“ข้าวสัจธรรมอำนาจเจริญ” ปั้นฝันสู่ความจริง “แหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ที่ดีที่สุดในโลก”

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายชุมชนและสังคม สกว. จัดกิจกรรมลงพื้นที่ศึกษาการทำงานของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโนนค้อทุ่ง ต.โพนเมืองน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เพื่อถอดบทเรียนจากโครงการวิจัย “การยกระดับมูลค่าเพิ่มข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่ผลิตโดยเกษตรกรรายย่อย” ที่ประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มวิสาหกิจของกลุ่มเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งและผลักดันสินค้าของตนจนผ่านมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีการขับเคลื่อนการทำงานที่มีระบบและสามารถเป็นต้นแบบให้วิสาหกิจชุมชนอื่นได้

โดย “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวสัจธรรมอำนาจเจริญ” ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 จากการรวมตัวกันของชาวนากว่า 300 คน ที่เผชิญปัญหาราคาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน IFOAM มีราคาตกต่ำลงเหลือเพียงเกวียนละ 8,000 บาท (กิโลกรัมละ 6 บาท) จากที่เมื่อก่อนราคาซื้อขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 15 บาท โดยสาเหตุที่ราคาข้าวในปี 2556 ตกต่ำนั้น เกิดจากการที่รัฐบาลหยุดดำเนินนโยบายประกันราคาข้าว แกนนำเกษตรกรใน จ.อำนาจเจริญ อย่าง นายอดุลย์ โคลนพันธ์ จึงได้ขอเข้าประชุมหารือกับผู้ประสานงานวิจัย สกว. และได้เริ่มดำเนินการโครงการวิจัย “การยกระดับมูลค่าเพิ่มข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่ผลิตโดยเกษตรกรรายย่อย” ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อทำการศึกษาแนวทางการยกระดับมูลค่าเพื่อข้าวอินทรีย์เพื่อนำประโยชน์สู่เกษตรกรรายย่อยอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยคาดหวังจะใช้การวิจัยเป็นกลไกสนับสนุนในการพัฒนาระบบธุรกิจภายใต้โซ่คุณค่า ที่มีภาคีพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนา เพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และมีตลาดเป้าหมายที่ชัดเจน

ปัจจุบัน “เครือข่ายวิสหกิจชุมชนกลุ่มข้าวสัจธรรมอำนาจเจริญ” มีสมาชิกชาวนารวมทั้งสิ้น 617 คน มีการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ของโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกำหนดราคาเองได้ โดยใช้กลไกและระบบของกลุ่มวิสาหกิจในการยกระดับการผลิต การตลาด การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของชาวนารายย่อย ไปจำหน่ายแก่ผู้บริโภคที่เป็นตลาดเป้าหมาย ซึ่งมีแผนสั่งซื้อประจำ ได้แก่ โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหารกลุ่มซิซซ์เล่อร์ (Sizzler) ศูนย์ประชุมฯ และบริษัทผู้ส่งออก สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นผลลัพธ์การพัฒนาโซ่คุณค่า เพื่อการยกระดับมูลค่าเพิ่มข้าวอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสูงสุดของวิสาหกิจชุมชนนี้คือ การผลักดันฝันให้เป็นจริง ให้ข้าวอินทรีย์ไทยเป็นข้าวอินทรีย์ที่ดีที่สุดในโลก

ทั้งนี้นายอดุลย์ กล่าวว่า  “แต่ก่อนเวลาชาวนาจะขายข้าว ต้องไปถามโรงสีว่าจะให้ราคาเท่าไหร่? ตอนนี้เราสามารถให้คนซื้อมาถามเราว่าจะขายราคาเท่าไหร่?  เรียกว่า “ตลาดนำการผลิต” ทั้งนี้ก็เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่ดีอีกทางหนึ่งก็คือ เรามีภาคีพันธมิตรมาช่วยเราเจรจาหาตลาดที่สามารถขายตรงถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย เช่น โรงแรม บริษัท ร้านอาหาร ก็เท่ากับว่าชาวนาได้มีโอกาสทำการตลาดโดยตรง ทำให้ชาวนาขายข่าวสารแทนที่จะขายข้าวเปลือก และยิ่งผู้บริโภคติดใจในแบรนด์ข้าวสัจธรรม ว่าดี ว่าอร่อย ก็ยิ่งจะทำให้เรามีตลาดที่แน่นอน อย่างนี้แล้วถือว่า เราไม่ต้องรอให้รัฐบาลมาประกันราคาข้าวให้เราแล้ว เราช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว” นายอดุลย์กล่าวทิ้งท้าย

จากเวทีหารือดังกล่าว ตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า พร้อมให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนอื่นๆที่มีความพร้อมและเข้มแข็งเพื่อสร้างความยั่งยืนและรายได้ที่แน่นอนให้กับกลุ่มสมาชิกเช่นเดียวกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโนนค้อทุ่ง


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400