แก้ไขทุกข์ร้อนประชาชน...โดยใช้กลไกวิจัยเข้าช่วย

 21 เมษายน 25591

            พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  และ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืองานวิจัยเพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายรัฐบาลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากข้อร้องทุกข์ด้านสวัสดิภาพสังคมของประชาชน ณ กรมประชาสัมพันธ์

            ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าว เกิดจากนโยบายของทางปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่เห็นควรให้ใช้กระบวนการศึกษาวิจัยมาเป็นกลไกในการบรรเทาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงมอบหมายให้ศูนย์บริการประชาชน (ศบช.) หน่วยงานของรัฐบาลที่มีพันธกิจหลักในเรื่องนี้ ประสานความร่วมมือกับ สกว. ช่วยกันออกแบบการวิจัยที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีการร้องเรียนเข้ามา โดยจะทำการศึกษาปัญหาที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก

อ่านเพิ่มเติม...

สกว.หนุนงานวิจัยพัฒนาคน พัฒนาประเทศ

003 “คนหรือ มนุษย์ถือเป็นทรัพยากรอันสำคัญในการพัฒนาองค์กร และการพัฒนาประเทศ สู่การแข่งขันในระดับต่างๆต่อไป เพราะคน เป็นผู้ปฏิบัติและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นการที่องค์กร หรือ ประเทศจะมีความเจริญก้าวหน้า จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะของคนให้ดีขึ้น  เพื่อให้องค์กรมีการพัฒนา

ในส่วนนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถให้แก่บุคลากรในมิติต่างๆ โดยล่าสุด (20 เม.ย.) สกว.ร่วมกับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ สคพ. ลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถให้แก่บุคลากรของประเทศไทย ในมิติการค้า การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการบูรณาการกิจกรรมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้ แก่บุคคลากรของประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

สกว. – มูลนิธิมั่นพัฒนา ร่วมสร้างความยั่งยืนในชนบทไทยโดยใช้งานวิจัยขับเคลื่อน

 2

Attachments:
FileDescriptionFile sizeDownloads
Download this file (2016_04_19PressRelease.pdf)2016_04_19PressRelease.pdfร่วมสร้างความยั่งยืนในชนบทไทยโดยใช้งานวิจัยขับเคลื่อน462 kB24

อ่านเพิ่มเติม...

นักวิจัยชี้อนาคตแผ่นดินไหวไทยอาจถึง 7.5 เร่งกำจัดอาคารอ่อนแอเทียบมาตรฐานสากล

IMG 0173           ทีมวิจัยแผ่นดินไหว สกว. ชี้แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นและเอกวาดอร์แค่บังเอิญเกิดไล่เลี่ยกันแต่ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ย้ำไทยมีรอยเลื่อนที่มีศักยภาพทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ต้องปรับกฎหมายควบคุม และเร่งกำจัดอาคารอ่อนแอให้ต้านทานแผ่นดินไหวเท่ามาตรฐานสากล และบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจแก่คนรุ่นใหม่

           19 เมษายน 2559 --- รศ. ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดเวทีแถลงข่าว “จากแผ่นดินไหวญี่ปุ่นและเอกวาดอร์ สู่การรับมือในประเทศไทย” ซึ่งจัดโดย สกว. กรมอุตุนิยมวิทยา และสภาวิศวกร ณ ห้องประชุม สกว. เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นและเอกวาดอร์ ด้วยองค์ความรู้จากงานวิจัยของ สกว. อันจะนำไปสู่การเตรียมพร้อมรับมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการคุ้มครองสวัสดิภาพของสาธารณชนที่อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ

อ่านเพิ่มเติม...

นักวิจัยสกว.ชี้ 3 เหตุใหญ่ธรณีพิบัติที่ญี่ปุ่น

       001     นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สกว. ระบุ 3 สาเหตุหลักของเหตุธรณีพิบัติที่ญี่ปุ่น ว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับตื้น แต่อัตราเร่งสูง และเกิดใจกลางเมือง ส่งผลให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก ชี้ยังมีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่และอ่อนแอไม่ได้มาตรฐาน เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก จึงเป็นบทเรียนสำคัญของไทยในการรับมือเพื่อป้องกันการสูญเสีย

ศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เปิดเผยเปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.2-7.2 ที่เกิดต่อเนื่องกันช่วงวันที่ 14-16 เมษายนที่ผ่านมา ในพื้นที่บริเวณใกล้ๆ เมืองคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง ว่าธรณีพิบัติครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงขนาดใหญ่โดยเป็นแผ่นดินไหวในระดับตื้นที่มีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร และมีจุดศูนย์กลางเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 6-7 แสนคน ประกอบกับมีอาคารบ้านเรือนค่อนข้างหนาแน่น โดยสถานีวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่วัดอัตราเร่งได้ที่ 0.64-0.84 ซึ่งมากกว่าที่เคยเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี 2557 จำนวน 2.5-3 เท่าตัว จึงสามารถทำลายอาคารบ้านเรือนให้เกิดความเสียหายในบริเวณกว้างและรุนแรง ขณะที่แผ่นดินไหวที่พม่าล่าสุดแม้จะมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่เป็นแผ่นดินไหวที่มีความลึกกว่า 100 กม. จัดเป็นแผ่นดินไหวระดับลึก จึงไม่รุนแรงและไม่เกิดอันตรายมากเท่าที่ญี่ปุ่น

อ่านเพิ่มเติม...

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. นักวิจัยสกว.ชี้โครงสร้างอาคารบ้านเรือนญี่ปุ่นได้มาตรฐานแค่ 75%
  2. สกว.หนุนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบำเพ็ญประโยชน์
  3. สกว. – สผ.จับมือแก้ปัญหา “Climate Change” ของไทย โดยใช้งานวิจัยหนุนเสริม
  4. ‘รุกตลาดเนื้อโค’ เรื่องที่ไทยต้องเร่งทำ
  5. เปิดตัวฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ ต่อยอดงานวิจัย สกว.

Page 1 of 125