ประชาคมวิจัยสานพระราชปณิธาน ร.๙ ผลิตองค์ความรู้หนุนไทย 4.0

ผู้ประสานงาน และ นักวิจัย ฝ่ายนโยบายชาติฯ สกว. ร่วมประชุมระดมความเห็นกำหนดยุทธศาสตร์การวิจัย สืบสานพระราชปณิธานรัชกาลที่ ๙ ผลิตองค์ความรู้หนุนประเทศไทย 4.0

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. จัดประชุมผู้ประสานงาน และ นักวิจัย ประจำปี 2561 ณ โรงแรมวี ถนนพญาไท กรุงเทพ โดยมี ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ กรรมการในคณะกรรมการควบบคุมคุณภาพมาตรฐาน สำนักงานประกันคุณภาพแห่งชาติ รศ.ดร.อภิศักดิ์ ธีระวิสิษฐ์ รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านการบริหาร ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ สกว. พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประสานงาน และ นักวิจัย เข้าร่วมการประชุม

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า สกว. เป็นองค์กรวิจัยหนึ่งของประเทศ ทำหน้าที่บริหารงานวิจัยที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการวิจัยของประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในมิติต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) องค์กรระบบวิจัยของประเทศ มหาวิทยาลัย และชุมชน ท้องถิ่น เพื่อประสานพลังเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ ทั้งในส่วนของปริมาณความต้องการใช้ประโยชน์จากการวิจัย และ ผลการวิจัยที่มีอยู่

ทั้งนี้ เพื่อให้การวิจัยเป็นไปตามความต้องการและเข้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการยกระดับงานวิจัย และศึกษาเครื่องมือใหม่ ยกตัวอย่าง เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ หรือ ที่เรียกว่า AI ซึ่งเป็นที่สังคมให้ความสนใจ และเป็นความท้าทายของการวิจัยไทยกับการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะเรื่องของ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันไปจนถึงการนำพาประเทศไทยไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” อย่างแท้จริง

งานเดียวกันนี้ นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ กรรมการในคณะกรรมการควบบคุมคุณภาพมาตรฐาน สำนักงานประกันคุณภาพแห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “ประสบการณ์การปฏิรูประบบสาธารณสุข” ประเด็นที่ว่าด้วยการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญหมวดที่ 16 ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันรัฐบาล ได้ดำเนินการปฏิรูปในมิติต่างๆ ซึ่งตนในฐานะผู้มีประสบการณ์ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูประบบ สาธารณสุขของประเทศไทย โดยการยกตัวอย่างการดำเนินการที่ผ่านมา ทั้งการนิยาย และ การทำความเข้าใจกับความหมายของการปฏิรูป การวางระบบการจัดการและการปฏิรูป ที่นำมาสู่การถ่ายทอดเรื่องประสบการณ์ และบทเรียนจากการปฏิรูปที่ผ่านมา

จากนั้น นายอลงกร พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่ง บรรยายในหัวข้อ “การปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ สู่ Thailand 4.0” ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปประเทศจะอาศัยใครคนใดคนหนึ่ง หรือ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จะต้องเกิดจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของการค้นวิถี ไปจนถึงการให้ความร่วมมือ โดยกระบวนการวิจัย นักวิจัย และ องค์กรวิจัย ถือเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศ

“ที่ผ่านมาสังคมต่างเข้าใจ และ เชื่อว่าการวิจัยเป็นการงมเข็มในมหาสมุทร ทำอย่างไรความเข้าใจและความเชื่อเดิมๆ อย่างที่ผ่านมาจะจางหายไป ในเรื่องนี้ ตนคิดว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะสร้างความเข้าใจใหม่ เพรพาะปัจจุบันเทคโนโลยี กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน และไม่ใช่สร้างความเข้าใจใหม่ แต่เทคโนโลยีจะพางานวิจัย และการพัฒนา ก้าวไปข้างหน้าแอย่างก้าวกระโดด หรือ เป็นไปตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ไม่ใช่ 0.4” อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่ง กล่าวและย้ำในการเชิญชวนและเป็นกำลังใจให้กับนักวิจัย สกว.

โดยทั้งหมดที่กล่าวมา อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่ง บรรยายว่า ตนได้เคยเสนอ และแนะนำให้มีการแก้ไข กฏหมายที่เกียวกับสุรา เพื่อให้เปิดช่องในการผลิตแกสโซฮอล์ ที่ปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลาย ที่สำคัญ เป็นการสานต่อพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงงาน และ ทดลองมาตั้งแต่ปี 2517

อย่างไรก็ดี นอกจากการบรรยายทั้ง 2 หัวข้อที่กล่าวมาข้างต้น การประชุมผู้ประสานงานและนักวิจัย ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ สกว. ยังมีการบรรยาย หัวข้อ “ศาสตร์พระราชา มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย เอกอัครราชทูต สุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งได้บรรยาย หลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และ การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนา แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ พร้อมกับการระดมความคิดเห็นสู่การจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติต่อไป


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400