ชุดข้อมูลเชิงพื้นที่สนับสนุนการวางแผน การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การจัดการที่ดินและการจัดการระบบการผลิตของเกษตรกรในจังหวัดน่าน

          re2556-127ข้อมูลจากผลการวิจัยถูกจัดเก็บไว้ในศูนย์พัฒนาสารสนเทศระดับอำเภอ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปใช้ในการวางแนวทางพัฒนาในพื้นที่ แนวทางการเฝ้าระวังภัยพิบัติ การจัดทำแผนที่ภาษีและการจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำย่อย มีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อประกอบการตัดสินใจในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

โครงการสร้างข้อมูลความรู้และกลไกความร่วมมือเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการฟื้นฟูรักษาป่าต้นนำและการจัดการที่ดินจังหวัดน่านโดยคณะวิจัยจากมูลนิธิฮักเมืองน่าน ร่วมกับแกนนำองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ 15 ตำบล ในจังหวัดน่านมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและจัดทำชุดข้อมูลเชิงพื้นที่เกี่ยวกับทรัพยากรและลุ่มน้ำ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ สนับสนุนการวางแผนตัดสินใจด้านการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การจัดการที่ดิน การจัดระบบการผลิตของเกษตรกร พัฒนากลไกความร่วมมือให้กับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ ประชาชน เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานทางวิชาการ รวมทั้งสร้างรูปแบบและวิธีการจัการ และให้ข้อมูลของชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานสนับสนุน คณะทำงานโครงการระดับตำบลได้ พัฒนาเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูล และมีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องได้แก่

·         แบบบันทึกข้อมูลด้านสังคมเศรษฐกิจทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างการนำไปใช้โดยตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย นำข้อมูลสู่การเคลื่อนแผนงานของตำบลในทุกด้านหรือเรียกว่าแผนอยู่เย็นเป็นสุขและตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง ได้นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนำเกี๋ยน เพื่อออกข้อบัญญัติท้องถิ่น

·         แบบบันทึกต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรโดยกลุ่มเกษตรกรตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง ทำให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลไปใช้ลดต้นทุนการผลิตได้ และเกิดการสร้างเครือข่ายเกษตกรในพื้นที่ที่มีเป้าหมาย เพื่อหาทางเลือกในการผลิตและการจัดการต้นทุนของเกษตรกรโดยเชื่อมกับหน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ มูลนิธิปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งมาต่อยอดกระบวนการเรียนรุ้ของเกษตกรด้านอาชีพ

·         แผนที่และระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ภาพถ่ายทางอากาศใช้เพื่อการวางแผนรองรับน้ำท่วม ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง ได้ประยุกต์ใช้ในการเตรียมความพร้อมวิกฤตน้ำท่วม เกิดการตระหนักในการจัดการตนเองก่อนเป็นเบื้องต้น และได้แผนปฏิบัติการระดับชุมชนและตำบลในการรับมือกับวิกฤตน้ำท่วม โดยสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาวิทยาลัยนเรศวร พอช.และมูลนิธิฮักเมืองน่าน

·         แผนที่แสดงขอบเขตรายแปลงของเกษตรกร กรณีตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง ได้จัดทำข้อมูลพิกัดปลงของเกษตรที่เชื่อมโยงกับข้อมูลการผลิตของเกษตรกร รูปแบบการใช้ที่ดินและข้อมูลทรัพยากรในพื้นที่นำมาเชื่อมโยงกันในระบบฐานข้อมูลและนำสู่การต่อยอด

คณะทำงานและหน่วยงานในพื้นที่วางแผนขยายผลไปยัง 5 ตำบลที่เหลือของอำเภอเชียงกลาง และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ (ชั้นความสูง การใช้ที่ดินและรูปแบบแปลง ข้อมูลพืช ข้อมูลชุมชน) ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจัดเก็บอยู่ในศูนย์พัฒนาสารสนเทศระดับอำเภอ เพื่อให้หน่วยงานทั้งรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปใช้ในการวางแนวทางในการพัฒนาในพื้นที่ แนวทางการเฝ้าระวังภัยพิบัติและจัดทำแผนที่ภาษี แบบสำรวจการจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำย่อย ต.เรือง อ.เมือง กลุ่มแกนนำขับเคลื่อนงานด้านการจัดการน้ำที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการย่อยประเด็นน้ำ เจ้าหน้าที่อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เริ่มค้นหาข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม โดยจัดเวทีแกนนำชุมชนเพื่อสำรวจเก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือสำรวจชุมชนทั้งแผนที่รอบนอก/รอบในชุมชน และข้อมูลใช้น้ำในชุมชน และหลังจากนั้นได้ใช้แบบสอบถามให้แกนนำไปเก็บข้อมูลในเชิงลึก ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย และเจาะลึกมากขึ้น ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของชุมชน ข้อมูลแหล่งน้ำธรรมชาติ (แม่น้ำ ห้วย คลอง หนอง กุด บึง พื้นที่ชุ่มน้ำ) ข้อมูลแหล่งน้ำที่พัฒนา (อ่างเก็บน้ำ ฝาย ระบบส่งน้ำ สูบน้ำ บ่อบาดาล บ่อน้ำตื้น ประปาชนบท) ข้อมูลสภาวะการใช้น้ำ ข้อมูลปัญหาน้ำท่วม ข้อมูลความต้องการน้ำ และข้อมูลแผนที่หมู่บ้านหลัง หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้ว จะนำไปประมวลผล และคืนสู่ชุมชนเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในการจัดการน้ำที่เหมาะสมกับพื้นที่ตำบลเรืองต่อไป

          ข้อค้นพบที่สำคัญของโครงการ คือ การสร้างข้อมูลความรู้ความร่วมมือส่งผลให้เกิการปรับความสัมพันธ์ใหม่ให้กับหน่วยงาน ก่อให้เกิดการบูรณาการในพื้นที่เป้าหมายพร้อมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพลังการใช้ข้อมูลสู่การปฏิบัติการร่วมกันจากการเห็นเป้าหมายร่วม และปฏิบัติงานกับกลุ่มเป้าหมายร่วม ทำให้แก้ปัญหาของชุมชน รวมถึงการปฏิบัติการที่ต่อเนื่องไม่มีอุปสรรคเชิงกลไกและโครงสร้าง