โครงการสิทธิชุมชนศึกษา

โครงการสิทธิชุมชนศึกษา.

หัวหน้าโครงการ : ศ.ดร.เสน่ห์ จามริก สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะ

  

          โครงการสิทธิชุมชนศึกษา เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ความรู้และประสบการณ์เรียนรู้จากชุดโครงการวิจัยสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์สากล ซึ่งเกิดจากการริเริ่มของ สกว. ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่พยายามทำความเข้าใจ เพื่อตอบโจทย์ประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนใหม่ๆ ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยตรรกะของสถานการณ์และบริบทปัญหา แต่เดิมนั้นสิทธิชุมชนนับเป็นสิทธิตามจารีตประเพณีอันเป็นลักษณะเฉพาะโดยพื้นฐานของสังคมวัฒนธรรมไทย แต่กลับไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในสังคม เนื่องจากผลกระทบของกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจบั่นทอนทำลายวิถีชีวิตชุมชนและฐานทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นทุนชีวิตของชุมชนท้องถิ่น กระบวนการงานวิจัยจึงได้ตั้งโจทย์เน้นในเรื่องสิทธิชุมชนในประเด็นฐานทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งได้รับการรับรองปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน

 

          "โครงการสิทธิชุมชนศึกษา" จึงมีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ในฐานะ "ผู้ทรงสิทธิ" โดยตรง ได้มีโอกาสเรียนรู้ในอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของสิทธิชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของทุนทางสังคม วัฒนธรรม และองค์ความรู้ใหม่ ที่เพียงพอที่จะดำรงตนในบริบทสถานการณ์โลก การเรียนรู้ของปัจเจกบุคคลในชุมชนถึงความรับผิดชอบอันพึงมีต่อชุมชนและสังคมร่วมกัน ทั้งหมดได้ประกอบกันเป็นกระบวนการเรียนรู้พัฒนาสิทธิและความรับผิดชอบ ประกอบกันเป็นวัฒนธรรมสิทธิชุมชน อันเป็นที่รับรู้กว้างขวางในปัจจุบัน

 

          การพัฒนาการเรียนรู้ของชาวบ้าน จึงเป็นประสบการณ์สำคัญที่ได้จากชุดโครงการนี้ ซึ่งแตกต่างจากการวิจัยเชิงวิชาการที่เคยปฏิบัติมา โดยที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านเป็นเพียงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกวิจัยเพื่อประโยชน์ในการแสวงหาความรู้ของคนภายนอก โครงการนี้ได้นำไปสู่การเปิดโลกทัศน์ใหม่ด้วยกระบวนการวิจัยของโครงการ ที่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมของชาวบ้านและกลุ่มแกนนำชาวบ้าน ในการศึกษาวิจัย ค้นคว้า หาข้อมูลของชุมชนของตนเองเพื่อทำความรู้จักในอัตลักษณ์และศักยภาพการพัฒนาตนเองของชาวบ้านและชุมชนในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ขอบข่ายและเนื้อหาสาระการเรียนรู้ของโครงการสิทธิชุมชนศึกษานี้ ได้ขยายขอบข่ายจากเรื่องราวเฉพาะภายในแต่ละชุมชน ให้ครอบคลุมถึง "เครือข่าย" ชุมชนที่ตั้งอยู่บนฐานทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำ ป่า ไร่นา หรือ ชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ เพื่อให้เรื่องของสิทธิชุมชนมุ่งถึงการปกป้องฐานทรัพยากร เป็นทั้งมิติของสิทธิชุมชนและความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ไม่ใช่สิทธิเฉพาะของแต่ละชุมชนที่แบ่งแยกจากกัน ซึ่งหากแบ่งแยกกันก็เท่ากับเป็นการแบ่งแยกฐานทรัพยากรที่เชื่อมโยงสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยธรรมชาติ

 

          ผลงานที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินโครงการนี้ เห็นได้จาก
1) การพัฒนาองค์ความรู้ / ผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์สถานการณ์และประเด็นด้านสิทธิชุมชนในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
2) ฐานข้อมูลเรื่องสิทธิชุมชน หน่วยงาน ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3) เครือข่ายภาคประชาสังคม ระดับภาคและระดับชาติ
4) ภาคสังคมได้รับรู้สถานการณ์จริงในพื้นที่
5) ชุมชนมีศักยภาพในการรักษาสิทธิแห่งตนเองและสามารถรักษาสิทธิของตนได้โดยสันติ
6) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

 

 

​