เปิดตัวหุ่นยนต์เสริมสื่อสาร-กรุ่นกรานูล สกว. พร้อมขายแก่ผู้ประกอบการเอกชน

สกว. พร้อมขาย 2 ผลงานวิจัยสุดเจ๋งใน “งานการส่งเสริมนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์ด้วยการลงทุน” ทั้ง หุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “สื่อสาร” ที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเด็กที่มีความบกพร่องด้านต่างๆ และ “กรุ่น อะโรมาติก กรานูล” สำหรับคงกลิ่นหอมของอาหาร ซึ่งเหมาะกับอาหารสำเร็จรูปที่ต้องการเก็บรักษาเป็นเวลานาน

นักวิจัย สกว. นำเสนอผลงานแก่ตัวแทนภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศของ สกว. ใน งานการส่งเสริมนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์ด้วยการลงทุน ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ประกอบด้วย หุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “สื่อสาร” โดย รศ. ดร.ปัณรสี ฤทธิประวัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งผลงานประกอบด้วย หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ที่มีแขน 2 แขน ขา 2 ขา จอแอลซีดีแสดงบนใบหน้า แผงหลอดไฟแอลอีดีขนาดเล็ก รูปตัวอักษรติดอยู่ด้านหน้าของหุ่นยนต์ และกล่องฝึกทักษะการสื่อสาร รวมทั้งโปรแกรมเชื่อมต่อและควบคุมหุ่นยนต์ซึ่งจะถูกติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวจะสร้างกิจกรรมที่ช่วยดึงดูดความสนใจ จดจ่อให้กับเด็กๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโปรแกรมเพื่อสร้างกิจกรรมการฝึกเลียนแบบท่าทางง่ายๆ การเต้นประกอบเพลงของหุ่นยนต์ การฝึกทักษะการสื่อสาร เป็นต้น

“หุ่นยนต์นี้สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเด็กที่มีความบกพร่องด้านต่างๆ เช่น ดาวน์ซินโดรม เด็กสมองพิการ เป็นต้น โดยใช้ได้ทั้งแบบฝึกแบบเดี่ยวและจัดกิจกรรมกลุ่มให้กับเด็กๆ จึงมีแนวโน้มที่จะนำไปใช้งานได้ทั้งโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ หรือตามสถาบันสอนเสริมทักษะต่างๆ รวมถึงใช้งานตามบ้านเรือน”

ทั้งนี้หุ่นยนต์ได้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งด้านการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล การแพทย์ รวมถึงเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องด้านต่างๆ เช่น ดาวน์ซินโดรม ออทิสติกสเปคตรัม เป็นต้น หรือผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนนั้นมีหลากหลาย แต่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เหมาะกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเด็กที่มีความบกพร่องด้านต่างๆ จึงมักมีการใช้งานที่ซับซ้อน ยากแก่การเรียนรู้ หุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “AIMBOT” จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยมุ่งตอบโจทย์การเป็นเครื่องมือเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ให้ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องด้านต่างๆ อย่างไรก็ดี ขีดความสามารถของ AIMBOT ยังมีจำกัด ทำให้รูปแบบการใช้งานไม่หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ใช้ไม่ครอบคลุมนัก จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “สื่อสาร” ต่อยอดมาจาก AIMBOT โดยเน้นการฝึกทักษะด้านการสื่อสารให้กับผู้ใช้ โดยสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรมควบคุมการเปิดปิดแผงหลอดไฟแอลอีดีที่ได้ออกแบบให้ใช้งานร่วมกับหุ่นยนต์ การจัดท่าทางของหุ่นยนต์ รวมถึงการบันทึกเสียงให้กับหุ่นยนต์และนำไฟล์เสียงนั้นบรรจุลงในกล่องฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปฝึกต่อในภายหลังทั้งในรูปแบบการฝึกเดี่ยวหรือฝึกเป็นกลุ่ม

นักวิจัย สกว. ระบุว่าได้นำหุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “สื่อสาร” ไปใช้งานจริงที่บ้านเรียนชวนชื่น จ.ปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ พัทยา โรงเรียนเฉลิมไฉไลวิทยา จ.สมุทรปราการ เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา รวมถึงโรงพยาบาลดอนตูม ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (TCELS) และได้ส่งมอบหุ่นยนต์เสริมการเรียนรู้ “สื่อสาร” ให้ศูนย์อภิบาลคามิลเลียน ลาดกระบัง และบ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาการเด็กพิการ จ.ราชบุรี ปัจจุบันหุ่นยนต์นี้ได้รับการขึ้นบัญชีสิ่งประดิษฐ์ และอยู่ระหว่างการรับทุนสนับสนุนจากคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติในเรื่องการออกแบบให้สวยงาม คงทน และการทดสอบมาตรฐาน “จุดเด่นของหุ่นยนต์นี้คือ ง่ายต่อการใช้งาน การเขียนโปรแกรมให้หุ่นยนต์ และมีเนื้อหาสำหรับจัดการเรียนการสอนมากกว่า 100 บทเรียน ประยุกต์ใช้สำหรับใช้เป็นสื่อการสอนให้กับนักเรียนทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนหรือศูนย์การศึกษาพิเศษ”

ขณะที่ น.ส. จาง นานจี จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมี ศ. ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้นำเสนอผลงาน “กรุ่น อะโรมาติก กรานูล สำหรับคงกลิ่นหอมของอาหาร” โดยใช้เทคโนโลยีหลักในการการหน่วงกลิ่นต่างๆ ในอาหารให้อยู่ในอาหารได้โดยไม่สลายตัวแม้จะเก็บไว้เป็นปี และสามารถส่งกลิ่นออกมาเมื่อนำไปให้ความร้อนก่อนรับประทาน เช่น เข้าไมโครเวฟ และขณะรับประทานโดยการเคี้ยว เทคโนโลยีนี้เกิดจากการพยายามสร้างคลังอินซูลินเพื่อเก็บอินซูลินให้สามารถค่อยๆ ปลดปล่อยในร่างกายได้เป็นเวลานาน โดยนักวิจัยพบว่าการปลดปล่อยเกิดได้ดีมากที่อุณหภูมิสูงกว่า 80 องศาสเซลเซียส โดยกลิ่นจะออกมาเมื่อให้ความร้อน จึงเหมาะสมกับอาหารสำเร็จรูปทั้งหลายที่ต้องการเก็บรักษาเป็นเวลานาน โดยตัวกรุ่นกรานูลสร้างจากพอลิเมอร์ธรรมชาติที่รับประทานได้ 100% การใช้งานทำได้โดยผสมลงในอาหารได้โดยตรง โดยอาหารจะสามารถคงกลิ่นได้ยาวนานกว่า 8 เดือน “จุดเด่นของงานวิจัยนื้คือ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในท้องตลาด การใช้งานสะดวกเพียงผสมลงในอาหารในขั้นสุดท้าย และที่สำคัญไม่เพิ่มต้นทุนในการผลิตมาก เพียงประมาณ 1-2 บาท ต่อข้าว 1 กล่อง และมีกลิ่นให้เลือกมากมาย อาทิ กระเทียม กะเพรา โหระพา มะกรูด ตระไคร้ มะนาว และอื่นๆ”

ขณะที่ ผศ. ดร.โสภาค สอนไว ผู้ประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. กล่าวระหว่างการเสวนา “From Research to Commercialization: How to cross the valley of death” ว่า สกว. พยายามก้าวข้ามอุปสรรคในการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่มีความมั่นใจว่าจะสามารถทำให้เกิดผลิตภัณฑ์และขายได้จริง รวม 8 คลัสเตอร์ ได้แก่ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานทางเลือก ดิจิทัล หุ่นยนต์ ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ และการบินและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ สกว.ยังแบ่งรับความเสี่ยงจากภาคอุตสาหกรรมในการแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์เดิมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยสนับสนทุนวิจัยในสัดส่วนมากถึงร้อยละ 80 อีกทั้งยังเป็นแรงขับให้แก่นักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ เห็นความสำคัญของการทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 และร่วมมือกับกองทุนนิวตัน สหราชอาณาจักร ในโครงการ “Leaders in Innovation Fellowships (LIF) Programme” เพื่อให้นักวิจัยได้เรียนรู้กลไกในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่องานวิจัยไปใช้ได้จริง ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นกับองค์กรและนักวิจัยระดับแถวหน้าของโลก เพื่อสร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกับต่างประเทศ ตลอดจนทำงานร่วมกับหน่วยการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สกว. ในการวางแผนทางธุรกิจและการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลักดันงานวิจัยสู่พาณิชย์อีกด้วย 


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400