งานวิจัยกับการสร้างอนาคตอาเซียน

เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) จัดงานเสวนา การวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ ชวนมองอนาคตอาเซียน ชิงความโดดเด่นด้านการพัฒนาด้วยข้อมูลความรู้จากงานวิจัย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในนาม เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ได้แก่

  • สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  • สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
  • สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ
  • สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.)

จัดการสัมมนา “การเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะ” ภายใต้แผนงานวิจัย “การวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ กลุ่มเรื่องประชาคมอาเซียน” ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2561 โดยมี ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ ดร.สุริยา จินดาวงษ์ อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงาน องค์กร และ นักวิจัย ร่วมงานสัมมนา

โอกาสนี้ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ กล่าวถึงการสนับสนุนการวิจัยมุ่งเป้าว่า การดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ กลุ่มเรื่องประชาคมอาเซียน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ และ เครือข่ายบริหารงานวิจัย ภายใต้การดำเนินงานของฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ (ฝ่าย 1 สกว.) มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาแนวทางการดำเนินงานเจ้าหน้าที่และนักวิจัย ปรับปรุงกฎหมายระเบียบข้อปฏิบัติตลอดจนนโยบาย สร้างการพัฒนาประเทศที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่จะเชื่อมโยงไปยังการทำงานของประเทศไทยร่วมกับประเทศต่างๆตามแนวทางการพัฒนาของประชาคมอาเซียน

สำหรับการสนับสนุนทุนวิจัย ตั้งแต่ปี 2558-2559 ที่ผ่านมา ได้งานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์ และศักยภาพที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ หลายโครงการ สกว. จึงได้จัดการสัมมนา “การเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะ” ภายใต้แผนงานวิจัย “การวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ กลุ่มเรื่องประชาคมอาเซียน” เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ และข้อค้นพบจากการวิจัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษา รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย

ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล กล่าวว่า การเสริมสร้างบทบาทและการใช้โอกาสประชาคมอาเซียนเป็น 1 ใน 11 นโยบายของรัฐที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรไทยกับประชากรอาเซียน โดยมีแนวโน้มนโยบายที่สำคัญ 3 ประเด็นแรก คือ

  1. การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
  2. การพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงการในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่เปิดเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนายย่อยของไทย
  3. การพัฒนาแรงงงานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งแรงงานวิชาชีพ แรงงานทักษะ และแรงงานไม่มีทักษะ

ซึ่งแนวโน้มทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านวิชาการที่จะต้องเร่งผลการดำเนินการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์จากการงานวิจัย สู่พัฒนาประชาคมอาเซียน และที่ผ่าน สกว.ได้สนับสนุนงานวิจัยที่มุ่งเป้าฯ ตามกรอบวิจัยต่างๆเป็นจำนวนทั้งสิ้น 60 โครงการ และ มีการนำเสนองานวิจัยในช่วง 2 วันนี้ จำนวน 17 โครงการ เช่น งานวิจัยเรื่องโอกาสของแรงงานข้ามชาติไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : การวิจัยสำรวจธุรกิจ Shared Service Outsourcing ในมาเลเซีย, การปฏิสัมพันธ์ทางการศาสนาในประเทศสมาชิกอาเซียน กรณีศึกษาประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ เป็นต้น

ในงานเดียวกันนี้ ดร.สุริยา จินดาวงษ์ กล่าวปาฐกถานำเรื่อง “อนาคตงานวิจัยไทยกับการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง” ตอนหนึ่งว่า ในโอกาสที่ประเทศไทย จะรับช่วงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2562 และเป็นวาระที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ ที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2561 นี้ จะต้องมีการเตรียมความพร้อม กำหนดแนวคิดการประชุม และงานวิจัยจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดประเด็นในการแลกเปลี่ยน หารือ ที่เกี่ยวเนื่องถึงความร่วมมือและพัฒนาประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยบางเรื่องจะต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อชวนมองอนาคตประชาคมอาเซียนอีก 20 ปี ข้างหน้า

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและวางอนาคตประชาคมอาเซียน กระทรวงต่างประเทศได้เตรียมจัดตั้ง ศูนย์อาเซียน เพื่อดำเนินการใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1) การวิจัยเพื่อให้เกิดความยั่งยืน 2) การรองรับสังคมสูงวัย Ageing Society และ 3) การบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยต้องย้ำว่า การดำเนินการทั้ง 3 ศูนย์ไม่ใช่แค่การศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาประเทศไทย แต่เพื่อการพัฒนาร่วมกันของประชาคมอาเซียน นอกจากประโยชน์จากความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว การเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมในครั้งนี้เป็นทั้งโอกาส และ ความท้าทาย ของประเทศไทย จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีการประชุมประชาคมอาเซียน โดยประมาณ 161 ครั้ง ทั้งการประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน และ เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการเข้าร่วมการประชุมหลายพันคน รวมถึงสื่อมวลชนที่ร่วมติดตามทำข่าวด้วย

งานวิจัย กับการสร้างอนาคตอาเซียน เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ จัดเสวนา...

Posted by สกว. on Tuesday, August 28, 2018

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400