ไทยจะปรับตัวอย่างไร? เมื่อ ‘มะกัน’ ปรับกฎหมายนำเข้าอาหาร

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายเกษตร จัดการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง “Food Safety Modernization Act (FSMA) กับการส่งออกอาหารไทยไปสหรัฐอเมริกา” โดยมี รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สกว. เป็นประธานในการประชุม ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมาย Food Safety Modernization Act หรือ “กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยด้านอาหารให้ทันสมัย” ของ FDA หรือ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา อันจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาโจทย์วิจัย ประเด็นการวิจัยข้อมูลและวิธีการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังสหรัฐอเมริกาในบริบทของข้อกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงจากฉบับ ค.ศ. 1938 (พ.ศ 2481) มาเป็นฉบับ ค.ศ.2011 (พ.ศ. 2554)

นางสาวอรอนงค์ มหัคฆพงศ์ นักวิจัยอาวุโส แผนกวิจัยนโยบายและอุตสาหกรรม ฝ่ายวิจัยข้อมูลและสถาบันอาหาร กล่าวว่าเบื้องต้น สามารถระบุปัญหาที่ผู้ประกอบการอาหารส่งออกของไทยต้องเจอ เมื่อกฎหมายด้านอาหารของสหรัฐฯมีการเปลี่ยนแปลงคือ

  1. การเข้าถึงข้อมูลยาก ข้อมูลมีรายละเอียดมาก ขาดความเข้าใจที่แท้จริงในการดำเนินการ
  2. ความกังวลถึงค่าใช้จ่ายในการปรับ - ทำระบบ การฝึกอบรมบุคลากร
  3. การถูกตรวจประเมินจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ ซัพพลายเออร์ และ FDA และ
  4. การถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้าที่ไม่ปฏิบัติตาม FSMA

ด้าน นายยุทธนา นรภูมิพิภัชน์ รองเลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยถือเป็นอันดับ 2 ในทวีปเอเชียรองจากญี่ปุ่นที่ส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในปี 2016 (พ.ศ.2559) ไทยส่งออกอาหารไปยังสหรัฐฯคิดเป็นตัวเงินมูลค่า 112,144 ล้านบาท ในปริมาณ 151,791 ตัน โดยที่สหรัฐฯนำเข้าอาหารคิดเป็น 15 % ของการบริโภคทั้งหมดภายในประเทศ โดย FSMA หรือ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยด้านอาหารให้ทันสมัยของอเมริกามีกฎหมายลูก  7 ฉบับ ในส่วนของ มกอช.  มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นวิกฤตของประเทศ  เพราะสหรัฐฯได้วางมาตรการให้ผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าอาหารเข้าสหรัฐต้องผ่านการอบรม ขึ้นทะเบียนกับสหรัฐตามหลักสูตรที่สหรัฐฯ กำหนดทุกคนมีรหัสประจำตัวที่ทางสหรัฐฯ สามารถตรวจสอบและติดตามได้ว่าผ่านการเข้าอบรมจริง เบื้องต้นในปี 2559  มกอช. ได้ดำเนินการให้ประเทศไทยเข้าสู่การคัดกรองดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการในไทยสามารถเข้าอบรมและผ่านมาตรฐานข้อกฎหมายดังกล่าวได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับสินค้าของบ้านเรามากขึ้นโดยผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทางไปเข้ารับการอบรมที่สหรัฐฯ

 

ไทยจะปรับตัวอย่างไร ? เมื่อ ‘มะกัน’ ปรับกฎหมายนำเข้าอาหาร 23 กุมภาพันธ์ 2561 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โ...

Posted by สกว. on Friday, February 23, 2018

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400