สกว. จับมือ สวทน. ลุยฟู้ดอินโนโพลิส มุ่งสู่ “ฮับนวัตกรรมอาหารอาเซียน”

Cutting Edge Technology for Food Innovation

ฟู้ดอินโนโพลิส “ลั่นฆ้อง” ระดมกำลังหน่วยงาน กระทรวงวิทย์ฯ – สกว. งัดสุดยอดเทคโนโลยีสนับสนุนเอกชน ตั้งเป้าเป็น ฮับด้านนวัตกรรมอาหารของอาเซียน รมว.วิทย์ชี้ กระแสอาหารเพื่อสุขภาพมาแรง ผู้ส่งออกอาหารต้องเรียนรู้นโยบาย กฎระเบียบด้านอาหารของแต่ละประเทศด้วย

วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส (Food Innopolis) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “นวัตกรรมและกลไกการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่: Cutting Edge Technology for Food Innovation” ณ โรงแรม โซฟิเทล สุขุมวิท โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด

Cutting Edge Technology for Food Innovation

ดร.อรรชกา กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศและมีความหลากหลาย ปัจจุบันทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้บริโภค จนเกิดกระแสใหม่ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ดังนั้นการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารจึงต้องเรียนรู้นโยบายและกฎระเบียบในการกำกับดูแลด้านอาหารของแต่ละประเทศด้วย ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการระหว่างโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารซึ่งเป็นโครงการสำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในการสนับสนุนการวิจัยอาหารของภาคเอกชนให้แข่งขันได้ โดยมี สกว. ร่วมสร้างกลไกลในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

การจัดงานครั้งนี้เพื่อให้ความรู้แก่ภาคเอกชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีทันสมัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารได้ อาทิ แสงซินโครตรอน เทคโนโลยีการฉายรังสี คลื่นไมโครเวฟ คลื่นความถี่วิทยุ การถนอมอาหารด้วยความดันสูง เทคนิคการห่อหุ้มอนุภาค โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีแต่ละด้านจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนที่ได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรมอาหารมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ตรง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีที่หน่วยงานดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญทั้งในส่วนของเครื่องมือและความพร้อมให้บริการแก่ภาคเอกชนที่สนใจ โดยการสนับสนุนของเมืองนวัตกรรมอาหาร และนอกจากนี้ สกว. ก็พร้อมที่จะให้ทุนสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาแก่ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารที่ประสงค์จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อสร้างนวัตกรรมสู่การผลิตจริงในเชิงพาณิชย์ต่อไป และยังเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการทำให้เอกชนได้รับความสะดวกในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า ที่ผ่านมาฟู้ดอินโนโพลิสได้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เองและภายนอกกระทรวงจากทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ หน่วยงานสนับสนุนภาคเอกชน ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย อาทิ สกว. อย. บีโอไอ และสถาบันอาหาร เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวก และสนับสนุนส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาที่จะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

“ขณะนี้มีบริษัทชั้นนำเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเมืองนวัตกรรมอาหารแล้ว 33 บริษัท โดยคาดว่าในปี 2560 นี้จะมีบริษัทเอกชนเข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยในพื้นที่อีกไม่น้อยกว่า 10 บริษัท และในอนาคตอันใกล้เมืองนวัตกรรมอาหารจะขยายพื้นที่การให้บริการไปยังมหาวิทยาลัยทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีศักยภาพ และความพร้อมในการเป็นเครือข่ายเมืองนวัตกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น Food Innovation Hub ของอาเซียน

เลขาธิการ สวทน. กล่าวด้วยว่า การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเอกชนเป็นจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีว่าภาคเอกชนของไทยเริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมมากขึ้นอย่างเป็นลำดับ จากเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในการจัดสัมมนาครั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ผู้บริหารของเมืองนวัตกรรมอาหารและทีมงานเร่งประชาสัมพันธ์ให้เอกชนทราบถึงบริการต่างๆ ของเมืองนวัตกรรมอาหารมากยิ่งขึ้นและเชื่อมั่นว่าบริการต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยก้าวไปข้างหน้าทัดเทียมกับประเทศชั้นนำของโลก

ด้าน รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. กล่าวว่า สกว. มีความร่วมมือกับ สวทน. ในการดำเนินโครงการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาของประเทศ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันในภาคเอกชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรภาครัฐ และเอกชนที่จะสนับสนุนให้เกิดเทคโนโลยีฐานที่สำคัญในอนาคตแก่อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูลหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดงานวันนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีต่างๆ ต่อการยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร และสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ในอุตสาหกรรมได้ โดย สกว. มีทุนสนับสนุนการวิจัยระดับอุตสาหกรรมให้กับภาคเอกชนที่สนใจจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิต รวมถึงการสนับสนุนทุนวิจัยในประเด็นอื่นๆ ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันกับภาคอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ

“การสัมมนาในวันนี้ผู้ประกอบการจะได้รับทราบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนประชาสัมพันธ์กลไกการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น ทุนสนับสนุนการวิจัย การรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของภาครัฐในการลงทุนทำวิจัย เป็นต้น กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายพิเศษ การเสวนาโดยนักวิจัยและผู้ประกอบการที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนั้น รวมถึงคลินิกที่ปรึกษาที่จะตอบคำถามและรับโจทย์วิจัยสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการแสดงความจำนงยื่นประเด็นโจทย์วิจัยหรือความสนใจขอรับคำปรึกษาทั้งสิ้น 47 เรื่อง ซึ่งคณะผู้จัดงานจะต้องวิเคราะห์ / สังเคราะห์และให้คำปรึกษาหรือแนะนำกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมแก่ผู้ประกอบการในลำดับต่อไป โดยคณะผู้จัดงานคาดว่างานนี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดการทำวิจัยและพัฒนา และ / หรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้ต่อไป”

Cutting Edge Technology for Food Innovation

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400