การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อประเทศไทยและการพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม

re2555-006โดย       รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและ

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลทางวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายได้นำไปสู่การขับเคลื่อนเป็นประเด็นการกำหนดนโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศ โดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) และแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พ.ศ. 2553-2562 นอกจากนี้ยังสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศไทยในรายงานแห่งชาติฉบับที่ 2 เพื่อเสนอต่ออนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามพันธกรณีของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาฯ”

ชุดโครงการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อประเทศไทย และชุดโครงการวิจัยการพัฒนา ความรู้และยุทธศาสตร์ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความรู้เรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่อประเทศไทยในหลากหลายมิติ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจและการค้า และมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งข้อเสนอเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานนโยบายหลักที่รับผิดชอบการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศ ข้อค้นพบที่สำคัญ คือ อุณหภูมิในประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ในขณะที่ปริมาณฝนมีความแปรปรวนสูงในคาบเวลาระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี โดยมีความสัมพันธ์กับความแปรปรวนของลมมรสุมและปรากฏการณ์เอนโซ ซึ่งเป็นรูปแบบที่โดดเด่นของปริมาณฝนในประเทศไทย ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความผันแปรเชิงพื้นที่และเชิงเวลาสูง

ในอนาคต 100 ปีข้างหน้าอุณหภูมิของประเทศไทยจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณฝนรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและอาจต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนักบ่อยขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อผลผลิตทางการเกษตรของพืชเศรษฐกิจหลักของไทยในระยะยาว คือ มันสำปะหลังจะลดลงร้อยละ 43 ข้าวนาชลประทานและข้าวโพดจะลดลงไม่เกินร้อยละ 20 ส่วนข้าวนาน้ำฝนและอ้อยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5

คณะวิจัยยังพบมาตรการใหม่ ๆ จากการเจรจาจัดทำระบอบระหว่างประเทศเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลังปี ค.ศ. 2012 ที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทย ได้แก่ กรอบพันธกรณีในอนาคตในการลดก๊าซเรือนกระจกและกลไกใหม่ ๆ ที่สำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น กลไกพัฒนาสะอาดรายสาขา กลไกการลดการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า เป็นต้น รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งที่เป็นมาตรการภาษีและไม่ใช่ภาษี มาตรการกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ข้อบังคับในการเปิดเผยข้อมูลปริมาณคาร์บอนบนฉลากสินค้า

การวิจัยทั้งสองโครงการได้สร้างความตื่นตัวของภาคส่วนต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ องค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อมวลชน มากกว่า 40 หน่วยงาน ได้มีโอกาสเข้าร่วมติดตามและแลกเปลี่ยนความรู้จากผลการวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในกิจกรรมเวที Global Warming Forum การผลิตเอกสารเผยแพร่ รวมถึงสาธารณชนในวงกว้างได้รับข่าวสารจากบทความเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ http://climatechange.jgsee.org และ http://www.measwatch.org

re2555-005