คอลัมน์ หนึ่งวัน กับ หนึ่งคน: งาน + ครอบครัว

TRF2010003

ศ.ดร.ภญ.อรัญญา มโนสร้อย (กลาง)

 

 

คนเก่ง คนเรียนดี และเป็นคนดี โขลกรวมอยู่ในคนคนเดียวกันน่าจะเป็นเรื่องดีของชาติบ้านเมืองเมืองไทยมีของดีอยู่มาก และมีคนดีอยู่มากเช่นกัน เพียงแต่เพลานี้อาจจะมีบางเรื่องปะทุขึ้นมาให้ขุ่นมัวปวดตับกันบ้าง แต่เชื่อว่าอย่างไรเสียสุดท้ายฟ้าดินจะช่วยชะล้างใจให้มองโลก มองชาติเป็นสีขาวได้ แม้จะปลอบใจกันไปว่า บุญออนไลน์ กรรมติดจรวด แต่ต้องอดทนร่วมกันนะ

 

 

วันนี้ขอชวนไปคุยกับนักวิชาการที่เลือกขึ้นไปสอนหนังสือที่เชียงใหม่ยาวนานกว่า 30 ปีมาแล้ว กาลเวลาพิสูจน์คน อย่ามองเพียงฉวยโฉบ เบี่ยงตามองเพียงด้านเดียว ขอให้มองพิศ อย่าเพียงมองผาด

 

ศ.ดร.ภญ.อรัญญา มโนสร้อย สอนประจำอยู่ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สอนมากว่า 30 ปีแล้ว และเป็นการย้ายสำมะโนประชากรจากคนกรุงไปเป็นชาวเชียงใหม่แบบเต็มใจ แม้ว่าพี่ๆ น้องๆ อีก 7 คนค้าขายอยู่ในเมืองหลวง และเป็นคนเดียวของบ้านที่รับราชการก็ตาม

 

เป็นเด็กเรียนดีมาก สอบได้ที่ 1 ของชั้นเรื่อยมาเป็นศิษย์เก่ามาแตร์ฯ ฉายแววของการเป็นผู้นำ เมื่อเป็นหัวหน้าชั้น และเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียน

 

ได้รับทุนเรื่อยมาแถมยังรับมากจนเลือกได้ เลือกที่จะเป็นอาจารย์สอนหนังสือ น่าจะเป็นงานที่ทำได้ดี งานที่หลงรัก เพราะชอบที่จะเป็นติวเตอร์ให้เพื่อนๆติวหลายวิชาแบบตั้งใจ มั่นใจว่างานสอนเหมือนการจุดเทียน ยิ่งสอนยิ่งสร้างความสว่างทางปัญญาให้แตกฉาน มีเรื่องเล่าว่าเคยไปสมัครงานภาคเอกชน-โรงงานแห่งหนึ่ง แต่ถูกนายจ้างปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน เพียงเพราะบอกว่าหนูเรียนเก่งเกินไป เกินมาตรฐานที่จะรับ ว่าแล้วก็หันไปรับเพื่อนที่ไปสมัครงานพร้อมกันนั้นซะเลยแต่ไม่เสียใจนะ ไม่งั้นคงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อและมาเป็นอาจารย์ของวันนี้ดอกนะ

 

มองความสำคัญของครอบครัวที่ต้องเดินมาพร้อมกับการทำงาน คนเราต้องมีกำลังใจอยู่เคียงข้าง ไม่ว่ายามสุข ยามเศร้า ว่าแล้วก็หอบลูกๆ ทั้งสามไปเรียนต่อที่เยอรมัน - คนเล็กวัยเพียง 21 วัน จ้าละหวั่น ที่ต้องดูแลลูกและเป็นนักศึกษาปริญญาเอก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี น่าแปลกใจดีนะที่ลูกชายคนโตมีโอกาสกลับไปเรียนปริญญาเอกด้านวิศวกรรมอวกาศที่เยอรมัน

 

ชอบสอนและทำงานวิจัยไปพร้อมกัน เหมือนต้องลับสมอง และกวักมือชวนลูกศิษย์มาทำงานวิจัยด้วยกัน นับเป็นการถ่ายทอดวิชา+ประสบการณ์อย่างลุ่มลึก ในรอบ 20 ปี อาจารย์จึงทำงานวิจัยมาแล้วกว่า 300 เรื่องด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และเชื่อว่าจะช่วยต่อยอดให้ผู้ประกอบการนำไปทำงานได้ต่ออย่างมีนัยยะสำคัญของบ้านเมืองได้

 

เมืองไทยมีสมุนไพรไทยอยู่มาก ทั้งจากข้าวที่ไม่เพียงเป็นอาหารหลัก แต่นำมาทำเครื่องสำอางคุณภาพเยี่ยมได้สบายสร้างมูลค่าเพิ่ม นำเงินเข้าประเทศ ทดแทนการนำเข้าได้ไม่น้อยเลย และมั่นใจว่าเมืองไทยแข่งขันกับต่างชาติได้สบาย (มาก)

 

งานวิจัยของอาจารย์เน้นการใช้เทคโนโลยีระบบนำส่งที่มีขนาดเล็ก ยืดหยุ่น บีบตัวผ่านผิวหนังลงเข้าไปสู่ผิวหนังชั้นในได้ง่าย นี่เป็นหัวใจของเครื่องสำอางที่ตอบโจทย์ของคนอยากสวยและการมีสุขภาพดี หมายถึงการต้านริ้วรอย และการต้านมะเร็ง

 

ตัวอย่าง ผลงานวิจัยที่ออกมาสู่สายตา และการใช้งานของผู้บริโภคบ้างแล้ว เช่น ลูกประคบแบบสเปรย์ สะดวกใช้งานดีจัง และอีกหลายผลิตภัณฑ์ ส่วนอีกเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้อาวุโสที่ปากคอแห้งผาก และผู้ป่วยมะเร็งที่ต่อมน้ำลายถูกทำลายไปจากการฉายแสง คือ น้ำลายเทียม อดใจรอกันอีกสักนิด ขอบคุณ สกว.ที่มอบทุนให้มาทำงาน

 

ชีวิตประจำวันของนักวิจัย อาจารย์บอกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจนักหรอก เดินเข้าเดินออกห้องเรียน ห้องวิจัย ลงพื้นที่ ประมาณนั้น เรื่องน่าภูมิใจ

 

เป็นเรื่องลูกๆทั้งสามคน ลูกชายคนโตไปเรียนปริญญาเอก ลูกสาวคนกลางเป็นหมอ อยู่เชียงใหม่ด้วยกัน ส่วนลูกชายคนเล็ก รอไปเรียนต่อโทและมีความสามารถพิเศษด้านอารมณ์ศิลปิน เล่นกีตาร์เบส ประจำอยู่ที่ซียูแบรนด์

 

มาอยู่เชียงใหม่ครึ่งชีวิตมาแล้ว จึงชอบอาหารเมือง อย่าง แกงฮังเล ลาบหมู ไม่ค่อยทำอาหารที่บ้าน อยู่กันน้อยคน อยากทานอะไรก็ซื้อหามาสะดวกกว่า หากมีเพื่อนฝูงมาเยือนก็จะมีร้านอร่อยเจ้าประจำที่พาทานกันได้สนุก อย่างร้านครัวย่า คุ้มเวียงยอง

 

บอกตัวเองเสมอว่า โชคดี ที่มีทีมงานดี มีลูกดี มีสามีดี-ขอเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นเพื่อนคู่คิดกันมาตั้งแต่แต่งงาน-อาจารย์จีรเดช ท่านอารมณ์ดี เข้าใจโลก จึงมองโลกในแง่ดี ไปไหนไปกัน เป็น "หมอยา" เหมือนกัน ตอนนี้กำลังขะมักเขม้นช่วยกันทำฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรล้านนา รวบรวมตั้งแต่สูตรโบราณเมื่อ700 ปีก่อน ตัวเลขขึ้นไปที่ 6 หมื่นตำราแล้วตามเป้าหมายน่าจะอยู่ที่ 2 แสนตำรับ

 

(กำลัง) จะเกษียณอายุราชการในกันยายนนี้ น่าเสียดายที่คณะนี้บอกอาจารย์ว่า คงไม่ต่ออายุราชการ แม้จะรู้เต็มอกว่าขาดแคลนอาจารย์ที่มากความรู้เยี่ยงนี้ ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากฟัง เมื่อพบว่ารัฐบาลใช้เงินเพื่อการอื่นมากกว่านี้หลายช่วงตัวคือ คำตอบว่า ไม่มีงบประมาณ

 

ช่างเถอะ คนไทย อยู่ที่ไหนก็ช่วยบ้านเมืองได้ทั้งนั้น... จึงขอส่งเสียงเชียร์ให้จิตมั่นคงตลอดไปนะอาจารย์นะ อย่าไหวหวั่นกับน้ำลายปลอม ที่ปลิ้นปล้อน ตวัดขึ้นลงอย่างใคร (บางคน) ละกัน....................

 

 

ดาวเต็มฟ้า

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2555

 

 

 

 

 

 

 

 

​