สกว. หนุนหัตถกรรม ‘ดอยสเตอร์’ กระเทียมอินทรีย์สายน้ำแร่แปรรูป

โลกนี้งดงาม เพราะมีความหลากหลาย ผู้คนที่แตกต่างกันมากมายหลายกลุ่ม ทำให้โลกมีหลากหลายมิติให้คนเราได้เรียนรู้จากกันและกัน "ดอยสเตอร์" เชื่อในเรื่องนี้ จึงมุ่งนำเสนอวิถีชีวิตของกลุ่มคนที่หลายหลาก โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์บนดอยสูง หรือ "ชาวดอย" ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการท่องเที่ยวแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความรู้ และความเข้าใจในกันและกันอย่างลึกซึ้ง ลดช่องว่างจากการแบ่งเขาแบ่งเราเพื่อสร้างสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน เรียกได้ว่า "รู้จักกันไว้...แล้วไปด้วยกัน"

นอกจากนี้ดอยสเตอร์ยังมุ่งสร้างความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงให้ภูมิใจและรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่งดงามเอาไว้ เพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน และต่อยอดสร้างรายได้เสริมเศรษฐกิจผ่านผลิตภัณฑ์ งานหัตถศิลป์ของชุมชน และการจัดการท่องเที่ยวแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานของดอยสเตอร์จึงเป็นทั้งการสร้างให้คนในเองภาคภูมิใจในวิถีชีวิตตัวเอง และคนนอกได้เข้าใจ ได้ทึ่งในความงดงาม และอยากนำแนวคิดแบบชาวดอยมาใช้ในชีวิต

หนึ่งในสมาชิกกลุ่มดอยสเตอร์ที่สำคัญคือ กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านห้วยตองก๊อ ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้วิถีชาวปกาเกอะญอที่อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน นายทินกร เล่อกา ผู้ใหญ่บ้านและประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านห้วยตองก๊อ ระบุว่า เพราะอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากตัวเมืองและเดินทางยากลำบาก การเข้ามาท่องเที่ยวเรียนรู้จึงเน้นให้อยู่นานๆ ครั้งละหลายๆ วัน แบบ CraftStay ค่อยๆ เรียนรู้ ซึมซับบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ภายใต้แนวคิด Living, Learning & Sharing โดยมีจุดยืนร่วม 3 ประการ คือ เผยแพร่วิถีชีวิตคนอยู่กับป่า ถ่ายทอดองค์ความรู้/ภูมิปัญญา และหารายได้เสริม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่สนใจเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่าง การบริหารจัดการกลุ่ม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาชุมชนได้เริ่มทำการตลาดด้วยตนเองโดยสร้างเฟซบุ๊กแฟนเพจ (การท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านห้วยตองก๊อ / CBT Huay Tong Kor) เพื่อติดต่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางอิสระ ซึ่งมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ปี 2559 ทางกลุ่มได้ร่วมกับดอยสเตอร์พัฒนาแบรนด์ของชุมชนในชื่อ “ตองก๊อแฟมิลี่” เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์งานหัตถศิลป์ของชุมชนทั้งกลุ่มสตรีและกลุ่มพ่อบ้านสู่สายตาโลกภายนอก ในช่วงเริ่มต้นเน้นไปที่การผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ มีสีสันที่หลากหลายและรูปแบบลวดลายที่สวยงามลงตัว เป็นที่ต้องการของตลาด จนสินค้าบางอย่างผลิตไม่ทัน โดยได้ “ดอยสเตอร์” ช่วยทำการตลาดให้ในเบื้องต้น

เมื่อมีโอกาสไปจำหน่ายสินค้าตามงานแฟร์ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนพื้นที่โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยตัวแทนชุมชนได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการตลาดด้วยตัวเองเกือบทุกครั้ง เพื่อนำข้อมูลจากผู้บริโภคไปปรับปรุงสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ใช้สื่อออนไลน์ในการสร้าง “การรับรู้ต่อแบรนด์” “การสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์” และ “การบอกเล่าสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์” มากกว่าการจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน จัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายฯ เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายในมิติต่างๆ โดยเครือข่ายมีสมาชิกอยู่ 14 ชุมชน จากนั้นได้รวมตัวกันร่วมกับผู้ที่สนใจจดทะเบียนเป็นบริษัทนำเที่ยวชื่อว่า ไทยโลคัลลิสต้า” ทำหน้าที่หลักในการพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยวและขายทัวร์ ขณะที่ดอยสเตอร์ทำหน้าที่ในการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานหัตถศิลป์ของชุมชน รวมไปถึงการสร้างแคมเปญทางการตลาดต่างๆ ให้กับเครือข่ายฯ ร่วมกับ ททท.

นายสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนา สกว. กล่าวว่า ในปี 2561 ดอยสเตอร์มีโอกาสได้รับทุนวิจัยจาก สกว. ฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า-เอสเอ็มอี ในโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยศึกษาสถานภาพงานหัตถศิลป์ของชุมชนสมาชิกเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าร่วมกับกลุ่มสตรีของหมู่บ้านห้วยตองก๊อ บ้านป่าแป๋ และชุมชนเมืองปอน ส่งผลให้ชุมชนห้วยตองก๊อได้ลวดลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนและมีศักยภาพทางการตลาดสูง ทำให้สินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ ตองก๊อแฟมิลี่ ร่วมกับ ดอยสเตอร์ เป็นที่รู้จักและจดจำในตลาดมากยิ่งขึ้น

ในระยะที่ 2 ทีมจะทำวิจัยและจัดการความรู้เรื่องการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อค้นหาสีสันใหม่ๆ และเผยแพร่ขยายแนวคิดให้กับชุมชนในสมาชิกเครือข่ายได้ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนแผนในระยะต่อไปของตองก๊อแฟมิลี่ร่วมกับดอยสเตอร์ คือ เพิ่มกำลังการผลิต และหารูปแบบขององค์กรทางธุรกิจที่เหมาะสมกับชุมชน เพื่อยกระดับสู่การเป็น ธุรกิจเพื่อสังคมของชุมชน

อ.เกษม กุณาศรี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการ “การศึกษาศักยภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน” ระบุกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้โดดเด่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าหัตกรรมที่ส่วนใหญ่ยังผลิตตามๆ กัน ขาดมาตรฐานสินค้า องค์ความรู้การผลิตและการตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยีการผลิตมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ ผู้วิจัยจึงเห็นควรทำการศึกษาและพัฒนาด้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพการผลิตและการตลาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ของวิสาหกิจชุมชนภาพรวมในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นักวิจัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 6 ผลิตภัณฑ์ โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการตลาด แบ่งเป็น สินค้าหัตถกรรม 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติของกลุ่มแม่บ้านห้วยตองก๊อ” ซึ่งมีจุดแข็งคือเสื้อปักด้ายและปักลูกเดือย ภายใต้โจทย์สำคัญ “ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะชุมชนห้วยตองก๊อ” “ผ้าทอมือละเวือะหรือละว้า โดยกลุ่มสตรีบ้านป่าแป๋” ในโจทย์ “ต้องใหม่ เก๋เท่ แต่มีความเป็นชาติพันธุ์ละว้า” โดยใช้เครื่องประดับละว้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญ และโชว์เทคนิคการเย็บ “เสื้อผ้าไทใหญ่สำเร็จรูปโดยกลุ่มชุมชนเมืองปอน” ที่เปลี่ยนวัตถุดิบหรือเนื้อผ้าในการตัดเย็บเสื้อผ้า และนำอัตลักษณ์ของชุมชนมาออกแบบ ส่วนสินค้าเกษตรแปรรูป มี 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กระเทียมปรุงรสโดยกลุ่มแปรรูปผลผลิตบ้านนาปลาจาด ขนมงาเคลือบช็อคโกแลตโดยชุมชนกลุ่มบ้านดอกงา และผลิตภัณฑ์ธัญพืชให้พลังงานโดยชุมชนกลุ่มภูมิไทย ซึ่งออกแบบตราสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมายถึงอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม

ในส่วนของการแปรรูปกระเทียมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจและของดีจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น น.ส.สุกิรา สุวัฒนเมธี หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรบ้านนาปลาจาด ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มมีอยู่ 30 คน มีพื้นที่เพาะปลูกกระเทียมประมาณ 95 ไร่ โดยเน้นกระเทียมอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน GAP ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ได้ผลผลิตประมาณปีละ 800 ตัน โดยกระเทียมดิบขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท แต่เมื่อรวมกลุ่มกันทำผลิตภัณฑ์แปรรูปสามารถเพิ่มยอดขายได้กิโลกรัมละ 80 บาท

จุดเด่นของกระเทียมบ้านนาปลาจาด คือ การใช้สายน้ำแร่ของหุบเขาผ่านลำน้ำแม่สะงี ซึ่งมีต้นน้ำมาจากประเทศเมียนมา ที่ช่วยให้กระเทียมมีกลิ่นหอมและรสเผ็ดมากขึ้น ในแต่ละปีจะปลูกกระเทียมเพียงครั้งเดียวในช่วงปลายเดือนตุลาคม และเก็บผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน การร่วมงานวิจัยกับ สกว. นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการปลูกแล้วยังพาไปออกบูธตามงานต่างๆ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากงานวิจัยก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคเพราะใส่ส่วนผสมอื่นๆ เช่น งาขาว งาดำ ถั่วเน่า ทำให้กลิ่นไม่ฉุนจัด โดยมีผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งกระเทียมโทน กระเทียมดองน้ำผึ้ง กระเทียมปรุงรส กระเทียมผง ขายแก่นักท่องเที่ยวและขายผ่านออนไลน์แบบง่ายๆ “ขณะนี้นักวิจัยกำลังจัดทำโครงการราชภัฏต่อยอดตามโครงการยุทธศาสตราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จะจัดตั้งธนาคารกองทุนกระเทียม เพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มในลักษณะกองทุนคล้ายกับสหกรณ์ โดยชุมชนจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินกระจายอยู่ในชุมชน” อ.เกษมกล่าวทิ้งท้าย

 

“DoiSter” การสร้างแบรนด์เพื่อหมู่เฮาชาวดอย คุณสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนาของ สกว. ร่วมกับ อ.เกษม กุณาศรี...

โพสต์โดย สกว. เมื่อ วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2019

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400