ไทย - อินเดีย สานสัมพันธ์ทางวิชาการ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศาสตราจารย์ ดร.เอส.เค. ศรีวาสตวะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นฮิล ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับ มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นฮิล รัฐเมฆาลัย สาธารณรัฐอินเดีย ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของ  2 ประเทศ โดยมี นางสุจิตรา ดูไร เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดีย และ รศ.ดร.อภิศักดิ์ ธีระวิสิษฐ์ รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านการบริหาร ร่วมเป็นเกียรติในการจัดงานครั้งนี้

ภายใต้การลงนามดังกล่าว มีโครงการวิจัยที่เกิดขึ้นคือโครงการ “ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรมและสังคม เพื่อความสัมพันธ์ไทย - อินเดีย” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแม่บท “อรุโณทัย” หรือ โครงการนวัตกรรมความร่วมมือทางวิชาการอาเซียน – อินเดีย ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นฮิล อินเดีย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2561 – 2564) ที่มีที่มาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในข้อที่ว่าประเทศไทยกับอินเดียควรสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆ หลังเสด็จพระราชดำเนินเยือนนอร์ทอีสเทิร์นฮิล เมืองชิลลอง รัฐเมฆาลัย สาธารณรัฐอินเดียในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

โดยชุดโครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 4 โครงการวิจัย คือ โครงการ “พจนานุกรมออนไลน์ คาสี–อังกฤษ–ฮินดี–ไทย” โครงการ “คติชน ดนตรี และการแสดง : สืบ สร้าง สายสัมพันธ์ไทย–คาสี โครงการ “การเชื่อมโยงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของการอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” และโครงการ “การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม เพื่อสานสัมพันธ์ไทย-คาสี  : กรณีศึกษาแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยทุกโครงการเป็นงานวิจัยประเภทวิจัยและพัฒนา เพื่อการพัฒนาชุมชน โดยทำการศึกษาวิจัยในพื้นที่ที่มีต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสูงทั้งในประเทศไทยและประเทศอินเดีย เพื่อหนุนเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงสร้างสรรค์ และเป็นบทเรียนในการพัฒนาชนบทของทั้ง 2 ประเทศให้เกิดความยั่งยืน

ผลงานวิจัยที่ดำเนินการไปแล้ว ถูกนำไปต่อยอดทางอุตสาหกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ช่วยให้ชุมชนสามารถเพิ่มรายได้จากต้นทุนทางวัฒนธรรมของตนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เกิดผลจากการสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ของ 3 อาณาบริเวณใหญ่ ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมียนมา และภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยทีมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณที่เชื่อมต่อกันนี้มีภาษา สังคม และวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันแบบ “วัฒนธรรมอุษาคเนย์” ซึ่งความรู้ในสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ของอาณาบริเวณเชื่อมต่อนี้ นับเป็นกุญแจสำคัญในการหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนสำหรับประชาคมอาเซียนโดยรวมต่อไป

ทั้งนี้ในงานเดียวกัน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประสบการณ์วิจัยของข้าพเจ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย”

 

ไทย – อินเดีย สานสัมพันธ์ทางวิชาการ วันนี้ (10 มกราคม 2561) ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี...

Posted by สกว. on Wednesday, January 9, 2019

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400