สกว. จับมือ จ.ภูเก็ต พัฒนาเมืองสู่ “สมาร์ทซิตี้”

Phuket Smart City

สกว. และ บจ.ภูเก็ตพัฒนาเมือง ลงนามร่วมพัฒนาเมืองภูเก็ตสู่ “สมาร์ทซิตี้” รับ ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้เติบโต อย่างยั่งยืน ด้วย นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำร่องโครงการจัดระบบขนส่งมวลชนต่อยอดจาก “สมาร์ทบัส” ทั้งจุดเช็คอินเชื่อมต่อการเดินทางออกนอกพื้นที่สนามบิน และสถานีศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง-พื้นที่รอบสถานีขนส่ง

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ นายก้าน ประชุมพรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สกว. กับ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมทั้งสิ้น 12 หน่วยงาน ณ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต โดยนับเป็นก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยนักวิจัยและผู้ประกอบการในประเทศเป็นกำลังในการขับเคลื่อน เพื่อให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

Phuket Smart City

ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. กำลังดำเนินโครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา โดยเน้นสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลที่จะช่วยหนุนเสริมโครงการ “สมาร์ทซิตี้” ของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดการพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยขณะนี้ สกว. กำลังพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกับบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ในด้านการจัดระบบขนส่งมวลชน อาทิ โครงการการพัฒนาศูนย์บริการลงทะเบียนขึ้นเครื่อง (Check-in) และ การเชื่อมต่อการเดินทางนอกพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ตบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต โครงการการพัฒนาสถานีศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางและพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณวงเวียนนิมิต ซึ่งทั้งสองโครงการจะเป็นการพัฒนาต่อยอดจากโครงการ “สมาร์ทบัส” ที่มีในจังหวัดภูเก็ตให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นของประชาชนและความต้องการของนักท่องเที่ยว

Phuket Smart City
Phuket Smart City

สำหรับความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นนี้ สกว. และ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด จะร่วมกันสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมในภาคเอกชน โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนาของ สกว. และโครงการตามยุทธศาสตร์ของประเทศ อีกทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากำลังคนและนักวิจัยมืออาชีพสู่อุตสาหกรรม ซึ่งผลของโครงการความร่วมมือนี้นอกจากจะก่อให้เกิดการพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็น “เมืองต้นแบบ” แล้ว ยังช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับประเทศ อันจะนำไปสู่การก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลอีกด้วย

ทั้งนี้ สมาร์ทซิตี้ เป็นโครงการที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เดินหน้าผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและก้าวไปแข่งขันกับนานาประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการทำให้เมืองเชื่อมโยงกันด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และเพิ่มเติมความสะดวกแก่วิถีชีวิตและเศรษฐกิจ โดยภาครัฐได้พิจารณาจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบในการผลักดันให้เป็น “สมาร์ทซิตี้” เนื่องจากเป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่เกินไป และมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึงร้อยละ 70 อีกทั้งกิจการส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติเกือบทั้งสิ้น จึงมีความเหมาะสมในการดึงชาวต่างชาติที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาจัดตั้งบริษัทหรือสาขาที่ภูเก็ต ซึ่งจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลได้เข้ามาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้เมืองภูเก็ตมุ่งสู่ 5E ได้แก่ E-Society E-Learning E-citizen E-education และ E-commerce

สิ่งสำคัญของการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ คือ ต้องเข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ แล้วร่วมกันออกแบบระบบที่เหมาะสมที่สุดกับคุณสมบัติของเมืองนั้นๆ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด จึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ รวมถึง สกว. ในรูปแบบความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) เพื่อพัฒนาภูเก็ตเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างแท้จริง ผ่านกลไกของการวิจัยและการพัฒนาให้เกิดหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Base) และนวัตกรรมที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงในการพัฒนาเมือง และนำไปสู่การเป็นเมืองต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ขณะที่ประธานกรรมการบริหารบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ระบุว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นการรวมตัวของคนภูเก็ตและนักธุรกิจภาคเอกชนที่จะร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมกันแก้ไข และเติมเต็มให้จังหวัดภูเก็ตขับเคลื่อนต่อไปในด้านต่างๆ สมดั่งที่ว่าเราจะทำภูเก็ตให้เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ที่มีความพร้อมมากที่สุดเพื่อรองรับการพัฒนาในการบริการแก่นักท่องเที่ยว แขกบ้านแขกเมืองทุกคนที่มาเยือน ทั้งนี้การพัฒนาคงไม่สามารถเป็นไปตามเป้าประสงค์ได้หากว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ในพื้นที่ ประชาชน และที่สำคัญคือกลุ่มหน่วยงานราชการ ยังไม่เข้าใจหรือไม่รับรู้บริบทที่แท้จริงของบริษัท การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเข้าถึงแผนงานและยุทธศาสตร์ของบริษัทว่าจะดำเนินการในเรื่องใดบ้างและมีทิศทางไปทางใด

Phuket Smart City

ด้าน นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวระหว่างการปาฐกถาหัวข้อ “นวัตกรรมเปลี่ยนโลก” ว่าภูเก็ตมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโดยมีวิสัยทัศน์ ปี 2561-2564 “ภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ มุ่งสู่จังหวัดที่พัฒนาแล้ว” โดยดึงจุดแข็ง ศักยภาพ และโอกาสของจังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านมา ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 10 นับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำรายได้ให้ประเทศกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งแลกกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบางส่วน เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร เดิมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากยุโรปและสแกนดิเนเวียซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายต่อหัวลดลง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีน รองลงมาคือ รัสเซีย

Phuket Smart City

เป้าหมายของการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตที่ตนวางแผนไว้ คือ การเป็นมารีน่าฮับ โดย ยึดหลักความสมดุล ของ การพัฒนา และ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ วางระบบการจัดการน้ำเสียและขยะที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณของนักท่องเที่ยว และความยั่งยืนของการพัฒนาในอีก 20 ปีข้างหน้า จุดแข็งของภูเก็ตที่มีน้ำทะเลสวย หาดทรายขาวจะเหมือนเดิมหรือไม่ หากถูกทำลายไปก็จะมีผลต่อนักท่องเที่ยว จึงต้องวางแผนแม่บทด้าน การกำจัดขยะ น้ำกิน น้ำใช้ น้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายถนนและการจราจร ที่ต้องสอดรับการพัฒนา 4.0 ทุกกลุ่มต้องได้รับประโยชน์จากการพัฒนาที่เท่าเทียมกันเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้ยังวางเป้าหมายในการเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และ ธุรกิจการจัดประชุม (MICE city) การพัฒนาบุคลากรโดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม การเป็นเมืองอัจฉริยะที่มีระบบป้องกันความปลอดภัยในชีวิตของนักท่องเที่ยว ทุกจุดจะต้องมีระบบการตรวจสอบ และเชื่อมโยงกับศูนย์กลางได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้ข้อมูลที่รวดเร็วและทันท่วงที ก้าวสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ตลอดจน การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวด้านกีฬา ใน 3 ระดับ คือ ระดับจังหวัด ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ซึ่งภูเก็ตมีความพร้อมของสนามกอล์ฟและไตรกีฬา รวมถึง เมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ที่มีความปลอดภัยอาหารควบคู่กับการพัฒนาสู่เมืองพืชอินทรีย์

 

สกว.จับมือภูเก็ตพัฒนาเมือง มุ่งเป็น Smart city 30 พฤษภาคม 2560 --- ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สกว. ลงนามบันทึกข้อตกล...

Posted by สกว. on Tuesday, May 30, 2017

งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

ขอเชิญร่วมงาน 25 ปี สกว.

วันที่ 25 - 26 ส.ค. 2560

รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2
สยามพารากอน