ทุนวิจัยเชิงวิชาการ

ฝ่ายวิชาการ สกว.

มุ่งเน้นการสร้าง

“นักวิจัยอาชีพ”

และสนับสนุนให้เกิดการผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรมในอนาคต

ตลอดจนสร้างประชาคมวิจัยที่เข้มแข็ง

ความเป็นมา

ฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เริ่มสนับสนุนทุนวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยมีพันธกิจหลักในการสร้างนักวิจัยอาชีพให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ และสร้างเครือข่ายวิจัยผ่านกระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาประเทศ โดยสนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานวิชาการระดับนานาชาติรวมทั้งการจดสิทธิบัตรและผลงานวิชาการที่มีคุณภาพสูงในรูปแบบอื่นด้วย ฝ่ายวิชาการ สกว. จึงนับเป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่สนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบันฝ่ายวิชาการได้สร้างนักวิจัยและทีมวิจัยกว่า 8,500 คน ผลิตผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติมาแล้วกว่า 15,000 เรื่อง และมีผลงานวิจัยจำนวนมากที่มีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ทางด้านพาณิชย์ ด้านสาธารณะ ด้านนโยบาย และต่อชุมชน ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างงานวิจัยพื้นฐานในแต่ละสาขาวิชาให้มีความเข้มแข็ง และขยายเครือข่ายการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

มุ่งเน้นการสร้างนักวิจัยอาชีพที่มีความสามารถสร้างองค์ความรู้และผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูงในระดับสากล ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการขยายเครือข่ายวิจัยที่มีประสิทธิภาพสูง โดยฝ่ายวิชาการได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยใน 6 ประเภททุน ดังนี้

ทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการ

1. ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ (TRF Grant for New Researcher, TRG)

เป็นทุนที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ให้ได้ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง และก้าวไปสู่การทำงานวิจัยในระดับที่สูงขึ้น โดยผู้เข้าข่ายรับทุนต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่เกิน 5 ปี หรือไม่เกิน 7 ปี สำหรับผู้ที่เคยได้รับทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ หรือ ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลังปริญญาเอก (Postdoc) มาแล้วไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ต้องทำงานประจำอยู่ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล SCI หรือ SCOPUS มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง หรือมีสิทธิบัตรที่จดทะเบียนในประเทศ หรือต่างประเทศ อย่างน้อย 1 เรื่อง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาหรือเทียบเท่าขึ้นไป ในวงเงินงบประมาณต่อโครงการไม่เกิน 600,000 บาท ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 2 ปี ค่าตอบแทนหัวหน้าโครงการไม่เกินเดือนละ 13,000 บาท

2. ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ (Research Grant for New Scholar, MRG)

เป็นทุนที่ สกว. และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ร่วมสนับสนุนเพื่อเปิดโอกาสให้อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัด สกอ. ได้ทำงานวิจัยและผลิตผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการให้ทุน วงเงินทุนวิจัย รวมทั้งระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยผู้มีคุณสมบัติอยู่ในช่วงรับทุนจะต้องเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดของ สกอ.

3. ทุนพัฒนานักวิจัย (เมธีวิจัย สกว.) (TRF Research Career Development Grant, RSA)

เป็นทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนักวิจัยอาชีพให้เป็นผู้นำเชิงวิชาการระดับนานาชาติ สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาประเทศ ผลิตผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ ผู้อยู่ในข่ายรับทุนต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ไม่ใช่ผลงานจากวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 2 เรื่อง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผู้สมัครต้องมีผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูล SCI (Science Citation Index) ของ Web of Science และมีค่า impact factor โดยผู้เสนอขอรับทุนต้องเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง และไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป งบประมาณโครงการไม่เกิน 1,500,000 บาท ระยะเวลาทำงานวิจัยไม่เกิน 3 ปี ค่าตอบแทนหัวหน้าโครงการไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท ผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกย่องเป็น “เมธีวิจัย สกว.” (TRF Research Scholar)

4. ทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา (วุฒิเมธีวิจัย สกว.) (TRF Basic Research Grant, BRG)

เป็นทุนวิจัยที่มุ่งเน้นการสนับสนุนนักวิจัยอาชีพให้สามารถผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลกระทบเชิงวิชาการ และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการวิจัยระหว่างนักวิจัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ผู้อยู่ในข่ายรับทุนนี้ต้องเคยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องเป็นเจ้าของบทความชื่อแรก ชื่อท้าย หรือเป็น corresponding author โดยไม่นับรวมผลงานวิจัยที่เกิดจากวิทยานิพนธ์ และมีผลรวมของ impact factor อยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้ขึ้นกับสาขาวิชา เช่น มีค่าไม่น้อยกว่า 5.0 สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ไม่น้อยกว่า 2.0 สำหรับวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์ และผู้รับทุนต้องไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับคณบดีขึ้นไป งบประมาณโครงการไม่เกิน 2,500,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ค่าตอบแทนหัวหน้าโครงการไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท ผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกย่องเป็น “วุฒิเมธีวิจัย สกว.” (TRF Advanced Research Scholar)

5. ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.) (TRF Research Team Promotion Grant, RTA)

เป็นทุนวิจัยซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักวิจัยอาวุโสที่มีความสามารถ มีจริยธรรม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ให้สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางวิชาการสูงให้แก่ประเทศ โดยมุ่งเน้นในการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ พัฒนาทีมงาน และพัฒนาผลงาน เพื่อสร้างศักยภาพเชิงปัญญาระยะยาวของชาติ ผู้รับทุนต้องไม่เป็นผู้บริหารระดับคณบดีขึ้นไป โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกย่องเป็น “เมธีวิจัยอาวุโส สกว.” (TRF Senior Research Scholar)

ทุนประเภทนี้ไม่ได้เปิดรับสมัคร แต่ใช้วิธีการสรรหาและเสนอชื่อ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากรายชื่อในกลุ่มต่างๆ เช่น รายนามศาสตราจารย์ในประเทศไทย รายนามนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น รายนามนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รายนามผู้ได้รับรางวัลวิจัยดีเด่นของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รายนามนักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสนอรายชื่อ และรายนามคณาจารย์ที่มีผลงานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ หลังจากนั้น สกว. จะเชิญให้เขียนข้อเสนอโครงการฉบับเต็มเพื่อส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินก่อนทำสัญญารับทุนต่อไป

6. ทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น (Distinguished Research Professor Grant, DPG)

ทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าที่มีผลงานวิจัยระดับชาติและ/หรือระดับนานาชาติให้สามารถพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ผลิตองค์ความรู้ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางวิชาการ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอด หรือก่อประโยชน์ในเชิงปฏิบัติ รวมถึงการเกิดประโยชน์ทางด้านพาณิชย์ ด้านสาธารณะ และด้านนโยบาย

คุณสมบัติของผู้เข้าข่ายรับทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นนั้น ทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะใช้วิธีสรรหาผู้สมควรได้รับทุน ซึ่งจะต้องเป็นศาสตราจารย์ที่ปฏิบัติงานสอนและงานวิจัยเต็มเวลาในสถาบันอุดมศึกษาของไทย เป็นผู้ที่มีผลงานคุณภาพสูงสามารถสร้างผลกระทบต่อวงการวิชาการและ/หรือสังคม มีผลงานด้านการวิจัยในสาขาที่เชี่ยวชาญในระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและ/หรือระดับนานาชาติ และมีการเผยแพร่ผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ควรได้รับรางว