สกว. จับมือ มจธ.-ขสมก.-กฟผ. สาธิตและประเมินผลรถไฟฟ้าใน กทม. และปริมณฑล

สกว. ลงนามกับ 3 หน่วยงานพันธมิตร มจธ. ขสมก. และ กฟผ. สาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้าภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อศึกษาการส่งเสริมการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในประเทศ นำร่องในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรุงเทพฯ วันที่ 21 ธันวาคม 2560 - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ณ อาคารสโมสรและหอประชุม กระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมการสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้าภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อศึกษาการส่งเสริมการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในประเทศไทย นำร่องดำเนินการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การ ขสมก. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ขสมก. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารใหม่ที่มีคุณภาพมาให้บริการประชาชน ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญถึงการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศในภาคขนส่ง จึงสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือ การมอบหมายให้ ขสมก. พิจารณาการใช้รถโดยสารไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการประชาชน เพื่อเป็นพลังงานทางเลือก และช่วยลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ขสมก. จึงร่วมมือกับ มจธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท เอดิสัน มอเตอร์ส จำกัด จากเกาหลีใต้จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของรถโดยสาร และศึกษาข้อมูลการใช้พลังงาน ผลการศึกษาของโครงการจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนเส้นทางเดินรถโดยสารฟ้าในอนาคต

โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อศึกษาการส่งเสริมการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในประเทศไทยดังกล่าวข้างต้นนี้ เป็นโครงการที่ มจธ. ได้ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยอุลซัน และ Korean Automotive Technology Institute (KATECH) พร้อมด้วย บริษัท เอดิสัน มอเตอร์ส จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยวิจัยจาก Korean Energy Technology Evaluation and Planning (KETEP) ประเทศเกาหลีใต้ และ สกว. ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมการผลิตและการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในประเทศไทยกับ มจธ. และผู้ประกอบการไทยจำนวน 4 ราย ภายใต้โครงการนี้ ได้แก่

  1. บริษัท คอบร้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากวัสดุคอมโพสิท
  2. บริษัท เอกวัตร (1994) จำกัด ผู้ต่อตัวถังรถโดยสาร
  3. บริษัท บัส แอนด์ ทรัค จำกัด ผู้ต่อตัวถังรถโดยสารและรถบรรทุก และ
  4. บริษัท พี แอล ที กรีนส์ จำกัด ผู้ทำระบบอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

โดยมุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพในการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าจากวัสดุคอมโพสิทที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง ซึ่งเป็นจุดเด่นหลักของรถโดยสารไฟฟ้าของ บริษัท เอดิสัน มอเตอร์ส จำกัด

ด้าน รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดี มจธ. ระบุว่าความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด 3 ประสานที่ มจธ. ให้ความสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง นอกจากนี้ยานยนต์ไฟฟ้านับเป็นเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ดังจะเห็นได้จากการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถโดยสารไฟฟ้าด้วย ผลการศึกษาจากโครงการนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อให้ภาครัฐสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายส่งเสริมเพิ่มเติมในอนาคต จึงถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน สังคม และต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ในการเป็นต้นแบบให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยมลพิษ และเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการใช้รถโดยสารไฟฟ้า

นอกเหนือจากเครือข่ายความร่วมมือทางด้านงานวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการธุรกิจรถโดยสารแล้ว มจธ. ยังได้ร่วมมือกับ กฟผ. ในการสนับสนุนการอัดประจุไฟฟ้าในการทำทดลองนำร่อง โดย กฟผ. ได้มีการศึกษาเพื่อรองรับลักษณะการใช้ไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนแปลงไป จากการเข้ามามีบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถโดยสารไฟฟ้าและการบริหารจัดการสถานีประจุไฟฟ้า เพื่อให้การจัดการด้านการผลิตและใช้ไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การสาธิตการเดินรถโดยสารไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในประเทศไทย และเป็นข้อมูลสำคัญให้ ขสมก. พิจารณาการใช้รถโดยสารไฟฟ้าเพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นต้นแบบการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ตลอดจนลดการปลดปล่อยมลพิษในเขตเมือง

ขณะที่ ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า สกว. เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตและใช้งานในประเทศได้ โดยจำเป็นต้องมีการวิจัยให้ครบทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงการสาธิตการใช้งานจริง สกว.จึงให้การสนับสนุนโครงการวิจัย “การออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบาสำหรับรถโดยสารไมโครบัสไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยวัสดุคอมโพสิท” โดยมี ผศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล จาก มจธ. เป็นหัวหน้าโครงการ และดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับรถโดยสารทั้ง 4 บริษัท รวมถึงมีความร่วมมือจาก KETEP โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการสร้างต้นแบบโครงสร้างของยานยนต์ไฟฟ้าในระดับที่สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ขึ้นเองในไทย การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่อยู่ในโครงการวิจัยดังกล่าว อันจะทำให้ได้ข้อมูลสำคัญเพื่อให้สามารถดำเนินงานวิจัยเป็นผลสำเร็จและเป็นข้อมูลให้กับภาครัฐได้นำไปต่อยอดเพื่อกำหนดนโยบายต่อไปได้

นายเซ-ฮยอน โช ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอดิสัน มอเตอร์ส จำกัด กล่าวถึงปัจจัย 3 ด้านที่เป็นกุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จในอุตสาหกรรม 4.0 ว่าประกอบด้วย นวัตกรรม ความร่วมมือ และความว่องไว หากมีการเตรียมพร้อมทั้ง 3 ด้าน ประเทศเกาหลีใต้และไทยจะเป็นแบบอย่างที่ดีของอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งนี้ปัจจัยด้านนวัตกรรม การคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างนวัตกรรมด้านการศึกษา การรวมกันของนวัตกรรมจากงานวิจัยและอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ส่วนปัจจัยด้านความร่วมมือนั้น เราต้องสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศด้วยการทำลายกำแพงระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และมหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมคิดว่าความร่วมมือของทุกฝ่ายในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้เรามีความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น ขณะที่ปัจจัยความว่องไง ในอุตสาหกรรม 4.0 หากเราเริ่มจากจุดเริ่มต้นเดียวกันแต่เราสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถปฏิรูปข้อบังคับได้รวดเร็ว เราก็จะมีโอกาสชนะคู่แข่งสูง

 

สกว.จับมือมจธ.-ขสมก.-กฟผ.สาธิตและประเมินผลรถไฟฟ้าในกทม.และปริมณฑล กรุงเทพฯ, 21 ธันวาคม 2560 - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจ...

Posted by สกว. on Thursday, December 21, 2017

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400