ขุมทรัพย์รังนกแอ่น “ชาติพันธุ์สัมพันธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

สกว. จัด TRF Forum “ชาติพันธุ์สัมพันธ์กับทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” สร้างความรู้ความเข้าใจอุตสาหกรรมการผลิต และการค้า “รังนก” มูลค่า แสนล้าน

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ (ฝ่าย 1) จัดการประชุมเวที สกว. (TRF Forum) เรื่อง “ชาติพันธุ์สัมพันธ์กับทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ณ ห้องประชุม China ชั้น 12 โรงแรม Centra Central Station Hotel Bangkok เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรังนกแอ่นทั้งในมิติทางชาติพันธุ์และเศรษฐกิจ และอภิปราย แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักวิจัยกับผู้เข้าร่วมการประชุม ซึ่งอาจนำไปสู่ประเด็นการวิจัยต่อยอด โดยมี ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายชาติฯ ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายงานจัดการความรู้และสื่อสารสังคม อาจารย์เกษม จันทร์ดำ หัวหน้าโครงการวิจัย “ชาติพันธุ์สัมพันธ์กับทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และทีมวิจัย ตลอดจนผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆร่วมการประชุม และเปิดตัวหนังสือ “ชาติพันธุ์ รังนก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

โอกาสนี้ ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สกว.ได้สนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรังนกแอ่นมีอยู่ค่อนข้างน้อยในสังคมไทย ทั้งๆ ที่ในข้อเท็จจริงแล้ว อุตสาหกรรมรังนกแอ่นมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาในหลายมิติไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ และในเชิงชาติพันธุ์ ในเชิงเศรษฐกิจมีการประเมินว่า ปริมาณการบริโภครังนกแอ่นทั่วโลกในแต่ละปีมีสูงถึง 160 ตัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาท ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตและการค้ารังนกแอ่นเป็นแหล่งจ้างงานและเกิดธุรกิจจำนวนมหาศาล ซึ่งประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายรังนกแอ่นแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

โดยระหว่างปี พ.ศ. 2546-2550 ประเทศไทยส่งออกรังนกแอ่นถึงประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการส่งออกของโลก เป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซียซึ่งมีมูลค่าการส่งออกประมาณร้อยละ 50 ของการส่งออกโลก ในเชิงชาติพันธุ์นั้น พบว่าอุตสาหกรรมรังนกแอ่นมีความเกี่ยวข้องกับการผลิต การจ้างงาน และการจัดการทางธุรกิจของกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ ทำให้กระแสการค้าเสรีเข้ามาท้าทายระบบอุตสาหกรรมและการจัดการธุรกิจเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์จนนำไปสู่ความตึงเครียดและความขัดแย้งทางสังคมในบางระดับ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจระบบอุตสาหกรรมรังนกแอ่นในมิติต่างๆ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และชาติพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่สังคม และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ฝ่ายนโยบายที่เกี่ยวข้อง สกว. จึงให้การสนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “ชาติพันธุ์สัมพันธ์กับทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระบบความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กับทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2) เพื่อศึกษาระบบความเชื่อ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ระบบสิทธิ์และกฎหมาย และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับธุรกิจรังนกแอ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (3) ศึกษาความสำคัญของตลาดรังนกแอ่นในประเทศฮ่องกงที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ (4) ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการจัดการธุรกิจ และรูปแบบกระบวนการจัดการทรัพยากรรังนกแอ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้าน อาจารย์เกษม จันทร์ดำ หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวว่า ความซื่อสัตย์และภักดี และความรักเดียวใจเดียวต่อคนรัก แถบชายฝั่งทางตอนใต้ของชวากลาง อินโดนีเซียก็เชื่อกันว่านกแอ่นเป็นทรัพย์สมบัติของเทพีนีโรโรคีดุล (Nyi Roro Kidul) คนอีดาฮัน (Idahan) ในซาบาห์ (Sabah) มาเลเซีย เชื่อว่ารังนกที่ได้จากนกแอ่นเป็นของขวัญที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ และเชื่อกันอีกว่าเจ้าของตึกนกใดที่นกแอ่นเข้ามาอาศัยทำรังเป็นผู้ที่ได้รับพรจากอัลเลาะฮ์ (Allah) ส่วนทางตอนเหนือของปาลาวาน (Palawan) ฟิลิปปินส์ กลุ่มชาติพันธุ์ทักบานัว (Tagbanua) ผู้เป็นเจ้าของถ้ำรังนกและคนเก็บรังนก มีความเคารพนกแอ่น (Balinsasayaw) ถือว่า เป็นนกศักดิ์สิทธิ์

“ทำนองเดียวกับคนไทยภาคใต้ในอดีตส่วนหนึ่งเชื่อกันว่า นกแอ่นเป็นนกกินลมได้อาหารบำรุงกำลังจากอากาศ น้ำลายที่ใช้ในการสร้างรังเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ คนชาติพันธุ์ไทย-มาเลย์มุสลิม ทางฝั่งทะเลอันดามันส่วนหนึ่งเชื่อว่า นกแอ่นกำเนิดมาจากเหงื่อของผู้นำศาสนา นบี อิบรอฮีม โดยต่างก็เชื่อว่านกแอ่นเป็นสัตว์ที่มีพลานุภาพเช่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถบันดาลให้เกิดทั้งสิ่งที่เป็นคุณและโทษกับคนที่ไปมีส่วนสัมพันธ์ด้วย”

“เนื่องจากงานเก็บรังนกเป็นงานที่เสี่ยงภัย เชื่อในสิ่งลี้ลับตามวิถีของวัฒนธรรมการนับถือผี (Animism) ก่อนหรือหลังเก็บรังนก กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำรังนก ขณะเก็บรังนกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีข้อห้ามในการประพฤติตน และมีการใช้ภาษาเฉพาะที่แตกต่างไปจากที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน อันเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถ้ำหรือเกาะรังนก ทั้งเป็นขวัญกำลังใจและให้มีความปลอดภัยในการเก็บรังนก และที่กล่าวในข้างต้นว่าเป็นงานที่เสี่ยงภัยดังนั้นรัฐจะต้องให้การคุ้มครองในเรื่องของสวัสดิการกับคนงานด้วย พร้อมกับมีการแก้กฎหมายให้สามารถผลิตและเลี้ยงนกแอ่นได้อย่างถูกต้องเช่นเดียวกับประเทศอินโดนีเซีย” หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวและว่า

รังนกแอ่นเปรียบได้กับขุมทรัพย์มหาศาล ทว่ารักนกแอ่นของไทยสามารถนำเข้าสู่ประเทศจีนได้ เพราะ “ชาวจีน” มีความเชื่อที่ว่าการกินรังนกจะมีชีวิตเป็นนิรันดร์ มีสรรพคุณทางยาที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงสมองให้ฉลาด ทำให้ใบหน้าสวยอ่อนกว่าวัย ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ตลอดถึงแก้ความเจ็บป่วยต่างๆ ชาวจีนยังเชื่อกันอีกว่ารังนกแอ่นเป็นยาอายุวัฒนะ มีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงร่างกาย รักษาโรคทางเดินหายใจ ช่วยบำรุงสุขภาพเด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรง เชื่อกันว่า รังนกเมื่อผสมกับโสมจีนจะสามารถช่วยชีวิตคนที่กำลังจะตายให้กลับฟื้นได้ และสามารถละลายเลือดที่แข็งตัวให้เหลวได้โดยดื่มซุบที่ทำจากรังนก

รังนกถือเป็น 1 ใน 5 อาหารชั้นสูงราคาแพงของชาวจีน ได้แก่ รังนก หอยเป๋าฮื้อกระเพาะปลา โสม และหูฉลาม ที่สำคัญคนจีนเชื่อเรื่องความมีประโยชน์ของรังนกกันมาก แม้ไม่ได้ถูกระบุเป็นยารักษาไว้อย่างเป็นทางการ แต่จะใช้ร่วมกับสมุนไพร แพทย์แผนจีนจะแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มรังนกเป็นอาหารเสริมเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400