logo-div1

ปฏิรูปสื่อเพื่อสังคมไทย

โครงการ “การปฏิรูปสื่อ” (Reforming the Media Systems) และโครงการเฝ้าระวังกฎระเบียบของหน่วยงานการกำกับดูแล (regulatory watch) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยทั้งสองโครงการ ประสบความสำเร...


Read More...

ชุมชนกับการแก้ไขปัญหา”การแบ่งมรดกตามหลักชะรีอะฮฺ(กฎหมายอิสลาม)”

โครงการ สนับสนุนทุนปริญญาตรี (South pus) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ในการสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับ นักศึกษาระดับปริญญาตรีในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้ม...


Read More...

แหล่งข้อมูลด้านความมั่นคงศึกษา ณ ต่างแดน

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 9/11 ถือเป็นการเปิดตัวการใช้ความรุนแรงในฐานะเครื่องมือในการต่อสู้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศยุคหลังสงครามเย็นเลยก็ว่าได้ เรื่องศาสนาและวัฒนธรรมจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึง...


Read More...

จากเจตนารมณ์ของงานวิจัยเพื่อส่งเสริมงานข่าวสืบสวนในสื่อหนังสือพิมพ์ สู่การจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูล ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง”...

จากการที่กลุ่มงานมนุษยศาสตร์ ได้ให้สนับสนุนโครงการ วิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมงานข่าวสืบสวนในสื่อหนังสือพิมพ์ โดยมี คุณสุชาดาาา จักรพิสุทธิ์ นักวิจัยอิสระ ผู้มีประสบการณ์ทำงานข้อมูลเพื่อสังคม เป็...


Read More...

การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความเป็นธรรมในสังคม

โดย ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย และคณะ “คณะผู้วิจัยได้นำเสนอข้อค้นพบไปใช้ในการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้าแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการผลักดันให้ผ่านกระบวนก...


Read More...

ตลาดตะวันออกกลาง : โอกาสใหม่ของสินค้าไทย

สืบเนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศของรัฐบาลไทยในปี 2553 ที่เน้นเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีรายได้สูงจากการขายน้ำมัน โดยที่ผ่...


Read More...

โครงการทวิภาษาได้รับคัดเลือกเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาแม่เป็นสื่อในกลุ่มพื้นที่เป้าหมายของประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย...

ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและเยาวชนของกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวก็กำลังประสบกับปัญหาด้านการเรียนภาษาราชการ(ภาษาอินโดนีเซีย) และสาระวิชาอื่นๆ ...


Read More...

ข้อค้นพบจากงานวิจัยเรื่องคนสองสัญชาติ : ข้อมูลเพื่อการเจรจาระหว่างประเทศไทย – มาเลเซีย...

ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กลับปะทุหนักขึ้นในระยะเวลากว่า 5 ปีมานี้ ผู้นำรัฐบาลจำนวนหนึ่งเห็นว่ามาเลเซียเป็นปัญหาต่อไทยเพราะเป็นพื้นที่พักพิงให้ฝ่ายที่ก่อความรุนแรงในภาคใต้ ขณะที่...


Read More...

องค์ความรู้เกี่ยวกับองค์กรมุสลิมโลก

นับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง องค์การระหว่างประเทศได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันองค์การระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่น้อยไปกว่าบทบาทของรัฐต่างๆ โดย...


Read More...

ร่าง พรบ. จากงานวิจัยชุด เฝ้าระวังกฎหมาย นำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ...

สภาวการณ์ปัจจุบันในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปี 2550 สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นองค์กรภาครัฐส่วนสำคัญที่มีภารกิจหลักในการฟื้นฟูประเทศ โดยการพิจารณาและกลั่นกรองกฎหมายสำคัญๆ ที่มีผลในการบร...


Read More...
0123456789

สัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.เจษฎา แก้วกัลยา : น้ำท่วม . . . ปรากฏการณ์คนเมือง


สัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร. เจษฎา แก้วกัลยา : น้ำท่วม...ปรากฏการณ์คนเมือง

“แต่ถ้าเมืองไทยไม่พยายามทำ แก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม กรุงเทพฯนี้จะท่วม คนเขาขู่มาหลายปีแล้ว เราก็ฟัง ๆ ไม่อยากพูดว่าจริง แต่ความจริงเป็นจริงได้ว่า กรุงเทพฯ นี่จะท่วม ไม่ใช่เพราะว่าดูดน้ำบาดาล ทรุดก็ทรุดแน่นอน ทรุดเพราะว่ากรุงเทพฯ นี่เป็น ที่เขาเรียกว่าเป็นพรุทั้งอัน”

คัดลอกมาจากบางส่วนของพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2546

ที่มา : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ “โครงการหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำและปริมาณน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ”, ตุลาคม 2547

ปัญหาน้ำท่วม ถือเป็นปรากฏการณ์ที่คนกรุงเทพฯ ต่างคุ้นเคยกับชะตากรรมเช่นนี้กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะปีนี้คาดการณ์กันว่าปริมาณน้ำฝนจะมีมาก ประกอบกับน้ำเหนือจะไหลลงมาสู่กรุงเทพมหานครเนื่องจากขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือในหลายจังหวัดของประเทศไทยกำลังประสบอุทกภัย และอาจส่งผลให้น้ำเหนือไหลบ่าลงมามีปริมาณมากและเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก น้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่ อิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน อิทธิพลจากน้ำเหนือ อิทธิพลจากน้ำฝน และแผ่นดินทรุดตัวอันเนื่องมาจากการขุดเจาะบ่อบาดาล


ประชาคมวิจัยฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. เจษฎา แก้วกัลยา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่เคยเป็นผู้ประสานงานชุดโครงการการจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงานในการวางแผนพัฒนาและแก้ปัญหาเรื่องน้ำของประเทศในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าในการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้สัมฤทธิผลนั้น จำเป็นจะต้องมีข้อมูลสถานการณ์น้ำสนับสนุนที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

 

  • จุดเริ่มต้นที่ทำให้อาจารย์เข้ามาร่วมดำเนินการวางแผนพัฒนาและแก้ปัญหาเรื่องน้ำของชาติตามแนวพระราชดำริเป็นอย่างไรคะ

อาจารย์ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมชลประทาน ณ Utah State University ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการได้รับทุนในครั้งนั้นทำให้อาจารย์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและตั้งมั่นไว้ว่าถ้ามีโอกาสจะกลับไปตอบแทนคุณแผ่นดิน ไปทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท โดยเมื่อปี 2538 ได้รับทราบว่ามีคณะอาจารย์ศิษย์เก่า Massachusetts Institute of Technology (MIT) นำอธิการบดี (President) ของ MIT เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงเห็นว่าน่าจะให้ทาง MIT 

ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญในงานวิจัยได้เข้ามาช่วยเหลือและแก้ปัญหาเรื่องน้ำของประเทศไทย ต่อมาในปี 2539 อาจารย์ได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำงานวิจัย หาโจทย์วิจัยในการศึกษาสถานภาพงานศึกษาวิจัยในด้านการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนช.) และ สกว. ร่วมกันให้ทุนสนับสนุนการวิจัย ผลการศึกษาพบว่าโจทย์วิจัยด้านการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสียมีมากกว่า 200 เรื่อง และเกี่ยวข้องกับหลายภาคี บางเรื่องได้ให้ทาง MIT ช่วยเหลือเกี่ยวกับด้านสารสนเทศ โดยสรุปก็คือชุดการจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่ง สกว. ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยที่อาจารย์รับผิดชอบบริหารจัดการมีด้วยกัน 16 ชุดโครงการ และมี 3 ชุดโครงการที่เกี่ยวเนื่องจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน ซึ่งได้แก่

(1) ชุดโครงการระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย 
 
 มีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และ สกว. ร่วมให้ทุนสนับสนุนการวิจัย และมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) โดย ดร. รอยล จิตรดอน และ MIT เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ จากผลของโครงการนี้ต่อมาทำให้เกิดศูนย์สารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
 
 
 (2) ชุดโครงการหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำและปริมาณน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยาอันเนื่องจากพระราชดำริ
 

 มี กปร. สกว. และกรมชลประทาน ร่วมให้ทุนสนับสนุนการวิจัย และมี รศ.ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล เป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นโครงการที่ได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่น สกว. เมื่อปี 2546 กรมชลประทานได้ก่อตั้งศูนย์พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำขึ้นที่ตึกอำนวยการ กรมชลประทาน สามเสน ก็สืบเนื่องจากผลของชุดโครงการนี้
 
 (3) โครงการประเมินผลเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
 

 ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก กปร. โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ และมี สกว. เป็นหน่วยบริหารจัดการงานวิจัยระหว่าง 3 สถาบันการศึกษา เป็นโครงการที่มีประโยชน์มหาศาลมากทั้งในด้านน้ำใช้ในฤดูแล้ง การบรรเทาอุทกภัย เป็นที่อยู่อาศัยของ.น้ำ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
 
 จะเห็นได้ว่าอาจารย์จะทำงานในเชิงบูรณาการทั้งนักวิชาการ และหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน มาทำงานวิจัยร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ชุดโครงการระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย มีหลายหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบและเป็นเจ้าของข้อมูล ถ้าเป็นเรื่องปริมาณน้ำฝน สภาพภูมิอากาศ เจ้าของข้อมูลคือ กรมอุตุนิยมวิทยา ถ้าเรื่องการปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน เจ้าของข้อมูลก็คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถ้าเป็นปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของข้อมูลก็คือ กรมชลประทาน 
 
 ถ้าเป็นเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินเขตเทศบาลหรือชุมชนเมืองตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ดูแล ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขึ้นลงของน้ำทะเล ก็มีกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ เป็นผู้ดูแล เป็นต้น 
 และด้วยพระองค์ท่านทรงสนพระทัยและทรงห่วงใยในการแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อให้การสนองพระราชดำริเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทาง กปร. จึงดำริที่จะดำเนินโครงการศึกษาการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมถึง (floodplain area) เพื่อการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ 
 
 ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างรวมถึงผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้น
 โครงการศึกษาการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมถึง (floodplain area) เพื่อการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ : กรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยการกำหนดใช้ “แก้มลิง” ดำเนินการศึกษาวิจัยโดยมี รศ.ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการเก็บกักน้ำชั่วคราวไว้ในพื้นที่แก้มลิงฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณด้านท้ายน้ำของอำเภอบางไทรไม่ให้เกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 
 
 รวมทั้งการกำหนดมาตรการเบื้องต้นในการที่จะนำพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่แก้มลิงฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมวิจัยด้วย ได้แก่ กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล ข้อสนเทศต่าง ๆ และอำนวยความสะดวกในการดำเนินการโครงการด้วย ทั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 132 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี โดยมี กปร. เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ และมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยทางจุฬาฯ จะดูผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่วนทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะดูแลด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ทั้งนี้ กปร. ได้มอบให้ สกว. รับผิดชอบการบริหารงานวิจัย

  • โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตามแนวพระราชดำริ หรือที่เรียกกันว่า “โครงการแก้มลิง” คืออะไรคะ? และครอบคลุมพื้นที่ส่วนใดของประเทศไทยบ้าง?

คำว่า “แก้มลิง” ก็คือ เวลาลิงจะกินกล้วยจะเอากล้วยมาใส่ปาก แล้วไปเก็บไว้ในแก้ม หลังจากนั้นเขาก็จะค่อย ๆ เคี้ยวทีละน้อย ๆ จนหมด เช่นเดียวกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่าแทนที่จะปล่อยให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง แล้วให้ไหลออกสู่ทะเล ซึ่งกรุงเทพฯ มีโอกาสเสี่ยงต่อน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี โดยมีทั้งน้ำเหนือ ก็คือ น้ำจากแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน มีน้ำหนุนคือน้ำทะเล และน้ำฝนที่ตกลงมา พระองค์ท่านเห็นว่าน่าจะนำพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มระหว่างทางคอยกักน้ำไว้ชั่วคราว แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำที่เก็บไว้ในแก้มลิงนี้ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงสู่ทะเลต่อไป แทนที่จะให้น้ำไหลในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลโดยตรง ซึ่งในกรณีที่มีปริมาณน้ำมาก อาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ได้ ซึ่งในระยะเริ่มต้นโครงการนี้ พระองค์ท่านมองถึงพื้นที่บริเวณที่อยู่ติดกับปากอ่าวไทย เพราะเมื่อน้ำทะเลหนุนสูงพอดีกับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงมา น้ำก็จะได้ไหลเข้าไปในพื้นที่แก้มลิงที่ว่านี้ และเมื่อน้ำทะเลลง น้ำในแก้มลิงนี้ก็จะค่อย ๆ ไหลออกสู่อ่าวไทย ซึ่งเราได้มองถึงการประยุกต์แนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ทำโครงการวิจัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งประเทศ น้ำทะเลหนุนเป็นเรื่องธรรมชาติ ไปทำอะไรมากไม่ได้ น้ำฝนซึ่งมีทั้งฝนที่ตกลงมาในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และนอกเขตกรุงเทพฯ การจัดการน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ มีหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ส่วนน้ำเหนือจะมีสถานีตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณฝนตกในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ไปจนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมีคันกั้นน้ำเป็นตัวบังคับไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าในเขตพื้นที่เมือง ซึ่งความสามารถที่จะรับน้ำของแม่น้ำแต่ละช่วงไม่เท่ากัน สามารถคาดการณ์ได้จากระบบคาดการณ์และบริหารจัดการน้ำหลาก ซึ่งแก้มลิงนี้จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ โดยเฉพาะเมื่อน้ำเหนือไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจสังคมที่สำคัญ และทุกปีในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม มักจะเกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมพื้นที่รับน้ำแบบแก้มลิงในที่ลุ่มต่าง ๆ ระหว่างทาง โดยทาง รศ.ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล และคณะ นำเสนอทาง สกว. ในการนำองค์ความรู้จากผลการจำลองสภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปต่อยอดสร้างชุดโครงการวิจัยใหม่เพื่อการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำและปริมาณน้ำในพื้นที่โครงการและพื้นที่ศึกษาการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา แถบพื้นที่แก้มลิงมหาชัย-สนามชัย และพื้นที่ต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ศึกษาแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แต่ที่เราเน้นศึกษาโครงการแก้มลิงฝั่งตะวันตก เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีสนามบินสุวรรณภูมิตั้งอยู่ มีการจัดการน้ำที่ลงตัวอยู่แล้ว

  • รู้สึกว่าอาจารย์จะมีความสุขที่ได้ทำงานลักษณะเช่นนี้ ไม่ทราบว่ามีปัญหาการทำงานร่วมกันของคนจากหลากหลายสาขาและต่างสถาบันบ้างหรือไม่คะ?

เนื่องจากทีมนักวิชาการที่ได้มาทำงานร่วมกัน เราได้คัดเลือกมาแล้ว แนวคิดของอาจารย์ก็คือว่า คนที่มาร่วมงานด้วยกันต้องคุยกันรู้เรื่อง พูดกันด้วยเหตุและผล แต่ถ้าพูดถึงภาคีที่เป็นหน่วยงานที่ต้องมาทำงานร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องน้ำ มีหลายหน่วยงาน หลายกระทรวงดูแลเรื่องนี้อยู่ ทาง กปร. เป็นผู้ทำหน้าที่เชื่อมประสาน ตามแนวคิดของอาจารย์ อาจารย์คิดว่าปัญหามันอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราเริ่มต้นด้วยว่านี่ก็ปัญหา นั่นก็ปัญหา ก็จะทำงานไม่ได้เลย ซึ่งอาจารย์ได้กำหนดยุทธศาสตร์และวางกรอบการทำงานในการเดินโครงการนี้อยู่พอสมควร ฉะนั้นการทำงานของอาจารย์จะกึ่ง ๆ เสนาธิการทางด้านวิชาการ ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าการทำงานไม่มีปัญหา เพราะงานที่อาจารย์ทำมานี่ไม่ใช่งานใหม่แต่เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามีปัญหาก็จะใช้วิธีแก้เป็นเรื่อง ๆ ไป โดยเฉพาะการทำงานกับคนระดับพื้นที่

“อาจารย์อยากให้มองแบบเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง อย่าไปมองภาพรวมทั้งประเทศ เพราะแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศไม่เหมือนกัน”

  • แล้วในส่วนองค์ความรู้ที่ได้จากการทำงานวิจัยในชุดโครงการที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างคะ?

มีงานวิจัยหลายเรื่องที่นักวิจัยนำไปต่อยอดโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำโดยตรงอย่างเช่น เรื่องการศึกษาเพื่อกำหนดเขตวิกฤตสำหรับการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องการศึกษาจัดทำแผนหลักเกี่ยวกับการจัดการภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับน้ำทั้งเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง และดินถล่ม ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ซึ่งจะเห็นได้ว่า สกว. ได้สร้างทั้งองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการเกี่ยวกับภัยธรรมชาติและสร้างคนไว้อย่างมากมาย นักวิชาการที่อยู่ในทีมของเราปัจจุบันก็ไปเป็นนักวิชาการหลักในเรื่องการบริหารจัดการภัยธรรมชาติของประเทศในหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นต้น

  • อาจารย์แบ่งงานกันอย่างไรคะ ในขณะที่อาจารย์ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังต้องทำหน้าที่บริหารจัดการงานวิจัยทรัพยากรน้ำด้วย

ปัจจุบันอาจารย์ทำงานหลัก ๆ ไปมีส่วนร่วมในงานระดับประเทศหลายเรื่อง คิดว่างานประสานไม่น่ามีอะไรมากนักถ้าเรารู้จักการประสานคน ประสานงาน คือ อาจารย์รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถทางด้านนี้มาก อาจารย์มีปรัชญาของตัวเองอยู่ก็คือ 

ปรัชญาที่หนึ่ง ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย 

ปรัชญาที่สอง ต้องเดินบนสมองคน

ซึ่งเป็นพระราชดำรัสที่พระองค์ท่านพระราชทานต่อสมาชิกชมรมนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ที่เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน ซึ่งอาจารย์จำได้อย่างแม่นยำ คือ ต้องรู้จักประสานคนเก่ง หมายถึงรู้จักเอาคนเก่งมาทำงาน สามารถบริหารจัดการคนที่มีความรู้ได้นะ ไม่ใช่มีความหมายว่าให้เดินไปเหยียบหัวคนอื่นเขา

  • เท่าที่อาจารย์ศึกษาวิจัยในโครงการต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ทราบว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากพลังน้ำในด้านอื่นๆ ได้หรือไม่ และอย่างไรคะ?

ที่เห็นได้ชัดและทำอยู่ในปัจจุบันก็คือ การนำพลังน้ำไปผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น การนำพลังน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ มาผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็ก ก็เช่นที่เขื่อนเจ้าพระยา ในอดีตก็เคยมีการศึกษานำเอาพลังน้ำจากแหล่งน้ำขนาดเล็ก เช่น คลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก โดยการติดตั้งกังหัน (turbine) ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาใช้ในระดับชุมชน หมู่บ้าน

  • อยากให้อาจารย์ฝากอะไรเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรน้ำค่ะ

ถ้าพูดถึงในระดับประเทศ เรื่องที่สำคัญอันดับแรกในปัจจุบันก็คงต้องเป็นเรื่องน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม อาจารย์ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องน้ำ ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมทำงานระดับนโยบายในหลาย ๆ เรื่อง ปัญหาเรื่องน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มมักตามมาด้วยความสูญเสียต่าง ๆ ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 

ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือ เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรธรณี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ฯลฯ ซึ่งประเด็นเรื่องน้ำ อาจารย์อยากให้มองแบบเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง อย่าไปมองภาพรวมทั้งประเทศ เพราะแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องดินถล่ม ซึ่งจะตามมาด้วยน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากมักจะเกิดในพื้นที่ลาดเชิงเขา ก็กำหนดเขตวิกฤตว่าอยู่บริเวณใด อย่าไปดูทั้งประเทศ ให้มองว่าเกิดจากสาเหตุใด เราสามารถจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้หรือไม่ และถ้าสามารถรู้ล่วงหน้าแล้วจะสามารถเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดได้หรือไม่ อย่างไร และด้วยวิธีใด หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทัน ก็ต้องเตรียมการช่วยเหลือในเรื่องการฟื้นฟูบูรณะ หรือกล่าวได้ว่าควรมีการบริหารจัดการภัยธรรมชาติในเชิงรุก ให้ครบวงจรคือ มีทั้งการวางแผนเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบ มีการเตรียมพร้อมรับภัย การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และมีการฟื้นฟูเข้าสู่ภาวะปกติ 

สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ นั้น ต้องมีการพิจารณาดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมองจากสาเหตุ ระดับความรุนแรง และช่วงเวลาในการเกิดน้ำท่วม ระดับไม่รุนแรงนักจะเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในเขตกรุงเทพฯ มีปริมาณมากในช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม ต้องพึงระวังในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม ระดับรุนแรงมากจะมีสาเหตุจากทั้งน้ำเหนือไหลลงมามีปริมาณมาก ประกอบกับน้ำทะเลหนุน และมีปริมาณฝกตกมากในเขตกรุงเทพฯ เช่นกัน มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน มีโอกาสเกิดใน 3 พื้นที่ด้วยกันคือ 

บริเวณด้านในคันป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ บริเวณพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมภายใน และพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ก็ขอให้มองเป็นพื้นที่ ๆ ไปจากพื้นที่เล็กๆ ในระดับหมู่บ้าน หลาย ๆ หมู่บ้านมาเป็นตำบล อำเภอ จังหวัด แล้วมองเชื่อมโยงให้เป็นสายน้ำเดียวกันที่เราเรียกว่า “ลุ่มน้ำ” ปัญหาที่เห็นได้ชัดเช่น ปัญหาขาดแคลนน้ำในนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ซึ่งพื้นที่ส่วนนั้นเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกันในจังหวัดระยองก็มีพื้นที่เกษตรอยู่ด้วย ซึ่งใช้น้ำจากแหล่งเดียวกัน การแก้ไขปัญหาต้องมองเป็นพื้นที่ ๆ ไป มองในระดับพื้นที่ดูว่ามีความต้องการใช้น้ำในระดับใด เพื่อกิจการใด และถึงไปหาแหล่งน้ำว่าจะไปนำน้ำจากที่ใดมาใช้ ขอให้มองอย่างเป็นระบบ เพราะแต่ละภาค แต่ละพื้นที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างกัน อย่าคิดแก้ปัญหาทุกอย่างในเวลาเดียวกันทั้งประเทศ

ที่มา ประชาคมวิจัยฉบับที่ 69