โครงการ ‘เสริมกำลังอาคารโรงเรียนเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว’ จากงาน “วิจัย” สู่ “การใช้ประโยชน์จริง” ในพื้นที่

เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยมี “ความเสี่ยง” ต่อภัยแผ่นดินไหว อาคาร บ้านเรือน โรงเรียน วัดวาอารามต่างๆ อาจเสียหายหรือพังทลายลงมาได้เมื่อเผชิญกับแผ่นดินไหวที่รุนแรง นำไปสู่การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นๆ

มาตรการที่เชื่อกันว่ามีประสิทธิภาพในการบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้แก่

  1. กำหนดให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดขึ้นใหม่ต้องได้รับการออกแบบก่อสร้างให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้ ในระดับที่เหมาะสม
  2. ปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ในปัจจุบันที่อ่อนแอให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้โดยไม่เกิดความเสียหายรุนแรง ไม่พังทลายลงมา และ
  3. เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินภายหลังเกิดภัยพิบัติ

ในส่วนของการออกแบบก่อสร้างอาคารใหม่ให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหว ได้มีการออกกฎกระทรวงและมาตรฐานการออกแบบโครงสร้างอาคารโดยภาครัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่มีอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้อาคารที่สร้างใหม่มีความปลอดภัยสามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้อย่างเพียงพอ  อย่างไรก็ดียังมีอาคารเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ที่สร้างมาก่อนที่จะมีกฎหมายและมาตรฐานดังกล่าว อาคารเหล่านี้มักจะไม่ได้รับการออกแบบก่อสร้างให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหว ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในระดับที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้อาคารเหล่านี้เกิดความเสียหายขึ้น นำไปสู่ความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับอาคารสาธารณะ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น การปรับปรุงอาคารด้วยการเสริมกำลังให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้จึงเป็นมาตรการที่สำคัญในกรณีเหล่านี้

เนื่องจากการเสริมกำลังอาคารเพื่อต้านทานแผ่นดินไหวยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ผู้ที่เกี่ยวข้องอาทิ เช่น เจ้าของอาคาร วิศวกร ผู้รับเหมา หรือช่าง ยังอาจขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ทาง Nanyang Technological University แห่งประเทศสิงคโปร์ และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมกับผู้แทนจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU) จึงได้ตกลงร่วมมือกันดำเนินงานโครงการเสริมกำลังอาคารโรงเรียน จำนวน 4 หลัง ใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ที่เห็นประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ต่อไปได้ และเพื่อให้เกิดการเผยแพร่เทคโนโลยีการเสริมกำลังอาคาร นำไปใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอี่นๆ กันอย่างแพร่หลายในอนาคต โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากกองทุนเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์

โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการสำรวจโรงเรียนใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และร่วมกับทางโรงเรียนในการคัดเลือกอาคารในโรงเรียนที่เหมาะสม ที่จะทำการเสริมกำลัง โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น การใช้งานอาคาร สภาพปัจจุบันของอาคาร แผนการปรับปรุงอาคารในอนาคต ฯลฯ จากผลการสำรวจ ทีมงานได้คัดเลือกโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมในโครงการ 4 โรงเรียน ได้แก่

  1. โรงเรียนชุมชนบ้านโป่ง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
  2. โรงเรียน บ้านห้วยมะหินฝน อ.แม่จัน จ.เชียงราย
  3. โรงเรียนอนุบาลบ้านท่อเมืองลัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่  และ
  4. โรงเรียนบ้านดอนปิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

หลังจากที่ได้อาคารที่เหมาะสมแล้ว ทีมงานได้ดำเนินการศึกษาหาวิธีเสริมกำลังที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับอาคารเหล่านี้ โดยเทคนิคและวิธีการที่เลือกใช้ ได้แก่ การเสริมกำลังเสาอาคารด้วยการพอกด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก (Concrete Jacketing) และ การเสริมกำลังด้วยค้ำยันที่ไม่โก่งเดาะ (Buckling Restrained Bracing) เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกันอาคารเมื่อต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวที่รุนแรง โดยทั้ง 2 วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับอาคารหลายๆ รูปแบบในประเทศไทย

ในระหว่างการเสริมกำลังอาคารโรงเรียนทั้ง 4 หลัง ในโครงการ ยังได้มีการใช้อาคารเหล่านี้เป็นสถานที่จัดฝึกอบรมและดูงานวิธีการก่อสร้างให้แก่ผู้ที่สนใจ อาทิเช่น ชุมชนในบริเวณใกล้เคียง ช่างท้องถิ่น วิศวกรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยให้สามารถเผยแพร่แนวทางการเสริมกำลังอาคารต่างๆ ให้เป็นที่รับรู้แพร่หลายมากขึ้น ข้อมูลในระหว่างการก่อสร้างก็จะได้ถูกนำมาสรุปเป็นบทเรียนและจัดทำเป็นคู่มือเพื่อเผยแพร่ต่อไป

ในขณะนี้ทางโครงการได้ดำเนินการก่อสร้างเสริมกำลังอาคารแล้วเสร็จจำนวน 2 หลังจากทั้งหมด 4 หลังในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการนำร่องและเผยแพร่เทคนิคการเสริมกำลัง ทางคณะทำงานจึงได้จัดงานเปิดอาคารโรงเรียนที่ได้รับการเสริมกำลังเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว และอธิบายขั้นตอนการก่อสร้างและเสริมกำลัง ณ โรงเรียนชุมชนบ้านโป่ง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ทั้งนี้โครงการเสริมกำลังอาคารโรงเรียนเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว นับเป็นผลผลิตที่ผลิดอกออกผลจากโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย ผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2553 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะได้อาคารเรียนที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้แล้ว ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การนำไปใช้ในวงกว้างได้อย่างแพร่หลายในอนาคต

ทีมวิจัย

  • ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว สกว.
  • Assoc. Prof. Li Bing, Ph.D. Nanyang Technological University (NTU), Singapore
  • รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)
  • รศ.ดร.ชยานนท์ หรรษภิญโญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU)

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400