สารจากผู้อำนวยการ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย - มกราคม 2560

สวัสดีปีใหม่ 2560

“ในปี 2560 นี้ สกว. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบสนับสนุนทุนวิจัยของ สกว. ให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประเทศไทย 4.0”

ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ปี 2559 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการศึกษา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการปรับโครงสร้าง และบูรณาการการทำงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 โดยมีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาเป็นเข็มทิศนำทาง อาจกล่าวได้ว่าในปี 2559 ประเทศไทยได้เร่งปรับโครงสร้างประเทศเพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ภายใต้บริบทใหม่ของศตวรรษที่ 21 ซึ่งหลายประเทศในโลกต่างเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน ส่งผลให้ดรรชนีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index : GCI) ประจำปี 2559 ของประเทศอยู่ในอันดับที่ 34 จาก 138 ประเทศทั่วโดย ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปี 2558 ซึ่งอยู่อันดับที่ 32 จาก 140 ประเทศ โดยที่ค่าเฉลี่ยรายหมวดอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ดรรชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI INDEX) ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้นเป็นลำดับจากอันดับที่ 102 ในปี 2556 เป็นอันดับที่ 85 ในปี 2557 และเป็นอันดับที่ 76 ในปี 2558 ซึ่งเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าประเทศต้องพยายามเร่งการพัฒนาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนานวัตกรรมของประเทศเพื่อรองรับประเทศไทยในยุค 4.0 เพื่อยกระดับการพัฒนาภายในประเทศ และแข่งขันกับนานาประเทศ

โดยในปีนี้ระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งเป็นกลจักรสำคัญในการพัฒนาประเทศมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยภาครัฐได้ปฏิรูประบบวิจัยและจัดตั้งสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ขึ้นมาทำหน้าที่กำหนดทิศทางและนโยบายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ครอบคลุมทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม สะสมองค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลต่อภูมิทัศน์ในการพัฒนางานวิจัย ระบบวิจัย และบุคลากรวิจัยของประเทศในระยะต่อไป

สกว. ในฐานะหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการวิจัยและบริหารจัดการงานวิจัยของประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานวิจัยทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ครอบคลุมทั้งงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาบุคลากรวิจัย ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวบ้าน เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคลากรวิจัยของประเทศ และนำความรู้จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ

โดยในปี 2559 นี้ สกว. ขับเคลื่อนการทำงานตามวิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์ 5 ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ได้แก่ การสนับสนุนทุนวิจัยตามกรอบประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Research Issue : SRI) จำนวน 12 ประเด็น การสนับสนุนทุนวิจัยในลักษณะ Program Base ตามที่ได้รับมอบหมายจาก คอบช. ผ่านการบริหารจัดการทุนวิจัยมุ่งเป้า (Targeted Research Issue: TRI) การพัฒนาระบบสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่และพื้นที่วิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Research Area: SRA) ทั้งในมิติชุมชนท้องถิ่น และมิติเครือข่ายจังหวัด และภูมิภาค โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ การสนับสนุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network: IRN) ซึ่งปัจจุบันได้เกิดเครือข่ายวิจัยนานาชาติแล้วจำนวน 16 เครือข่าย โดยมีนักวิจัยจาก 14 ประเทศเข้าร่วม และมีองค์กรสนับสนุนการวิจัยจากต่างประเทศร่วมสนับสนุนจำนวน 5 หน่วยงาน ซึ่งได้แก่ British Council จากสหราชอาณาจักร CNRS และ French Government จากฝรั่งเศส Swedish Research Council จากสวีเดน และ NSFC จากสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้ ยังได้พัฒนากลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยพื้นฐานกับงานวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม โดยริเริ่มให้มีการคัดกรองโครงการวิจัยที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดและใช้ประโยชน์ และจัดทำข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการผลักดันให้ผลงานวิจัยได้ใช้ประโยชน์จริงในสาขาสาขาเกษตรและวิทยาศาสตร์เกษตร สาขาแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นต้น

ในส่วนของการจัดการปลายทางเพื่อให้ผลงานวิจัยได้ใช้ประโยชน์ในปีที่ผ่านมา สกว. ได้ทดลองใช้กลไกการจัดการผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization) ได้แก่ การนำข้อมูลจากฐานข้อมูลทิศทางการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย (Content Provider: CP) มาขับเคลื่อนให้ผลงานวิจัยได้นำไปใช้ประโยชน์ใน 5 ด้านได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านพาณิชย์ ด้านนโยบาย ด้านสาธารณะ ด้านพื้นที่ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเพิ่มการจัดกิจกรรมสื่อสารสังคม (Social Communication: SC) ที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดพิมพ์หนังสือ ตำรา การจัดประชุม และการจัดเสวนา เพื่อเชื่อมโยงความรู้จากงานวิจัยสู่ผู้ใช้ประโยชน์ในหลายระดับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ชุมชน ท้องถิ่น และผู้กำหนดนโยบาย

ในด้านการพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการทุนวิจัย สกว. ได้ ยกระดับระบบสารสนเทศ และเครื่องมือเพื่อการบริหารงานวิจัยทั้งระบบได้แก่ ระบบ MIS เพื่อการติดตามประเมินผลโครงการวิจัยแบบ Real Time ระบบบริหารจัดการงานทุนวิจัย (EPMS) ซึ่งจะเริ่มมีการประเมินผลโครงการวิจัยแบบออนไลน์ (e-Review) เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการประเมินโครงการวิจัย และการพัฒนาระบบ Smart Office เพื่อให้บริการงานภายในสำนักงานแบบออนไลน์เพื่อก้าวไปสู่ Digital TRF

สำหรับกิจกรรมใหม่ในปี 2559 สกว. ได้ขยายขอบเขตการสนับสนุนทุนวิจัยในกลุ่มวิจัยวิจัย และพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองต่อทิศทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ ด้วยการจัดระบบการสนับสนุนทุนวิจัยด้านอุตสาหกรรมอย่างรอบด้านผ่านการปรับภารกิจและโครงสร้างการบริหารในฝ่ายอุตสาหกรรมให้ทำหน้าที่สนับสนุนทุนวิจัยอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง First S-curve และ New S-curve โดยประสานการสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกับ โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะช่วยสนับสนุนแนวทางการยกระดับและพัฒนาการวิจัยด้านอุตสาหกรรมของประเทศในทุกมิติ ทั้งการพัฒนากำลังคนของประเทศ และการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อภาครัฐและภาคเอกชน และจัดตั้งฝ่ายสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้า ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนทุนวิจัยในลักษณะ Programe Base ที่ประสานเชื่อมโยงกลไกการทำงานร่วมกับ คอบช. อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในกลุ่มการผลิตนักวิจัยโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ได้พัฒนารูปแบบใหม่ ในการสนับสนุนทุน คปก. ระยะที่ 2 ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นวิจัยที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนแนวทางการนำผลงานวิจัยระดับปริญญาเอกไปใช้ประโยชน์ คู่ขนานกับการนำผลงานวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติ และนานาชาติ และริเริ่มทุน คปก. ต่อยอด ซึ่งเป็นทุนวิจัยขนาดเล็กต่อเนื่องให้กับนักศึกษา คปก. ที่จบโครงการไม่เกิน 3 ปี ได้มีโอกาสทำวิจัยต่อเนื่องในสาขาที่สนใจ เพื่อพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักวิจัยมืออาชีพต่อไป

ผลการดำเนินการในปี 2559 สกว. ได้สนับสนุนทุนวิจัยใหม่จำนวน 1,792 โครงการ ในวงเงิน 2,475 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี 2558 จำนวน 470 ล้านบาท โดยเป็นโครงการร่วมสนับสนุนจากแหล่งทุนอื่นจำนวน 764 โครงการ ซึ่งสูงกว่าปี 2558 ถึง 401 โครงการ มีผลงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ รวม 450 โครงการ ดังนี้ ด้านวิชาการจำนวน 35 โครงการ ด้านพาณิชย์ จำนวน 73 โครงการ ด้านนโยบาย จำนวน 71 โครงการ ด้านสาธารณะจำนวน 128 โครงการ ด้านพื้นที่ และด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจำนวน 143 โครงการ และมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติจำนวน 1,832 เรื่อง ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2558 จำนวน 433 เรื่อง มีค่าเฉลี่ยของจำนวนผลงานตีพิมพ์ในวารสาร วิชาการนานาชาติ ของโครงการที่สิ้นสุดในปี พ.ศ. 2559 เท่ากับ 2.81 เรื่องต่อโครงการ และมีจำนวนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรที่ยื่นจดในปี 2559 จำนวน 51 เรื่อง ซึ่งเพิ่มจากปี 2558 ถึง 26 เรื่อง มีผลงานวิจัยของ สกว. ที่สามารถสืบค้นผ่านห้องสมุดอิเล็กโทรนิกส์ (e-Library) จำนวน 9,836 โครงการ มีสมาชิกรวม 232,072 ราย จากหลากหลายสาขาอาชีพ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้สนใจดาวโหลดผลงานวิจัยรวม 315,285 ครั้ง

จากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและบริหารจัดการกองทุนในปี 2559 สกว. ได้รับรางวัลหน่วยงานทุนหมุนเวียนดีเด่นจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น กลุ่มทุนหมุนเวียนขนาดใหญ่ และรางวัลประสิทธิภาพด้านการบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียนดีเด่น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน แสดงถึงความสามารถในการบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิผลที่เป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ในทุกด้านอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความภูมิใจที่ สกว. จะรักษาไว้ และพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อไป

ในบริบทใหม่ของประเทศ และระบบวิจัยไทย ในปี 2560 นี้ สกว. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบสนับสนุนทุนวิจัยของ สกว. ให้ตอบสนองต่อความต้องการประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ทั้งของประเทศไทย และของนักวิจัยทุกคน

สกว. ขอรวมพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมกัน "สร้างสรรค์ ปัญญา เพื่อพัฒนาประเทศ" ต่อไป ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2560 สกว. ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย