รัฐศาสตร์ มธ. เปิดเวที ออกแบบเครื่องมือนโยบาย “ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ”

  • พิมพ์

เปิดเวทีออกแบบเครื่องมือนโยบายลดความเสี่ยงภัยพิบัติ นักวิจัยแนะสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือเงื่อนไขและข้อจำกัดขอองค์ประกอบเชิงสถาบันในการบริหารจัดการ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว. เป็นประธานเปิดงานเสวนา เครื่องมือนโยบาย “การลดความเสี่ยงภัยพิบัติ” และ การแนะนำหนังสือ “การออกแบบมาตรการไม่ใช่เชิงโครงสร้างในการลดความเสี่ยงภัยพิบัติแผ่นดินไหวและอาคารถล่มสำหรับประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ พร้อมทีมวิจัยเป็นผู้ร่วมเสวนา และ ศ.ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ให้เกียรติเป็นผู้ร่วมตั้งคำถามและสรุปประเด็นการเสวนา ณ โรงแรมรอยัล ปริ้นเซส หลานหลวง

รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว. กล่าวว่า ปัจจุบันความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวมีโอกาสเกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ ทำให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายมาแล้วนับไม่ถ้วน การเตรียมพร้อมรับมือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุนี้ สกว. จึงสนับสนุนงานวิจัยนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวทางและเตรียมการสามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกมิติและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการภัยพิบัติจากส่วนต่างๆและรับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้มากขึ้น

นอกจากประสบการณ์และองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากโครงการ ทีมวิจัยยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับบริหารจัดการลดความเสี่ยงภัยพิบัติของประเทศในส่วนของมาตรการที่เกี่ยวกับความเสี่ยงภัยพิบัติแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม ซึ่งป็นประโยชน์อย่างมากในการใช้ป้องกันและลดผลกระทบ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ โดยมีการวิเคราะห์ช่องว่าง พัฒนาข้อเสนอเชิงมาตรการ และการออกแบบเครื่องมือการจัดการภัยพิบัติที่มีความหลากหลายทั้งในทางกฎหมาย ทางเศรษฐศาสตร์ การมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมและเชิงสถาบันและการบริหารจัดการ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในการสนับสนุนการทำงานบูรณาการและปฏิรูประบบบริหารจัดการภัยพิบัติในประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ด้าน ผศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย ให้ข้อมูลว่า โครงการวิจัยและหนังสือดังกล่าวจัดทำภายใต้แนวคิดสำคัญที่ว่า ในการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ หัวใจคือการบูรณาการองค์ประกอบเชิงสถาบันและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ปฏิบัติการ เพราะบริบทพื้นที่ที่ต่างกัน เป็นตัวแปรสำคัญของการสร้างและดำเนินการมาตรการดังกล่าว กระนั้นการจัดวางความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในแต่ละระดับไม่สามารถกระทำได้อย่างมีระบบอันเนื่องจากพระราชบัญญัติที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน และความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ยังขาดความชำนาญในความเป็นเทคนิคของการประสานงานด้านภัยพิบัติ ทั้งในระดับเครือข่ายหน่วยงานราชการ และระดับเครือข่ายทางสังคม

นอกจากนี้ ในการพัฒนามาตรการทางด้านเศรษฐศาสตร์ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการลดความเสี่ยงชุดใหม่ และเป็นการพัฒนาบนฐานข้อมูลความเสี่ยงที่มีมาตรฐาน และวัฒนธรรมความปลอดภัยของสังคม ตลอดจนวิถีปฏิบัติในการบริหารงานสาธารณะรูปแบบใหม่ ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการให้ภาคเอกชนเข้ามีบทบาทในการกำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่ในระบบตลาด ที่มีการสนับสนุนจากระบบรัฐ อาจสรุปได้ว่าการออกแบบเครื่องมือนโยบายในการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ จะไร้เดียงสามากหากไม่คำนึงถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดขององค์ประกอบเชิงสถาบันในการบริหารจัดการ

ผศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ กล่าวว่า กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน ในการสร้างความเข้าใจอย่างเป็นระบบในภารกิจหน้าที่ของรัฐ ผู้บังคับใช้กฎมายและประชาชนในสังคม เมื่อเกิดภัยพิบัติประมวลกฎหมาย โดยส่วนตัวในฐานะนักกฎหมายไม่คิดว่าเราต้องแก้ปัญหาโดยการแก้กฎมายเพราะเกิดความยากในเชิงปฎิบัติ สิ่งที่ต้องมีคือ “ภัยพิบัติประมวลกฎหมาย” เพื่อจัดระเบียบการทำงาน ความซ้ำซ้อนของอำนาจหน้าที่ ข้อมูลที่กระจัดกรจาย รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ นอกจากนี้เห็นว่าควรมี ศูนย์ข้อมูลภัยพิบัติของประเทศ ที่เป็นหน่วนงานหลักในการให้ข้อมูลกับประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนในการรับทราบข้อมูลที่มาจากหลายด้าน

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ศิกานต์ อิสสระชัยยศ ทีมวิจัยโครงการเดียวกัน ให้ข้อมูลเสริมว่า รัฐบาลไทยยังไม่เห็นความสำคัญของการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเท่าที่ควร หากแต่ที่ผ่านมารัฐมุ่งเน้นมาตรการเชิงรับ นั่นคือการชดเชยและเยียวยาผู้ประสบภัย ดังนั้นการคิดค้นมาตรการเชิงรุกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราควรมีการวางแผนแม้เราจะไม่ใช่ประเทศที่เกิดภัยพิบัติอย่างสึนามิหรือแผ่นดินไหว แต่การมีแผนป้องกันความเสี่ยงมาตรการเชิงรับย่อมเป็นสิ่งดีกว่า

ด้าน ดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ กล่าวเสริมว่า เครื่องมือการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่เสร้างพฤติกรรมแห่งความปลอดภัยให้แก่บุคคล ครอบครัว ชุมชย และหน่วยงานเพื่อให้ภาคประชาสังคมสามารถปฏิบัติตามบทบาท หน้าที่และภารกิจสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ

 

รัฐศาสตร์ มธ. เปิดเวทีเสวนา เครื่องมือนโยบาย “ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ” 14 กุมภาพันธ์ 2562 รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน...

Posted by สกว. on Thursday, February 14, 2019

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400