ขอเชิญร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนสนับสนุนการวิจัย

TRF-Logo-

ขอเชิญร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนสนับสนุนการวิจัย

ในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ
สังคมของประเทศ
และรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคเงินแก่กองทุนสนับสนุนการวิจัย สำหรับเป็นทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม และทางด้านวิชาการของประเทศ โดยผู้บริจาคจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี 2 เท่า*

Attachments:
FileDescriptionDownloads
แบบฟอร์มการขอบริจาคเงินแก่กองทุนสนับสนุนการวิจัย54
โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนสนับสนุนการวิจัย12

อ่านเพิ่มเติม...

คณะกรรมการ สกว.

สกว. ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 คณะ ทำหน้าที่คอยกำกับดูแลการดำเนินงาน ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัย

คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ลำดับชื่อ-นามสกุล / ตำแหน่ง
ตำแหน่งในคณะกรรมการ
1 ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการ
2 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการ
3 ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ
4 ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
5 ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
6 ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ
7 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ
8 ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
9 เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรรมการ
10 เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรรมการ
11 ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรรมการ
12 ศ. ดร.กมล เลิศรัตน์ กรรมการ
13 ศ. ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล กรรมการ
14 ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ กรรมการ
15 รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการ
16 ศ. ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการ
17 ศ.ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กรรมการ
18 นายธันวา เลาหศิริวงศ์ กรรมการ
19 ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัย

ลำดับชื่อ-นามสกุล / ตำแหน่ง
ตำแหน่งในคณะกรรมการ
1 ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานกรรมการ
2 ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร กรรมการ
3 ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย กรรมการ
4 ผู้แทนสำนักงบประมาณ กรรมการ
5 ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
6 ผู้แทนกรมบัญชีกลาง กรรมการ
7 ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
8 ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
9 ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย กรรมการ
10 ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน กรรมการ
11 ดร.บุญชู ปโกฏิประภา กรรมการ
12 ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ กรรมการ
13 ศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กรรมการ
14 ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ กรรมการ
15 ศ.ดร.โมไนย  ไกรฤกษ์ กรรมการ
16 นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ กรรมการ
17 รศ.ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์ กรรมการ
18 ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กรรมการและเลขานุการ

ปรับปรุงเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561

นโยบายและการบริหารจัดการงานวิจัย

managementpolicy

นโยบายและการบริหารจัดการงานวิจัยแบบ สกว.

เพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานวิจัย พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้มีการกำกับกิจการภายใต้คณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัย นอกจากคณะกรรมการทั้งสองชุดดังกล่าวแล้ว สกว. ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงาน (Audit Committee) ผู้ตรวจสอบภายใน และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบภายนอกด้วย

ภาคีเครือข่าย

สกว. ได้ทำงานผ่านภาคีเครือข่าย โดยมี “ผู้ประสานงาน” ตามที่ฝ่ายงานต่างๆ ได้เฟ้นหาและเห็นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีศักยภาพ มีความเป็นกลางและมีจริยธรรม ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักของชุดโครงการวิจัยนั้น ๆ ตั้งแต่การพัฒนาโครงการเพื่อให้ได้ข้อเสนอโครงการที่สมบูรณ์ (Full Proposal) ติดตามการสนับสนุนโครงการวิจัย การรายงานความก้าวหน้าของชุดโครงการวิจัย ตลอดจนการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีกระบวนการประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง สกว. ผู้ประสานงาน ทีมนักวิจัยในชุดโครงการนั้นๆ อยู่ตลอดกระบวนการทำงาน เช่น มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการทุก 6 เดือน การเยื่ยมชมโครงการร่วมกันระหว่างผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิ การประชุมนำเสนอผลงานโดยมีผู้ใช้ประโยชน์เป็นผู้ให้ความเห็นเชิงวิพากษ์ เป็นต้น

trfnetwork

การบริหารจัดการภายในสำนักงาน

สกว. บริหารองค์กรแบบแนวราบ (Flat Organization) มีระดับการบริหารเพียง 3 ระดับ มีผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารสูงสุด และมีผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ และเจ้าที่ฝ่าย เป็นผู้นำนโยบายมาดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ หนุนเสริมการดำเนินงานของหน่วยประสานงานวิจัยของชุดโครงการต่างๆ ด้านการพัฒนาโครงการ การจัดทำสัญญาโครงการ การติดตามสนับสนุนโครงการ การพัฒนาระบบและวิธีปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสังเคราะห์องค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของโครงการต่างๆ ทั้งระหว่างการดำเนินโครงการ และหลังจากโครงการเสร็จสิ้นแล้ว

สกว. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณะ ผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก สกว. แต่ละชิ้นหากเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ สกว. จะผลักดันและสนับสนุนให้มีการต่อยอดหรือขยายผล หรือเรื่องใดสามารถนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางทรัพย์สินทางปัญญา สกว. จะพิจารณาดำเนินการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรให้

ความเป็นมา สกว.

trfcatalystforchanges

ความเป็นมา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือ The Thailand Research Fund (TRF) เป็นองค์กรขนาดเล็กของรัฐ ภายใต้กำกับของสำนักนายกรัฐมนตรีที่มิได้ใช้ระบบราชการเป็นกลไกควบคุมองค์กร ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการเมื่อรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบตราพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ.2535 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยใช้การวิจัยเป็นกลไกสร้างฐานความรู้สำหรับการแก้ปัญหาให้แก่สังคม

บทบาทหลักที่สำคัญ

คือ สร้างคน สร้างองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการสนับสนุนทุนวิจัย และบริหารจัดการงานวิจัย โดย สกว. ไม่ทำวิจัยเอง

เน้นการบริหารจัดการแบบครบวงจรผ่านเครือข่ายการทำงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ สนับสนุนการสร้างและพัฒนากำลังคนและนักวิจัยมืออาชีพ สู่สังคมที่อาศัยความรู้ในการแก้ปัญหา ผลักดันการใช้ประโยชน์จากการวิจัยด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผลักดันให้เกิดการร่วมทุนกับภาคเอกชน หน่วยงานในประเทศ และต่างประเทศ

วิสัยทัศน์

สานพลังการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใน 20 ปี

Collaboration of Research and Innovation to transform Thailand into a sustainable developed country based on sufficiency economy philosophy within 20 years

พันธกิจ

  1. สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ นโยบาย นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น
  2. สนับสนุนการสร้างการพัฒนานักวิจัยและองค์กรวิจัย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมของประเทศ
  3. สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ
  4. สนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
  5. สนับสนุนการพัฒนารูปแบบ ระบบและวิธีการ ในการติดตามและประเมินผลงานวิจัย

ยุทธศาสตร์ สกว. (พ.ศ. 2560 - 2564)

  1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนทุนและการบริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนาในประเด็นสำคัญ มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมที่ก้าวทันหรือก้าวนำการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างนโยบายและต้นแบบการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น พื้นที่ และประเทศ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างนักวิจัยใหม่และพัฒนาศักยภาพนักวิจัย บุคลากรวิจัย เครือข่ายวิจัย และองค์กรวิจัยในทุกระดับให้เข้มแข็ง เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ
  3. ยุทธศาสตร์ที่ 3 สนับสนุนการพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ร่วมในการปฏิรูประบบวิจัย บูรณาการกับหน่วยงานบริหารงานวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยทุกภาคส่วนของ ประเทศ พัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานบริหารงานวิจัยนานาชาติ
  4. ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการผลงานวิจัยให้มีการนำไปใช้ประโยชน์และสื่อสารสังคม จนเกิดผลกระทบในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลลัพธ์ ผลกระทบของงานวิจัย
  5. ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนาและออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย

คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ชื่อตำแหน่ง
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการ
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ
ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรรมการ
เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรรมการ
ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรรมการ
ศ. ดร.กมล เลิศรัตน์ กรรมการ
ศ. ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล กรรมการ
รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการ
ศ. ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการ
ศ.ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กรรมการ
นายธันวา เลาหศิริวงศ์ กรรมการ
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กรรมการและเลขานุการ

ปรับปรุงล่าสุดวันที่ 21 พฤษภาคม 2561

โครงสร้างของฝ่ายอุตสาหกรรม สกว.

 

 File  Description  File size
 Presentation1.pdf  โครงสร้างของฝ่ายอุตสาหกรรม สกว.  566 kB

พันธกิจ

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income trap) และการสร้างความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศมาตั้งแต่การใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 และยังคงเป็นประเด็นสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) และเป็นหนึ่งในกรอบกลไกประชารัฐที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในปัจจุบัน ซึ่งภาคอุตสาหกรรมยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลได้ประกาศมาตรการสำคัญด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม คือ การยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ทั้งนี้ในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม จำเป็นต้องส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตบนฐานนวัตกรรม โดยทั้งภาครัฐและเอกชนควรมีการลงทุนในการทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1.5% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) ในปี 2564 หรือเมื่อสิ้นระยะเวลาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดที่ท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง

จากเหตุดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2560 สกว. ฝ่ายอุตสาหกรรม ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยดำเนินการสนับสนุนงานวิจัยภายใต้กรอบ “โครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา” ทั้งนี้เป็นการขยายผลรูปแบบการดำเนินงานของ สกว. ฝ่ายอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยมีระยะเวลาดำเนินการในระยะแรก 5 ปี สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และกำหนดเป้าหมายไว้ดังนี้

  1. สร้างศูนย์ประสานงานหรือสำนักประสานงานวิจัยตามคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาโจทย์วิจัย ประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานวิจัยและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยที่มีเป้าหมายในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  2. ให้ทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมเป้าหมาย 200 โครงการต่อปี
  3. พัฒนาผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือบริการจำนวน 160 รายต่อปี
  4. พัฒนานักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมจำนวน 200 คนต่อปี โดยเป็นนักวิจัยหน้าใหม่ร้อยละ 10 ของนักวิจัยทั้งหมด
  5. สร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ 10 เรื่องต่อปี (เป็นเป้าหมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากปีที่ 2 ที่เริ่มดำเนินงานโครงการ)

ซึ่งเอกชนจะร่วมทุนวิจัยตามสัดส่วนที่ สกว. อุตสาหกรรมกำหนด (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าโครงการ) และจะสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้

  1. อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. อุตสาหกรรมอาหาร
  3. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
  4. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  5. อุตสาหกรรมดิจิทัล
  6. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  7. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
  8. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์

นอกจากนี้ สกว. อุตสาหกรรมยังสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับอุตสาหกรรมอื่นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อลดการพึ่งพาและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยสนับสนุนทุนวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงและเทคโนโลยีอวกาศ อวกาศ เพื่อสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการและพัฒนาบุคลากรภายในประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว

พันธกิจ

สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจให้กับประเทศ

ยุทธศาสตร์การทำงาน

  1. เน้นสนับสนุนงานวิจัยตามความต้องการของภาคเอกชน (Demand driven) โดยเอกชนต้องร่วมลงทุนในงานวิจัยตามเงื่อนไขที่กำหนด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20)
  2. เน้นการทำงานในรูปแบบสามประสาน (Triple helix models) โดยผลักดันให้นักวิจัยในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันวิจัย มีส่วนร่วมในการทำวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม
  3. ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรม โดยเน้นสร้างเครือข่ายกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

ตัวอย่างผลผลิตจากงานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์

  • ยาสีฟันสำหรับผู้ป่วยเบาหวานจากสมุนไพรไทย ซึ่งชนะรางวัลประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีการจำหน่ายในโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว
  • ขนมขบเคี้ยวจากเส้นก๋วยเตี๋ยว เป็นการเพิ่มมูลค่าจากเส้นก๋วยเตี๋ยวตกเกรดมาเป็นสแน็ค จากผลสำเร็จของการวิจัยทำให้ผู้ประกอบการลงทุนในการสร้างโรงงานผลิตและเริ่มวางจำหน่ายแล้ว
  • ระบบตรวจจับการทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งอัตโนมัติ (การเปลี่ยนช่องทางในพื้นที่ห้าม เช่น สะพานข้ามแยก เป็นต้น) โดยระบบจะทำการตรวจจับรถที่ทำความผิด อ่านป้ายทะเบียน ทำการดึงข้อมูลเจ้าของรถจากระบบทะเบียนของกรมการขนส่งทางบก และออกใบสั่ง ซึ่งทั้งหมดสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้นำซอฟแวร์ที่ได้จากงานวิจัยไปใช้นำร่องในพื้นที่บริเวณทางลงลอดแยกสุทธิสาร ถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้า รวมทั้งมีการขยายผลไปยังอีก 15 จุดในกรุงเทพมหานคร

การเสนอโครงการวิจัย

การเสนอโครงการวิจัย

  • นักวิจัยประสงค์จะขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาควรให้รายละเอียดเบื้องต้นในรูปแบบของเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper) สามารถ Download แบบฟอร์มได้ที่ด้านล่าง (แบบฟอร์มเอกสารเชิงหลักการ)
  • หลังจากที่ผ่านการพิจารณาเอกสารเชิงหลักการ (concept paper) แล้ว นักวิจัยจึงเขียนข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม (Full Proposal) สามารถ download แบบฟอร์มได้ที่ด้านล่าง (แบบฟอร์มการเขียนข้อเสนอโครงการมีเอกชนร่วมทุน)
  • ผู้สนใจโปรดส่งเอกสารเชิงหลักการ/ข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม ไปยัง “ผู้ประสานงาน” ของฝ่ายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโจทย์วิจัยของท่านดังนี้

ผู้สนใจโปรดส่งเอกสารเชิงหลักการ/ข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม ไปยัง “ผู้ประสานงาน” ของฝ่ายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโจทย์วิจัยของท่านดังนี้

  1. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ”
  2. ชุดโครงการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House”
  3. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต”
  4. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ”
  5. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ”
  6. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมดิจิทัล”
  7. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิคส์อัจฉริยะ”
  8. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร”
  9. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์”
  10. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมการบิน-อวกาศและความมั่นคง”

เงื่อนไขการสนับสนุนทุนวิจัย

  • Demand driven research problems
    • โจทย์วิจัยมาจากความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผ่านกระบวนการสังเคราะห์เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีความชัดเจนด้านประเด็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามความต้องการ
  • Matching fund from private sector
    • ผู้ประกอบการต้องร่วมทุนอย่างน้อยร้อยละ 20 (In cash + In kind) เพื่อให้มีส่วนร่วมในการทำงานอย่างจริงจัง และยืนยันความตั้งใจในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์
  • Triple helix model
    • จัดสรรทุนวิจัยไปที่นักวิจัยจากสถาบันวิจัยภาครัฐและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อดำเนินงานวิจัยตามโจทย์ที่มาจากภาคเอกชน
  • Peer reviewed by experts + Monitoring and evaluation
    • เป็นโครงการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่ช่วยให้คำแนะนำเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
  • Budget and Period
    • เปิดรับโจทย์ทั้งปี และไม่จำกัดกรอบวงเงิน ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับ Output และกระบวนการศึกษาวิจัย

รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
  • ฝ่ายอุตสาหกรรม (ฝ่าย 5)
  • ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ เลขที่ 979/17-21 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน
  • เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
  • โทรศัพท์ 0-2278 -8242 – 46 โทรสาร 0-2278-8238
  • https://www.facebook.com/IndustryDivision.trf

ถ้าคุณอยากทำวิจัย Biodata ให้โอกาส อย่าพลาด!!! ลงทะเบียนที่ http://biodata.trf.or.th


➥ เอกสารประกาศสามารถดาวน์โหลดได้จากเอกสารแนบ (Attachments) ด้านล่างนี้

Attachments:
URLDescriptionDownloads
แบบฟอร์มข้อเสนอเชิงหลักการสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย1,819
แบบฟอร์มการเขียนข้อเสนอโครงการฝ่ายอุตสาหกรรม (ฉบับเต็ม)875

ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมดิจิทัล”

กรอบการสนับสนุน

สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ภายใต้องค์ความรู้ทางวิศวกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสร้างสรรค์ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการวิจัย ได้แก่

  • Internet of Things Platform
  • Embedded Computing Platform
  • Cloud Technology Platform
  • Deep Learning & Data Analytics Platform
  • Smart City & Agriculture Platform
  • Digital Contents
  • Virtual Reality Platform เป็นต้น

ผู้ประสานงาน

  • รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์
  • สำนักประสานงานชุดโครงการ “อุตสาหกรรมดิจิทัล”
  • ชลบุรี : เลขที่ 15/133 หมู่ 5 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20130
  • กรุงเทพฯ : ชั้น 2 ห้อง 205 ศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ อาคารอุทยานวัตกรรม (NIA) เลขที่ 73/2 ถนนโยธี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
  • E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Line ID: @digital-trf
  • LINE@ Digital Research Programme

ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ”

กรอบการสนับสนุน

สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและบริการ ตลอดจนส่งเสริมให้มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาในประเทศเพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยมุ่ง เน้นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ที่ใช้กับภาคอุตสาหกรรม การผลิต การเกษตร การแพทย์ การศึกษา และการบริการ

ผู้ประสานงาน

  • ดร.สรุจ พันธุ์จันทร์
  • ชั้น 7 ห้อง 706-707 อาคารสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STRI)
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • 1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
  • โทรศัพท์ 087 996 1958, 061 671 1817 โทรสาร 02 587 8255
  • E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิคส์อัจฉริยะ”
  2. ชุดโครงการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House”
  3. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร”
  4. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมความมั่นคง และเทคโนโลยีอวกาศ”
  5. ชุดโครงการ “อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์”

Page 1 of 253