(โปรด) เชื่อมั่นตำรวจไทยในยุคปฏิรูป

          "แน่จริงไปลักบ้านผู้กำกับแล้วมึงจะอับเฉา" ป้ายข้อความแสดงถ้อยคำเสียดสีถูกเขียนขึ้นโดยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนท่านครญาณวโรภาสอุทิศ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ภายหลังจากถูกโจรยกเค้าทรัพย์สินของโรงเรียน 7 ครั้งซ้อน โดยที่ตำรวจจับโจรไม่ได้สักคน


          สื่อมวลชนถูกใช้เป็นเครื่องมือในวิถีการต่อต้านอำนาจรัฐที่ไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพด้วยการที่ผู้เสียหายทั้งครูและนักเรียนต่างพากันแต่งชุดดำตั้งแถวเดินถือป้ายประท้วง พร้อมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งโจร สัญลักษณ์ริบบิ้นสีดำถูกติดบริเวณหน้าเสาธง ป้ายข้อความประชดประชันเสียดสีการทำงานของตำรวจ อาทิ "ตื่นเถิดจ่า โจรมาแล้ว" "ทรัพย์สินของโรงเรียนท่านครฯ หมดก่อนทักษิณ" "กี่คนกี่หนคุณโจรก็ลอยนวล" ครูเล่าว่าคนร้ายลักทรัพย์สินของโรงเรียนไปแล้ว 7 ครั้ง ทุกครั้งได้แจ้งตำรวจ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ในขณะที่นายตำรวจกลับบอกว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกสืบหาพยานหลักฐานตลอด และคืบหน้าไปมาก อยากให้ครูและนักเรียนเข้าใจ โดยเฉพาะคืนวันเกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นอนอยู่ในป้อมไม่ได้ไปไหน ไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่ ?


          “ทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ ประชาชนจะพูดเสมอว่าประชาชนเอาจริงแน่ ทำแน่ แต่ไม่มั่นใจว่าตำรวจจะทำจริงหรือเปล่า” พล.ต.ต.โกสินทร์  หินเธาว์ กล่าวในที่ประชุมสมัชชาที่จัดขึ้นระหว่างตำรวจกับชาวบ้านโดยมีเป้าหมายป้องกันและลดอาชญากรรมโดยหวังสร้างวิธีคิดให้ตำรวจยุคใหม่อ่อนน้อม ถ่อมตนพร้อมที่จะเดินเข้าหาชาวบ้าน ไม่ได้นั่งอยู่เฉพาะบนสถานีตำรวจหรือนอนติดป้อมตำรวจ หากแต่ควรเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับประชาชนในชุมชน ในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดคดีอาชญากรรม


          ผลการสำรวจเบื้องต้นของโครงการวิจัยการศึกษารูปแบบและวิธีการนำพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรมที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พบว่า สถิติคดีประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน คดีลักรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีสถิติที่สูงและมีผลการจับกุมผู้กระทำผิดต่ำมาก “ชาวบ้านเขาเดือดร้อน เขาทุกข์ ตำรวจต้องใส่ใจ นี่เขาเสนอตัวเข้ามา อยากมีส่วนร่วม อยากทำ ตำรวจกลับไม่สนใจ” นายตำรวจใหญ่ตำหนิเพื่อนร่วมวิชาชีพ ก่อนที่จะกระตุ้นให้ทุกคนในที่ประชุมในวันนั้นร่วมกันระดมความเห็นค้นหาเส้นทางโจร ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมระดมทรัพยากรต่างๆ ในการป้องกันและลดอาชญากรรม นายตำรวจใหญ่ทิ้งคำพูดชวนคิดว่า “ตำรวจต้องกลับไปคิดว่า จะทำยังไงให้ชาวบ้านเขามั่นใจว่าตำรวจพูดจริง ทำจริง ต้องการป้องกันและลดอาชญากรรมจริงๆ”


          สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีโครงการในรูปแบบการมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมมากมาย แต่โครงการป้องกันอาชญากรรมที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชนร่วมมือกันแก้ไขปัญหากับโครงการที่เป็นพลังประชาชนมีเพียงแค่ร้อยละ 16 สะท้อนว่า ตำรวจกับประชาชนยังไม่มีความใกล้ชิดร่วมแรงร่วมใจกันในการป้องกันอาชญากรรม หากตำรวจไม่ได้ใจชาวบ้านต่อให้คิดโครงการการมีส่วนร่วมจำนวนมากมายเพียงใดก็อย่าได้หวังว่าจะประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรให้ตำรวจเกิดความรู้สึกร่วมทุกข์กับชาวบ้านเมื่อเกิดคดี และมีความสุขเมื่อไล่ล่าจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ มิใช่ปล่อยให้การเกิดคดีซ้ำซาก ซ้ำที่ถึง 7 ครั้ง 7 หน


          “เราเห็นมันนั่งหงอยอยู่ในห้องขัง เราก็มีความสุขแล้ว” รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความสุขเมื่อจับคนร้ายคดีอุจฉกรรจ์ได้ภายหลังทำงานร่วมกันกับทีมงานสืบสวนและติดตามคนร้ายติดต่อกันเกือบสัปดาห์ หากตำรวจทุกนายวางความสุขในการทำงานบนสำนึกของการจับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว คงไม่มีชาวบ้านเดินขบวนท้าทายโจรให้ไปลักทรัพย์ที่บ้านของผู้กำกับแทนการลักทรัพย์ที่บ้านของประชาชน

 

 

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

 

ที่มา : คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

​