สกว. จับมือ สกอ. พัฒนาศักยภาพนักวิจัยใหม่ มุ่งสร้างงานที่มี ‘ผลกระทบ’ บนฐานความรู้ 4.0

สกว. ผนึกกำลัง สกอ. เปิดเวทีระดมสมองผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศบนฐานการสร้างบันไดนักวิจัยอาชีพให้นักวิจัยรุ่นใหม่และองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 4.0 โดยมุ่งต่อยอดงานวิจัยที่มีคุณภาพให้เกิดผลกระทบต่อสังคม ชี้ทุนปี 2561 จะเน้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น

วันที่ 3 เมษายน 2561 ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาชี้แจงแนวทางการให้ทุนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับ สกว. และรับฟังสถานการณ์ดำเนินงานโครงการทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่จากผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้องค์กรพันธมิตรร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของการสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

ผู้อำนวยการ สกว. ระบุว่า ตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา สกว. ได้สนับสนุนการวิจัยพื้นฐานที่เป็นรากฐานของงานวิจัยและพัฒนาสู่การต่อยอดงานวิจัยที่สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดสรรทุนวิจัยระดับต่างๆ ในรูปแบบของบันไดอาชีพนักวิจัย ซึ่งในยุค 4.0 นี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก จึงต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรจึงจะไปสู่เป้าหมายของการวิจัย 4.0 ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาล สกว.จึงปรับยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะนำไปสู่วิสัยทัศน์ในอนาคต คือ “สานพลังการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใน 20 ปี” ด้วยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการจัดสรรทุนให้ทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยที่เป็นกำลังในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันให้นักวิจัยรุ่นใหม่ก้าวผ่านก้าวแรกของบันไดอาชีพนักวิจัยไปสู่ก้าวที่สูงขึ้นในระยะเวลาที่ลดลง

การจัดโครงการ “ฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีพบปะพูดคุย รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ มุ่งประชาสัมพันธ์ให้นักวิจัยทราบถึงยุทธศาสตร์การจัดสรรทุนรูปแบบต่างๆ ของ สกว. เพื่อเพิ่มจำนวนนักวิจัย เพิ่มการผลักดันงานวิจัยเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมหรือสร้างนวัตกรรมใหม่สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยนำระบบนักวิจัยพี่เลี้ยง (Mentor) มาให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำทางวิชาการเป็นแนวทางสู่การเป็นนักวิจัยมืออาชีพอย่างมีคุณภาพ และเพิ่มโอกาสให้นักวิจัยประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลสำหรับเป็นเส้นทางความก้าวหน้าของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานของอาจารย์รุ่นใหม่นับเป็นทุนที่สำคัญ แต่ก็ยังมีปัญหาระหว่างทางที่จะต้องช่วยกันแก้ไข จึงต้องมีการระดมสมองเพื่อทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต โดยยุทธศาสตร์ใหม่ของ สกว. ที่น่าจะพัฒนาต่ออย่างมาก คือ การวิจัยสู่การสร้างผลกระทบ ซึ่งต้องมีการประเมินคุณภาพและต่อยอดงานวิจัยไปสู่ผลกระทบ ที่ผ่านมางานวิจัยเน้นที่ผลลัพธ์ทำให้ไม่เห็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องการกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และเชื่อว่ามุมมองของมหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีเช่นกัน

“เรามีการสร้างฐานสำคัญของประเทศจากการสร้างงานวิจัยพื้นฐานเชิงลึกและมีผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ แต่จากนี้ไปเราจะต้องช่วยกันผลักดันไปสู่ผลกระทบให้มากขึ้น โดยประเด็นวิจัยที่ สกว. จะให้ทุนในปี 2561 จะเน้นเรื่องปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นเพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งนี้โครงการพัฒนานักวิจัยใหม่เป็นโครงการที่เป็นฐานสำคัญของการวิจัยของประเทศ เพื่อให้ได้นักวิจัยใหม่ที่มีความสามารถสูง ได้ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ มีการทำงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เสร็จตามกำหนดเวลา ได้ผลงานดี อีกทั้งมีการพัฒนาความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรวิจัย สกอ. และ สกว. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่ผลกระทบในการพัฒนาประเทศต่อไป ขอให้คิดไปถึงปลายทาง ณ จุดเริ่มต้นที่ทำวิจัย ซึ่งนักวิจัยใหม่อาจมีผลงานดีมีผลกระทบในระดับประเทศได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถ”


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400