แวดวงวิจัยไทยเผยคำตอบ “นาโนเทคโนโลยี” ดีจริงหรือ?

วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ณ โรงแรม เซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาเรื่อง “ผลิตภัณฑ์นาโนปลอดภัยจริงหรือ?” เพื่อค้นหาแนวทางในการสื่อสารความรู้และสร้างความปลอดภัยเรื่องนาโนเทคโนโลยีให้กับสาธารณชน

รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผอ.ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ในฐานะตัวแทนหน่วยงานจากภาควิชาการที่ให้การสนับสนุนการวิจัยเรื่องนาโนเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 ระบุว่า ความร่วมมือกันในการนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ กับคำถามที่ว่า “นาโนเทคโนโลยี” เป็นนวัตกรรมของสินค้าอุปโภคและบริโภคเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือไม่นั้น แสดงให้เห็นว่าการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควรดำเนินควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความปลอดภัยเช่นกัน

รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิจัยจากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าโครงการวิจัย “แนวทางในการสร้างมาตรการขับเคลื่อนความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยีบนพื้นฐานจากการวิเคราะห์ Gap Analysis และ SWOT Analysis ของประเทศ” กล่าวว่า นาโน หมายถึง วัตถุที่มีขนาดเล็กมาก ถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ วัตถุขนาดนาโนมีขนาดเพียงเม็ดทราย อย่าเพิ่งตีความว่า นาโนเทคโนโลยีดีหรือไม่ดี แต่เป็นที่แน่นอนว่า การค้นคว้าวิจัยไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบทุกผลิตภัณฑ์ได้ว่ามีส่วนผสมของนาโนเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน และจะปลอดภัยมากน้อยเพียงใด สิ่งสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ และเพิ่มวิจารณาญาณก่อนซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการระบุว่าเป็นนาโนเทคโนโลยี

ด้าน ดร.อภิชน วัชเรนทร์วงศ์ นักวิจัยจากสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ระบุว่า ผลการสำรวจพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ มากกว่าร้อยละ 70 รับรู้ว่ามีผลิตภัณฑ์นาโนในกลุ่มสินค้าต่างๆ ผ่านช่องทางทั้งทีวี อินเทอร์เน็ต ป้ายโฆษณา และจากผู้ขายสินค้าเป็นหลัก โดยผู้บริโภคร้อยละ 60 ล้วนแล้วแต่เคยใช้สินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์นาโน จากการสำรวจสินค้าพบว่า กลุ่มเครื่องสำอาง ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด ระบุในฉลากสินค้า ใช้นาโนเทคโนโลยี มากที่สุดในแง่การรับรู้ พบว่าประชาชนรับทราบข้อดีของผลิตภัณฑ์นาโนว่า ถ้าผลิตภัณฑ์ใดมีส่วนผสมของนาโนแสดงว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าในสินค้าประเภทเดียวกัน เช่น แปรงสีฟันนาโนดีกว่าแปรงสีฟันธรรมดา นาโนช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานคงทนมากขึ้น จากการสำรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 37 ไม่ระบุรายละเอียดวัสดุที่ใช้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าคำว่า “นาโน” เป็นเพียงวาทกรรมทางการตลาดในการโฆษณาสินค้าเท่านั้น และ มีสินค้านาโนเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่มีการยื่นจดทะเบียนและได้รับการรับรองจากมาตรฐานภายในประเทศ ได้แก่ มอก. อย. OTOP และ ISO

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน ยังมีการระดมความคิดเห็นทั้งจากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษาภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน เพื่อรับฟังข้อเสนอ แนวทางการขับเคลื่อนความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างยั่งยืน อันจะนำไปพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ ด้านความปลอดภัยและจริยธรรมนาโนเทคโนโลยี ปี พ.ศ. 2560 – 2564 ต่อไป


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400