สกว. ผนึกกำลัง ธ.ก.ส. หนุนเสริมทุน พัฒนาศักยภาพด้านการเงิน “AFFP” รับมือไคลเมท เชนจ์

วันที่ 26 กันยายน 2561 รศ. ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมลงนามในบันทึกตกลงความร่วมมือ "Adaptation Finance Fellowship Program" (AFFP) กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ แฟรงเฟิร์ตสคูล ประเทศเยอรมนี เพื่อสนับสนุนแผนงาน การพัฒนาศักยภาพด้านการเงินเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ณ โรงแรมเบิร์กลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมา แฟรงค์เฟิร์ตสคูล และ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ร่วมกันจัดทำ แผนงานทุนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านการเงินเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ Adaptation Finance Fellowship Program (AFFP) โดยได้รับการสนับสนุนแผนงานจาก IDRC ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศจากประเทศแคนาดา เพื่อสนับสนุนทุนให้กับผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ที่โดดเด่นทางด้านการเงินเพื่อการปรับตัวด้านสภาพภูมิอากาศ จำนวน 360 ราย เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี สำหรับการบันทึกความร่วมมือวันนี้ คือเจตนารมณ์ร่วมกันของ สกว. และ ธ.ก.ส. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการ “สร้างคนและองค์ความรู้” ที่นำพาประเทศไปสู่การรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งระดับประเทศและในระดับโลกอย่างทันท่วงที ผ่านการทำงานของสถาบันวิจัยที่เข้มแข็งอย่างทีดีอาร์ไอและแฟรงเฟิร์ตสคูล

ศาสตราจารย์ ดร.อุฟ มูสเลเนอร์ หัวหน้าแผนกวิจัยของแฟรงค์เฟิร์ตสคูล ประเทศเยอรมนี ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันไทยและภูมิภาคเอเชียกำลังประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเผชิญกับความท้าทายด้านการเงินเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Adaptation Finance) เมืองใหญ่อย่างเช่นกรุงเทพฯ ที่สร้างบนชั้นดินอ่อนสูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 1.5 เมตร กำลังจะเป็นเมืองหนึ่งที่ถูกผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก เทียบเท่ากับเมืองใหญ่อื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น จาการ์ต้า และมะนิลา เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เมื่ออุณหภุมิสูงขึ้น สภาพอากาศจะแปรปรวน เช่น พายุไซโคลนและไต้ฝุ่นที่รุนแรงมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่ไม่แน่นอน และภาวะฝนแล้งสลับกับน้ำท่วมที่มีแนวโน้มจะรุนแรงและถี่ขึ้น

ในขณะที่ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ผอ.ฝ่ายวิจัยของ AFFP และ นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า “ในแผนงาน AFFP นักวิจัยรุ่นใหม่ทั่วโลกจากประเทศกำลังพัฒนา จะได้รับทุนในการทำวิจัยนวัตกรรมเรื่องแหล่งเงินทุนเพื่อการปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยเฉพาะการปรับตัวของเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งการตอบคำถามว่าทำไมเกษตรกรบางรายถึงเข้าร่วมระบบประกันพืชผล ในขณะที่เกษตรกรบางรายตัดสินใจไม่เข้าร่วม ที่สำคัญคือโครงการ AFFP นั้นจะจัดให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ที่เหล่านักวิจัยสามารถมาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องผลการวิจัยของพวกเขา โดยมีอาจารย์และนักวิชาการจกานานาชาติคอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา ซึ่งจะทำให้นักวิจัยสามารถระบุแนวโน้มและแนวทางใหม่ๆ ที่จะทำให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้” วิธีดังกล่าวก่อให้เกิดผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ โดยนักวิจัยในโครงการ AFFP 4 คน ได้นำเสนอผลการวิจัยในงานประชุม the Biannual Adaptation Future 2018 ที่จัดขึ้น ณ เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “เราภูมิใจที่ได้เห็นผลสำเร็จของโครงการ เราสามารถเห็นถึงแรงจูงใจและความมุ่งมั่นของนักวิจัยในโครงการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่างานของเรากำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ และเรามาถูกทางแล้ว”

ด้าน รศ. ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว. กล่าวว่า ในอีก 18 เดือนข้างหน้า สกว. จะจัดหาทุนวิจัยให้แก่นักวิจัยไทย 2 คน เพื่อเข้าร่วมในโครงการ AFFP รอบที่ 2 ด้วยความร่วมมือกับสถาบันที่อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของโครงการ AFFP เราอยากจะนำหัวข้อการวิจัยเรื่องการเงินเพื่อการปรับตัวขยายผลในประเทศไทย  หมุดหมายของ สกว. คือการสนับสนุนให้นักวิจัยไทยได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและช่วยพัฒนานักวิจัยไทยให้กลับมาเสริมสร้างชุมชนท้องถิ่นของเรา

ด้าน นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวว่า “หลายปีมานี้ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกิดมาจากสภาวะโลกร้อน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะกระทบต่อลูกค้าของเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย แต่ยังรวมไปถึงไปถึงผลการดำเนินงานด้านสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ในปี พ.ศ.2560 ค่าเบี้ยประกันพืชผลโดยรวมทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึง 2,527 ล้านบาท ธกส.ตระหนักดีว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น ความร่วมมือครั้งนี้ ธกส. จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งพนักงานขององค์กรเข้าร่วมโครงการ จะทำให้พนักงานมีความรู้และทักษะที่ดี และช่วยให้เรามีแนวคิดเที่จะสามารถพัฒนาองค์กรของเราให้หลายเป็นผู้นำด้านการปรับตัวของเกษตรกรในระดับภูมิภาค”

สกว. ผนึกกำลัง ธ.ก.ส. หนุนเสริมทุน พัฒนาศักยภาพด้านการเงิน “AFFP” รับมือไคลเมท เชนจ์ วันนี้ (26 กันยายน 2561) รศ....

Posted by สกว. on Wednesday, September 26, 2018

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400