การค้าข้างทางไทย : ปัญหาหรือโอกาส?

รายงานการวิจัย “การบริหารจัดการการค้าข้างทาง (Street Vending) ในประเทศไทย: สถานการณ์และทิศทางนโยบายที่ควรจะเป็น” โดย รศ.ดร.นฤมล นิราทร คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่อง “การบริหารจัดการการค้าข้างทางในประเทศไทย : สถานการณ์และทิศทางที่ควรจะเป็น” มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความสำคัญของการค้าข้างทางและเสนอแนะนโยบายที่สอดคล้องกับผลการศึกษา การศึกษาครอบคลุมการสารวจสถานะความรู้เกี่ยวกับการค้าข้างทาง ในประเทศไทยและต่างประเทศ การศึกษาคุณลักษณะผู้ประกอบอาชีพและการประกอบอาชีพของผู้ค้าไทย บทบาทของการค้าข้างทางในสังคมไทย และปัจจัยที่ทำให้บทบาทเหล่านี้สามารถดำรงอยู่ได้ และนโยบายของประเทศไทยทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นและผลกระทบ การศึกษาจากัดขอบเขตการศึกษาเฉพาะกรุงเทพมหานคร การรวบรวมข้อมูลใช้การศึกษาจากเอกสารและการรวบรวมข้อมูลภาคสนามแบบผสานวิธีพื้นที่ศึกษาคือพื้นที่ขายในเขตกรุงเทพมหานครชั้นในสี่เขต ผู้ให้ข้อมูลคือผู้ค้า 100 คน ผู้ซื้อ และประชาชนกลุ่มละ 50 คน ในแต่ละเขต การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างทำโดยการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ ข้อมูลเชิงคุณภาพมาจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการค้าข้างทาง จากหน่วยงานของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ประชาชน ตัวแทนผู้ค้า และนักวิชาการรวมทั้งสิ้น 24 คน ผลการศึกษาเอกสารในเจ็ดประเทศที่ศึกษาพบว่าการเพิ่มจำนวนของผู้ค้าข้างทางและข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะเป็นปรากฏการณ์สากล ในประเทศส่วนใหญ่การจัดการการค้าข้างทางเป็นหน้าที่ของหน่วยงานระดับท้องถิ่นซึ่งนโยบายมีทั้งจากัดและผนวกรวมให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม นโยบายประเภทหลังนี้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของผู้ค้า(และชุมชน) ในการจัดการ ในบางประเทศมีการบริหารจัดการระยะยาวที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของการค้าข้างทางและสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในการใช้พื้นที่สาธารณะและปัจจัยอื่นๆ

ส่วนในกรณีของประเทศไทยมีความไม่ลงรอยระหว่างนโยบายของรัฐบาลซึ่งสนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระขนาดเล็กเพื่อขจัดความยากจน สนับสนุนการพึ่งตนเองและสร้างผู้ประกอบการใน ขณะที่นโยบายท้องถิ่นมีลักษณะจำกัด แม้จะมีการผ่อนปรน และจุดอ่อนสาคัญของการค้าข้างทางคือ การเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร ความไม่เป็นระเบียบและสุขาภิบาลอาหาร การรวบรวมข้อมูลภาคสนามพบว่าการค้าข้างทางมีบทบาทในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ค้าทั้งที่ยากจนและไม่ยากจน และเป็นการประกอบการธุรกิจสาหรับผู้ค้าที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีรวมถึงผู้ค้ารุ่นใหม่ที่ให้ความสาคัญกับความอิสระและความยืดหยุ่น สัดส่วนของผู้ค้าอาหารสูงทั้งอาหารปรุง ณ จุดขาย และอาหารปรุงสาเร็จ ผู้ซื้อสินค้าข้างทางส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีรายได้ไม่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่า การค้าข้างทางจึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และแรงเสียดทานในเศรษฐกิจทุนนิยม บทบาทด้านสังคมและวัฒนธรรมปรากฏเช่นกันจากการศึกษาครั้งนี้ ส่วนความเป็นระเบียบ การเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร ปัญหาคุณภาพสินค้าซึ่งรวมถึงสุขาภิบาลอาหาร ยังคงเป็นจุดอ่อนสาคัญ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการศึกษา ได้แก่ การกาหนดแผนระยะยาวเกี่ยวกับการบริหารจัดการค้าข้างทาง และการกำกับดูแลเรื่องสุขาภิบาลอาหาร ส่วนข้อเสนอแนะสาหรับการวิจัยคือการศึกษาอย่างครอบคลุมถึงประโยชน์และจุดอ่อนของการค้าข้างทาง บทบาทในด้านลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ และการพัฒนาผู้ประกอบการ แนวทางในการขยายบทบาทของวัฒนธรรมอาหารในการค้าข้างทาง และการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนบทบาทของชุมชนในการบริหารจัดการการค้าข้างทาง

ที่มา : อินโฟกราฟิก: สำรวจการค้าข้างทางไทย: ปัญหาหรือโอกาส? จากเว็บไซต์ Knowledge Farm - ฟาร์มรู้สู่สังคม โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

Attachments:
FileDescriptionDownloads
Download this file (RDG5940002-Administration_of_Street_Vending_in_Thailand-The_Situation_and_Policy_Recommendations.pdf)RDG5940002เอกสารฉบับเต็ม โครงการวิจัย “การบริหารจัดการการค้าข้างทาง (Street...ที่ควรจะเป็น”23