สกว. - มข. โชว์ชุดทดสอบพยาธิแคปปิลลาเรีย หวังช่วยชาวอีสานรอดตายจากท้องร่วงเรื้อรัง

สกว. จับมือแพทย์ ม.ขอนแก่น โชว์ชุดทดสอบสำเร็จรูปแบบรวดเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิแคปปิลลาเรีย นวัตกรรมแรกของโลกที่พร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ รู้ผลใน 15 นาที แม่นยำ 100% ส่งมอบให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาลชุมชุนในอีสาน 30 แห่ง หวังช่วยชีวิตคนรอดตายจากอาการท้องร่วงเรื้อรัง

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการองค์ความรู้พื้นฐานและประยุกต์ใช้ของปรสิตและพาหะเพื่อการใช้ประโยชน์ต่อสังคม เรื่อง “สกว.-มหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างนวัตกรรมอุทิศต่อสังคม : ผลิตชุดทดสอบแบบรวดเร็วพร้อมจำหน่าย เพื่อวินิจฉัยโรคท้องร่วงจากพยาธิแคปิลลาเรีย ช่วยชาวอีสานให้รอดชีวิต” ภายใต้การสนับสนุนทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย สกว. และทุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

กลุ่มวิจัยซึ่งมี ศ. ดร.วันชัย มาลีวงษ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เป็นหัวหน้าโครงการ ได้พัฒนาชุดทดสอบสำเร็จรูปแบบรวดเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิแคปปิลลาเรีย โดยวิธีทดสอบด้วยเทคนิคอิมมูนโนโครมาโทกราฟี (Immunochromatography Test: ICT) มีชื่อว่า “แคปปิลลาริเอซิส ไอซีที คิท” (Kapillariasis ICT kit) ทั้งนี้โรคพยาธิแคปิลลาเรียเป็นโรคท้องร่วงเรื้อรังที่เกิดจากพยาธิ Capillaria philippinensis พยาธิตัวกลมขนาดเล็กที่อยู่ในลำไส้เล็กของคน ลำตัวมีความยาวเพียง 2-5 มิลลิเมตร รูปร่างคล้ายหลอดแคปิลลารี่ ในประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยได้ทุกภูมิภาค แต่ภาคอีสานพบมากที่สุด มีการรายงานผู้ป่วยเป็นระยะๆ โรคนี้วินิจฉัยยากมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการท้องร่วงเรื้อรัง มีประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง ร่างกายขาดสารอาหาร แทบเอาชีวิตไม่รอดทั้งที่เป็นเพียงโรคพยาธิ โดยสาเหตุเกิดจากการบริโภคปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนที่ปรุงไม่สุก จึงได้รับตัวอ่อนพยาธิ

เมื่อตัวอ่อนเจริญไปเป็นพยาธิตัวแก่ ทำให้พยาธิในลำไส้คนเพิ่มจำนวนมากมายฝังตัวอยู่ในเยื่อบุลำไส้เล็ก ทำให้เซลล์เยื่อบุผิวลำไส้เล็กฝ่อตัวและถูกทำลาย ไม่สามารดูดซึมน้ำ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามินได้ จึงเกิดอาการท้องร่วงเรื้อรัง น้ำหนักลด ภาวะทุโภชนาการ ผู้ป่วยที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้จะเสียชีวิตทุกราย ผู้ป่วยมักถูกวินิจฉัยเป็นโรคเอดส์ มะเร็งลำไส้ วัณโรคในลำไส้ โรคไต โรคตับ คอพอกเป็นพิษ ถ้าโชคร้ายตรวจไม่พบไข่หรือตัวพยาธิในอุจจาระ การวินิจฉัยโรคล่าช้า ไม่ได้ยารักษาจะเสียชีวิตทุกราย และเสียค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการมากมายที่ไม่จำเป็น บางรายถูกผ่าตัดช่องท้องเพื่อหาสาเหตุ

การตรวจอุจจาระเพื่อวินิจฉัยโรค ได้แก่ การตรวจหาระยะไข่ ตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัยของพยาธิแคปิลลาเรียในอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่โอกาสพบเป็นไปได้ยาก ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิต และผู้ป่วยมักได้ยาฆ่าพยาธิมาก่อน จึงมักตรวจไม่พบ กลุ่มวิจัยจึงได้พัฒนาชุดทดสอบสำเร็จรูปเพื่อตรวจหาแอนติบอดีในซีรั่มผู้ป่วย สามารถวินิจฉัยโรคพยาธิแคปิลลาเรียในคนได้ 100% ในเวลาที่รวดเร็ว ชุดทดสอบดังกล่าวผลิตโดยนักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“ผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบสำเร็จรูปนี้เป็นนวัตกรรมระดับโลกที่ทันสมัยที่สุด มีแถบแอนติเจนที่เป็นสารสกัดจากตัวพยาธิทริคิแนลล่า ซึ่งทำปฏิกิริยาอย่างจำเพาะกับซีรั่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิแคปิลลาเรีย เพียงหยดตัวอย่างซีรั่มผู้ป่วยที่เจือจาง และน้ำยาลงในช่องของชุดทดสอบ สามารถอ่านผลด้วยตาเปล่าภายในเวลา 15 นาที ผลบวกมีแถบสีชมพูปรากฏ 2 แถบ ผลลบมีแถบสีชมพู 1 แถบ มีค่าความไว 100% และความจำเพาะ 96.6% ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ชุดทดสอบดังกล่าวยังมีจุดเด่นคือ ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือราคาแพงและผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตชุดทดสอบสำเร็จรูปอย่างรวดเร็วในรูปแบบนี้เพื่อวินิจฉัยโรคพยาธิแคปิลลาเรียในคน ก่อนหน้านี้ ศ. พญ.ผิวพรรณ มาลีวงษ์ และคณะ ได้ผลิตชุดทดสองวิธีอิมมิวโนบลอท และวิธีอีไลซ่า เพื่อตรวจหาแอนติบอดีในซีรั่มผู้ป่วยสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก วินิจฉัยได้แม่นยำแทนการตรวจหาพยาธิในอุจจาระได้ แต่ทั้งสองวิธีใช้เวลาทดสอบนาน 6 ชั่วโมง และ 2-3 ชั่วโมงตามลำดับ ซึ่งล่าช้า ชุดทดสอบนี้ใช้วินิจฉัยโรคได้ในระยะแรกของการติดเชื้อ ใช้ติดตามการรักษาและวินิจฉัยแยกผู้ป่วยท้องร่วงเรื้อรังจากสาเหตุอื่น เช่น มะเร็งลำไส้ เอดส์ ไทรอยด์เป็นพิษได้รวดเร็ว ราคาถูก ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสาเหตุ ลดการครองเตียง ที่สำคัญช่วยผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้ ถือเป็นผลงานวิจัยที่ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์พร้อมจำหน่ายได้ในประเทศไทยและต่างประเทศ”

ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร สกว. และมหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบชุดตรวจให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาลชุมชุนในภาคะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 30 โรงพยาบาล เพื่อนำไปใช้ตรวจวินิจฉัยโรคในชุมชน จากนั้นกลุ่มวิจัยได้เปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิที่แคปปิลลาเรียโดยวิธี Immunochromatography Test (ICT) แก่ตัวแทนโรงพยาบาลชุมชุนด้วย


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400