สกว. ลุยงานเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน พร้อมจับมือสถานวิจัยของเบลเยียม

ผู้บริหารและชุดโครงการฯ สกว. ดูงาน “การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน” ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ เตรียมหารือเชิงลึกเพื่อ ลงนามความร่วมมือกับสถาบันวิจัยของเบลเยียมโดยให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย

รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า ตนได้นำทีมงานและ ชุดโครงการอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เดินทางศึกษาดูงานเรื่อง “การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน” ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยได้ดูงานที่บริษัท Organic Waste System (OSW) ซึ่งมีเทคโนโลยีสำคัญในการ เปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ และถ่ายทอดเทคโนโลยีในหลายประเทศทั่วโลก โดยรูปแบบธุรกิจมีรายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมในการกำจัดขยะ

“ภารกิจหนึ่งที่สำคัญของสถานทูตคือ การดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งโครงการศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในประเด็นดังกล่าวที่สอดคล้องกับนโยบายของประเทศในกรอบของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพที่เป็นหนึ่งในสิบของอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล และเป็นโอกาสอันดีที่ สกว.จะได้ร่วมทำงานกับทางสถานทูต คาดว่าจะมีโครงการดีๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมดังกล่าวและอุตสาหกรรมอื่นที่ประเทศในสหภาพยุโรปมีความเข้มแข็ง” รศ. ดร.พงศ์พันธ์ระบุ

นอกจากนี้คณะของ สกว.ยังได้เยี่ยมชม สถาบันวิจัย VITO ซึ่งเป็นสถาบันไม่แสวงหากำไรที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลปีละประมาณ 40 ล้านยูโร แต่สามารถหารายได้เพิ่มเติมจากการร่วมวิจัยกับภายนอกและงานที่ปรึกษา รวมถึงการจัดการสิทธิเทคโนโลยีได้รวมกว่า 170 ล้านยูโร เน้นการทำงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่เชื่อมโยงกับการนำไปใช้งานจริงทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคนโยบาย งานหลักประกอบด้วยการลดความเสี่ยงในการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภาคเอกชนโดยการทำโครงการสาธิตต่างๆ โดยมุ่งที่บางประเด็นของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเกี่ยวข้องกับ 5 แนวคิดหลัก คือ พลังงาน เคมี วัสดุ สุขภาพ และการใช้ที่ดิน

แนวคิดสำคัญของ VITO คือ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยพยายามรักษาหน้าที่ (มูลค่า) ของผลิตภัณฑ์และวัสดุให้คงอยู่ได้ยาวนานมากที่สุด ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการขยะที่ต้องเน้นการนำกลับมาซ่อม ใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิลตามความเหมาะสม แนวคิดนี้มีความซับซ้อนเพราะต้องการทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม และการออกแบบการผลิตใหม่อย่างเป็นระบบ ในยุโรปเองถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ VITO จึงพยายามเสนอทางออกให้กับเอกชนในการสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นทิศทางในอนาคตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากจะมีกฏหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการจัดการของเสียที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้คณะของ สกว. ยังได้รับฟังแนวทางการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ การบริหารจัดการขยะ เทคโนโลยี นวัตกรรม และหลักการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงแนวทางการวิเคราะห์ความคุมค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ของระบบการบริหารจัดการขยะที่จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรและนักเศรษฐศาสตร์ ที่เริ่มต้นจากความร้อนและสมดุลมวล จนสุดท้ายได้ออกมาเป็นอัตราผลตอบแทนภายในและระยะเวลาคืนทุนที่สามารถปรับแผนได้ตามสถานการณ์ พร้อมกับได้เดินทางไปดูกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีในการเผาขยะ Incineration ที่บริษัท Indaver, Site Doel ที่สามารถกำจัดขยะรวมปีละกว่า 6 แสนตัน โดย 2 แสนตันจะเป็นของเสียจากบ้านเรือน และอีก 4 แสนตันของเสียจากอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตราย โดยความร้อนที่ได้จากการเผาจะถูกดึงเข้าเครื่องกำเนิดไอน้ำ ซึ่งไอน้ำส่วนหนึ่งถูกใช้ป้อนเข้ากังหันไอน้ำที่ต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 ชุดที่มีกำลังการผลิตรวมเท่ากับ 87 เมกะวัตต์ ไอน้ำส่วนที่เหลือมีโครงการ ECLUSE ที่วางแผนจะส่งไปยังโรงงานในบริเวณใกล้เคียง เช่น โรงงานปิโตรเคมี ทำให้โรงงานโดยรอบไม่ต้องใช้เครื่องกำเนิดไอน้ำของตนเอง ลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงไปได้จำนวนมาก ซึ่งะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2018 คาดว่าจะลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปได้กว่า 1 แสนตันต่อปี

ขณะที่โรงกำจัดขยะอินทรีย์ของ Indaver ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เป็นขยะของชุมชนและเกษตรกรโดยรอบ จะถูกป้อนเข้าบ่อย่อยเพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ กากที่ผ่านการย่อยจะถูกผลิตเป็นปุ๋ย โดยต้องมีการควบคุมให้ได้ค่าความไม่บริสุทธิ์ตามมาตรฐาน ก๊าซชีวภาพที่ได้จะมีความเข้มข้นของมีเธนเป็นไปตามมาตรฐานก่อนป้อนเข้าสู่เครือข่ายก๊าซเพื่อใช้ประโยชน์ตามครัวเรือน ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดึงออกมาจะถูกทำให้เป็นของเหลวก่อนส่งขายให้เกษตรกรที่ปลูกพืชในโรงเรือน

สำหรับการดูงานที่ Public Waste Agency of Flanders (OVAM) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแผนการบริหารจัดการขยะของแคว้นแฟลนเดอส์ ซึ่งเป็นแคว้นที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเบลเยี่ยม โดยการบริหารผ่านการลองผิดลองถูกมากว่า 40 ปี จนถึงปัจจุบันเบลเยียมมองว่าขยะเป็นทรัพยากรที่ต้องนำกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันมีขยะที่ฝังกลบน้อยกว่าร้อยละ 1 ของขยะทั้งหมด ส่วนใหญ่ใช้การจำแนกขยะและนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่เป็นขยะจุลินทรีย์ใช้ผลิตก๊าซชีวภาพและขยะ ส่วนหนึ่งยังคงต้องเผาอยู่เพราะเป็นขยะที่ปนเปื้อนสูงหรือมีต้นทุนสูงมากเกินไปที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ OVAM ยังมีหน้าที่ฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อนจากการฝังกลบขยะมาตั้งแต่ก่อนปี 1980 โดยการสำรวจและมีมาตรการฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ฝังกลบขยะ จากนั้นไปดูตัวอย่างการบำบัดน้ำเสียที่ Waterleau ใกล้ชายแดนฝรั่งเศส โดยใช้เทคนิค anaerobic ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ เพื่อย่อยน้ำเสียและเศษขยะอินทรีย์เปลี่ยนเป็นก๊าซชีวภาพ และนำมาเป็นเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ปั่นไฟ ส่วนน้ำที่ผ่านกระบวนการย่อยแล้วจะนำมาผ่านกระบวนการบำบัดแบบ aerobic ที่ต้องเติมออกซิเจน และกระบวนการอื่น ๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นน้ำดี

“สกว. และ VITO จะหารือเชิงลึกเพื่อลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือต่อไป โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ จะช่วยในการประสานเชิญผู้เชี่ยวชาญจาก VITO มาเยือนประเทศไทยเพื่อจัดอบรมเชิงปฏิบัติการและดูงานในพื้นที่ให้เห็นภาพการดำเนินงานจริง และสามารถกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันที่ชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยได้มากขึ้นต่อไป ทั้งนี้ชุดโครงการฯ ของ สกว. ได้นำเสนอให้ VITO ทราบถึงแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งสถานการณ์การพัฒนาเทคโนโลยีด้านก๊าซชีวภาพ และการใข้ประโยชน์จากขยะของไทย อันเป็นการพัฒนาโครงการตามนโยบายของประเทศ นั่นคือ โรดแมปการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย” ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. กล่าวทิ้งท้าย


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400