สกว. โดย ฝ่ายเกษตร ประชาสัมพันธ์งานสัมมนา “ทิศทางงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและนโยบายเกษตร: เมื่อโลกเปลี่ยน เราต้องปรับ” วันที่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 13:00 – 16:30 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

การสัมมนา เรื่อง

“ทิศทางงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและนโยบายเกษตร: เมื่อโลกเปลี่ยน เราต้องปรับ”

ดําเนินการโดยสํานักประสานงาน “งานวิจัยเชิงนโยบายเกษตรและเสริมสร้างเครือข่ายงานวิจัยเชิงนโยบาย” สถาบันคลังสมองของชาติ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13:00 – 16:30 น. ณ ห้องประชมโลตัส โรงแรมรามาการเด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร

หลักการและเหตุผล

ความเป็นพลวัตของโลกในปัจจุบันได้สร้างความท้าทายใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรของไทยในหลายมิติ อาทิ ความก้าวหน้าในนวัตกรรมดิจิทัลที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจเดิมสู่ฐานเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งนอกจากจะทําให้ผู้คนในทุกแง่มุมของโลกติดต่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกรวดเร็วแล้ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีชีวภาพ และการก้าวไปสู่เศรษฐกิจฐานชีวภาพซึ่งเป็นกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ยังเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปในระบบการผลิต การบริโภค การค้าและการลงทุน และรวมถึงการประกอบธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ตามมา

ในขณะเดียวกันภาคการเกษตรของไทยมีแนวโน้มต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้วยเช่นกัน เพราะในอนาคตจํานวนแรงงานและครัวเรือนในภาคการเกษตรจะหดตัวลง การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่และนวัตกรรมเกษตรแม่นยํา (Precision agriculture) จึงเป็นสิ่งจําเป็นเพื่อทดแทนแรงงานคนและเพิ่มผลิตภาพการผลิตต่อแรงงานเกษตรให้เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกและภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในการใช้ทรัพยากรที่ดิน แหล่งน้ํา และพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์และด้านการถูกรอนสิทธิ์ของชุมชน ซึ่งมีความจําเป็นที่ต้องการการบริหารจัดการเชิงนโยบายทั้งเพื่อการลดผลกระทบและการสร้างมาตรการในการจัดการเพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีมีสุข ให้กับเกษตรกรขนาดเล็กอย่างยั่งยืน

แรงกดดันดังกล่าวเมื่อผนวกเข้ากับโยบายการค้าเสรีของโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การมีกฎกติกาใหม่ๆ ซึ่งเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช้ภาษี (Non-tariff barriers) พร้อมกับการให้ความสําคัญเกี่ยวกับ คุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานของสินค้าเกษตร อีกทั้งมีการจํากัดให้ภาครัฐของแต่ละประเทศจําต้องลดการอุดหนุนหรือการแทรกแซงในกลไกตลาดของสินค้าเกษตรลง พร้อมกันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปให้ความสนใจด้านสุขภาพและโภชนาการ สินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นแรงขับเคลื่อนความต้องการสู่ตลาดทางเลือกใหม่ๆ สร้างความเป็นพลวัตของตลาดมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเกษตรกรจําเป็นต้องเรียนรู้และสร้างความเข้าใจถึงการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

การขับเคลื่อนสู่ยุคเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals; SDGs) ซึ่งเป็นการพัฒนาที่คํานึงถึงความสมดุลทั้ง 3 มิติกล่าวคือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจําต้องปรับเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาประเทศและการเกษตรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น การสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเท่าเทียมและเสมอภาคทางสังคม รวมถึงการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จึงเป็นความท้าทายของภาคเกษตรไทย

ที่ผ่านมาพบว่านักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและนโยบายเกษตรมีจํากัดและกําลังก้าวสู่ภาวะขาดแคลนขณะเดียวกันการจัดการในองค์ความรู้เพื่อก้าวให้ทันกับปัญหาและความเป็นพลวัตของสถานการณ์ต่างๆ มีค่อนข้างจํากัด อีกทั้งพบว่ามาตรการเชิงนโยบายที่ได้กําหนดขึ้นโดยภาครัฐทั้งในอดีตและที่กําลังดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน มีการแก้ปัญหาที่ยังขาดการวิเคราะห์บนฐานของข้อเท็จจริง ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ นํามาซึ่งการเสียโอกาสของประเทศ และในหลายกรณีนํามาซึ่งความเหลื่อมล้ําในสังคม

สํานักประสานงาน “งานวิจัยเชิงนโยบายเกษตรและเสริมสร้างเครือข่ายงานวิจัยเชิงนโยบาย” สถาบันคลังสมองของชาติร่วมกับสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จึงได้จัดการสัมมนาเรื่อง “ทิศทางงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและนโยบายเกษตร: เมื่อโลกเปลี่ยน เราต้องปรับ” ในครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีสําหรับนักวิชาการรุ่นใหม่ที่สนใจในด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรและนโยบายเกษตรได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิจัยอาวุโส เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการสร้างงานวิจัยและการยกระดับงานวิจัยเชิงนโยบายตามพลวัตของโลกปัจจุบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างฐานความรู้และการต่อยอดเชิงความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรและนโยบายเกษตรต่อไป

Link ที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คุณวรภัทร จิตรไพศาลศรี

โทร 02-126-7632 ถึง 4 ต่อ 105 โทรสาร 02-126-7635

อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

หมายเหตุ

  • ดำเนินการตอบรับยืนยันการลงทะเบียน ภายใน 2 วัน
  • ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน
  • สำหรับค่าเดินทาง และค่าที่พัก ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมเบิกจ่ายจากต้นสังกัด