logotrf

ดร.ปรมินท์ จารุวร นักวิจัยเด่นรุ่นใหม่

 


 
โดย กองบรรณาธิการ 

ดร.ปรมินท์ จารุวร 
ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ 
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ภาระการงานทำให้เราไม่สามารถทำวิจัยได้ตลอดเวลา แต่งานวิจัยจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกเวลานึกถึงการวิจัย เมื่อมีเวลาต้องทำวิจัย และเมื่อเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเชื่อมโยงไปสู่งานวิจัย



 
 ท่องนรก-สวรรค์ ผ่านพิธีสวดพระมาลัย 
 
การสวดพระมาลัย คือ การนำวรรณกรรมเรื่องพระมาลัยที่มีเนื้อหาว่าด้วยการที่พระมาลัยเสด็จไปสนทนากับสัตว์นรก พระอินทร์ และพระศรีอาริย์มาสวดในพิธีกรรม งานวิจัยที่ศึกษาเป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการสวดพระมาลัยในพิธีศพที่บ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กับการสวดพระมาลัยเพื่อสั่งสมบารมีของกลุ่มร่างทรง คนมีองค์ และคนทั่วไปที่สำนักสงฆ์ถ้ำเม่น จังหวัดชลบุรี 

การศึกษาการสวดพระมาลัยที่บ้านหนองขาว ซึ่งปัจจุบันได้รับยกย่องให้เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม เป็นการวิจัยซ้ำในสนามวิจัยเดิมจากที่ได้เคยศึกษาไว้เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว เพื่อวิเคราะห์ว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนไป การสวดพระมาลัยที่หมู่บ้านแห่งนี้เปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร ผลการศึกษาพบว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายประการทั้งในด้านของผู้สวด สำรับสวด ระยะเวลาในการสวด วิธีการสวด บทสวด และทำนองสวด

  
 
ส่วน การสวดพระมาลัยที่สำนักสงฆ์ถ้ำเม่น เป็นการนำวรรณกรรมเรื่องพระมาลัยมาใช้ด้วยจุดประสงค์ใหม่ แตกต่างจากการสวดพระมาลัยแบบเดิมที่ใช้สวดในพิธีศพ คือ เปลี่ยนจากการสวดพระมาลัยเพื่อส่งวิญญาณผู้ตายให้ได้ไปสวรรค์ มาเป็นการสวดเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้แก่องค์เทพ เจ้ากรรมนายเวร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ผู้สวดแต่ละคนนับถือ การสวดพระมาลัยที่สำนักสงฆ์แห่งนี้จึงมีองค์ประกอบของพิธีกรรมที่แตกต่างไปจากขนบเดิมหลายประการ 

จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่า การสวดพระมาลัยได้เปลี่ยนจากการเป็นประเพณีพิธีกรรมในชุมชนของสังคมเกษตรกรรมที่มีลักษณะพึ่งพากัน มาเป็นพิธีกรรมในระดับปัจเจกชนของผู้คนที่ประสบปัญหาต่างๆ จากสังคมแบบทุนนิยมสมัยใหม่ในปัจจุบัน ท่ามกลางพลวัตดังกล่าวพบว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย คือ การเลือนหายไปของตัวบทสวดและทำนองสวดต่างๆ ทั้งยังพบว่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารในพิธีกรรม เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของพิธีกรรมนี้



 การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้ 
 
ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการสืบทอดและเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น ได้ช่วยอนุรักษ์ทำนองสวดของชาวบ้านโดยจัดเก็บไว้ในรูปแบบโน้ตสากล ทั้งยังเป็นงานวิจัยที่ใช้ระเบียบวิธีการเก็บข้อมูลภาคสนาม ใช้ข้อมูล และแนวคิดทฤษฎีที่คาบเกี่ยวกับศาสตร์หลายแขนง อาทิ คติชนวิทยา วรรณคดีไทย มานุษยดุริยางควิทยา ดนตรี ไทยศึกษา พุทธศาสน์ศึกษา จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในศาสตร์เหล่านี้ได้ต่อไป 

แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้งานวิจัยประสบผลสำเร็จ 

การวิจัยที่ได้สัมผัสชีวิตผู้คนทำให้ผู้วิจัยเข้าใจความรู้สึกนึกคิด และความต้องการของชาวบ้าน คนเล็ก ๆ ที่อาจจะส่งเสียงออกไปได้ไม่ไกลนักจากชุมชนของตน งานวิจัยเป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่จะช่วยตีแผ่ให้สังคมรับรู้ยิ่งขึ้นว่า ความพยายามของคนเล็ก ๆ ที่จะสืบทอดวัฒนธรรมของตนนั้น ต้องทำด้วยเรี่ยวแรงและความรักมากกว่าผลประโยชน์อื่นใด มิตรจิตมิตรใจของชาวบ้าน คือแรงผลักดันที่ทำให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วง

  
ประวัติย่อ 

พ.ศ. 2540 อักษรศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
เป็นนิสิตในโครงการพิเศษหลักสูตรภาษาและวรรณคดีไทย รุ่นที่ 4 
พ.ศ. 2542 อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
พ.ศ. 2548 อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ได้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก รุ่นที่ 4 จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง ความขัดแย้งและการประนีประนอมในตำนานปรัมปราไทย ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีโครงสร้างนิยมของ Claude Lévi Strauss ในการศึกษาตำนานปรัมปราไทย มี ศ.ดร.ศิราพร ณ ถลาง และ Prof.Dr.Nicola Tannenbaum แห่ง Lehigh University เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา 
ปัจจุบัน อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

รางวัลที่ได้รับ 
พ.ศ.2548 รางวัลผลงานวิจัยดีเด่น กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช 
พ.ศ.2549 รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ: รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี 2549 (สาขาสังคมวิทยา) 
พ.ศ.2552 รางวัลการเสนอผลงานวิจัยดีเยี่ยมแบบบรรยาย ในการประชุมนักวิจัยรุ่นใหม่..พบ..เมธีวิจัยอาวุโส สกว. 
พ.ศ.2553 2010 TRF-CHE-SCOPUS YOUNG RESEARCHER AWARD, HUMANITIES & SOCIAL 
SCIENCES CATEGORY 

นอกจากรางวัลวิจัยแล้ว ยังได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นอาจารย์ด้านกิจการนิสิต ประเภททั่วไป ระดับดีมาก ประจำปี 2553 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับเชิญเป็นกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2553

  



แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 99    หน้าที่ : 53