย) ที่มีขนาดเล็กจำนวนมาก เช่น โซลาร์เซลล์ กังหันลม ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง แท็กซี่วีไอพีพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น โดยผู้ซื้อ-ผู้ขายทุกภาคส่วนในเครือข่ายทั้งหมดจะมีสมาร์ทเซนเซอร์หรือสมาร์ทมิเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพของระบบไฟฟ้าตนเองได้ พร้อมมีสายส่งเชื่อมโยงถึงกันและกันด้วยระดับสมาร์ทกริด และสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าแบบเดิมๆ ที่ผูกขาดดำเนินงานให้บริการ รวมถึงเกิดผู้เล่นรายใหม่ที่จะเข้ามาสู่ตลาดสาธารณูปโภคไฟฟ้า เช่น ผู้จัดหาไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า

สิ่งที่น่ากังวลคือ ตอนกลางวันแดดจัดทำให้คนใช้ไฟจากการไฟฟ้าน้อยลง ทำให้เกิดปัญหากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง กฟผ. เช่นเดียวกับที่เกิดในต่างประเทศทั้งในสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี นอกจากนี้ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรการเชิงนโยบายทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณภาพอากาศโดยเฉพาะในเขตเมือง ทำให้ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันจะถูกพลิกโฉมไปเป็นยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอนในอนาคต เพียงแต่ยังไม่อาจคาดได้ว่าจะพลิกเร็วเพียงใด ภายในกี่ปีข้างหน้า แต่อย่าได้ชะล่าใจเพราะปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถทำให้หลายอย่างถูกพลิกโฉมไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว และหากเราผลิตสมาร์ทมิเตอร์ในประเทศได้เองจะช่วยประหยัดเงิน เพิ่มการจ้างงาน และสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยี แต่ต้องไม่ลืมว่าในอนาคตต้องสมาร์ทมิเตอร์กับ 20-30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระดับหลายแสนล้านบาท

ด้าน นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการอาวุโส กฟผ. กล่าวว่า เมื่อเทคโนโลยีเป็นตัวนำองค์กรจึงต้องปรับตัว ซึ่งในอนาคตเราจะเน้นพลังงานสีเขียวมากขึ้น มีความยืดหยุ่นของระบบการผลิตและระบบส่งไฟฟ้า ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเก่า และพัฒนางานวิจัยด้านต่างๆ เช่น พลังงานไฮบริด การกำหนดราคาที่ยุติธรรมเพื่อสร้างความสมดุลด้านพลังงาน การบริการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สมาร์ทกริด-ไมโครกริด เป็นต้น รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาในกรณีที่พลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบปริมาณมาก

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาที่ https://www.trf.or.th/documents-egat-trf/13075-energy-research-towards-sustainable-utilization-season-4
 

สกว.-กฟผ.เปิดเวทีพลิกโฉมไฟฟ้าไทยให้ยั่งยืน โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว....

Posted by สกว. on Thursday, November 22, 2018

อัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนพลิกโฉมระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้า โดย รศ. ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ...

Posted by สกว. on Thursday, November 22, 2018

การอภิปราย "ก้าวไปอย่างยั่งยืนสู่การพลิกโฉมไฟฟ้าไทย" คุณภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการอาวุโส กฟผ. กล่าวว่า...

Posted by สกว. on Thursday, November 22, 2018

โลกกำลังมีการวิจัย Hyperloop&Loop ซึ่งเป็นรถยนต์ที่วิ่งในอุโมงค์มีความเร็วกว่าเครื่องบิน ไม่ต้องขับ...

Posted by สกว. on Friday, November 23, 2018

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400