มังกรหลากสี การขยายอิทธิพลเหนือดินแดนและพันธกิจเผยแผ่อารยธรรมในอุษาคเนย์

trfaward-23-02นับเนื่องแต่ปี 1997 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้มีความแน่นแฟ้นเพิ่มขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศลุ่มน้ำโขงมีความซับซ้อนฝังแฝงอยู่ในประเด็นทางสังคมวัฒนธรรมและการเมืองด้วยเช่นกัน การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของจีนทำให้มีความต้องการพลังงานและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล  นโยบายออกไปข้างนอกเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและวัตถุดิบ และการพัฒนากองทัพสู่ความทันสมัย ก่อเกิดความท้าทายใหม่ๆ แก่ประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์ ความท้าทายใหม่เหล่านี้ทำหน้าที่ทั้งกระตุ้นและจำกัดความร่วมมือระหว่างจีนกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้น

ความสำคัญของงานวิจัย

ผลงานเรื่อง มังกรหลากสี: การขยายอิทธิพลเหนือดินแดนและพันธกิจเผยแผ่อารยธรรมในอุษาคเนย์เป็นโครงการที่ดำเนินงานโดยทีมวิจัยนานาชาติ ภายใต้การสนับสนุนของฝ่าย 1 (ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ) สกว. โดยมีศ. ดร.ยศ สันตสมบัติ เป็นหัวหน้าโครงการ งานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นจากการตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งปัจจุบันจีนนับเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ทั้งนี้โครงการวิจัยดังกล่าว ได้มุ่งเน้นความสำคัญในด้านการพัฒนามุมมองในระดับภูมิภาค (regional perspective) ว่าด้วยการพัฒนาและขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ตลอดจนผลกระทบจากการพัฒนาดังกล่าวต่อประเทศต่างๆ ในอุษาคเนย์ ความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการหาคำตอบดังที่กล่าวมา ซึ่งนับว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดท่าทีความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอาเซียนกับจีนต่อไปในอนาคต ตลอดจนมีความสำคัญในการกำหนดนโยบายการค้าและการลงทุนของไทยในอุษาคเนย์อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ โครงการวิจัยนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจกับวาทกรรมการพัฒนาของจีน โดยเน้นในประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของจีนในการเสริมสร้างความเจริญและ อารยธรรมในอุษาคเนย์ โดยเฉพาะในเมียนมาร์ ลาว เขมร เวียดนามและไทย โดยมีประเด็นคำถามและข้อถกเถียงเชิงทฤษฎีนั้น โครงการวิจัยนี้มุ่งหาคำตอบในประเด็นหลัก 3 ประเด็นด้วยกัน คือ

1) การหลั่งไหลของแรงงานและพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนเข้ามาในดินแดนอุษาคเนย์เป็นผลพวงประการหนึ่งของเทคโนโลยีการจัดพื้นที่ของจีนหรือไม่ อย่างไร และอธิปไตยหลากสี (Variegated sovereignty) ส่งผลอย่างไรต่อการเคลื่อนย้ายของชาวจีนเข้าสู่อุษาคเนย์

2) เราจะทำความเข้าใจกับการเมืองวัฒนธรรมและการขยายตัวของทุนจีนข้ามชาติสมัยใหม่อย่างไร ในเรื่องของการขยายอำนาจและอิทธิพลจีนผ่านการอพยพโยกย้ายของประชากร เป็นการสร้างจักรวรรดิจีนใหม่ที่ไม่เน้นการยึดครองพื้นที่ (Ungrounded Empires) แต่เป็นจักรวรรดิที่ปรับเปลี่ยนรูปโฉมและพื้นที่ไปตามกระบวนการผลิตที่ยืดหยุ่นของทุนนิยมยุคหลัง หรือ การอพยพโยกย้ายของชาวจีนพลัดถิ่นรุ่นใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายอำนาจควบคุมเหนือพื้นที่ (Territorialization) โดยจงใจ และตามการกำกับควบคุมเชิงนโยบายของรัฐจีน (Ungrounded Empire versus Grounded Imperialism)

3) การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุนของจีน เป็นไปตามตรรกะของเสรีนิยมใหม่หรือทุนรัฐวิสาหกิจ (Neoliberalism versus Socialist Corporatism)

การดำเนินการวิจัย

งานวิจัยชิ้นนี้ มุ้งเน้นการวิจัยเชิงนโยบายและภาคสนาม ตามระเบียบวิธีทางมานุษยวิทยา โดยใช้วิธีการวิจัย3 วิธีหลักคือ

1. วิธีศึกษาและเก็บข้อมูลจากเอกสารการสำรวจและงานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของจีนในอุษาคเนย์และภูมิภาคอื่นๆ

2. วิธีศึกษาเชิงนโยบาย (Policy Research) โดยมุ่งสำรวจตรวจสอบนโยบายการค้าและการพัฒนาของจีนในอุษาคเนย์  ตลอดจนนโยบายของประเทศต่างๆ ในอุษาคเนย์ต่อการขยายตัวทางการค้าของจีน โดยใช้แหล่งข้อมูลทั้งจากเอกสารและการสัมภาษณ์

3. วิธีการศึกษาและเก็บข้อมูลจากแต่ละประเทศในอุษาคเนย์ ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีประเด็นในการเก็บข้อมูลที่แตกต่างหลากหลายกันออกไป โดยเน้นการทำความเข้าใจกับปฏิกิริยาของประชาชนและรัฐบาลของประเทศต่างๆ ต่อการขยายตัวทางการค้าและการอพยพของชาวจีนเข้ามาในพื้นที่กรณีศึกษา การเก็บข้อมูลจากภาคสนามเน้นการสำรวจข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง รวมทั้งการสัมภาษณ์ในระดับลึกและการเฝ้าสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมในสนาม

ผลที่ได้จากการวิจัย

งานวิจัยได้ นำเสนอประเด็นข้อค้นพบและมุมมองเชิงนโยบายสำคัญหลายประการด้วยกัน คือ ประการแรก เราไม่อาจทำความเข้าใจนโยบายต่างประเทศของจีนแยกออกต่างหากจากอุดมการณ์ชาตินิยมและการสร้างอัตลักษณ์ความเป็นจีนขึ้นใหม่ รัฐบาลจีนทุ่มเทพลังงานและทรัพยากรมากมายเพื่อสนับสนุนการเรียนภาษาและวัฒนธรรมจีน การรื้อฟื้นและตีความปรัชญาจีน สนับสนุนการทำงานของสมาคมจีนในประเทศต่างๆ รวมทั้งการผลิตสื่อต่างๆ เพื่อหลอมรวมความแตกต่างหลากหลายและสร้างอัตลักษณ์ความเป็นจีนขึ้นใหม่ ประการที่สอง ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับลุ่มน้ำโขงกำลังพัฒนาไปในลักษณะพึ่งพิงจีนมากยิ่งขึ้นผ่านความเสียเปรียบทางการค้า การลงทุนและความช่วยเหลือต่างประเทศ ความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้ประเทศต่างๆ ในลุ่มน้ำโขงกลายเป็นกัลยาณมิตรทางการเมืองของจีนไปโดยยากจะหลีกเลี่ยงได้ ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในลักษณะพึ่งพิงจีนมากขึ้นทำให้วิสาหกิจและภาคเอกชนของจีนสบช่องในการขยายการลงทุนทางด้านพลังงานไฟฟ้า สวนเกษตร เหมืองแร่ รวมทั้งการจัดสร้าง เขตเศรษฐกิจพิเศษมากมายในลุ่มน้ำโขง ซึ่งสร้างปัญหาท้าทายในประเด็นว่าด้วยการเช่าซื้ออำนาจอธิปไตยของประเทศอื่นๆ ประการที่สี่ การลงทุนในระดับต่างๆ มาพร้อมกับการหลั่งไหลของชาวจีนเข้ามาในลุ่มน้ำโขง ทำให้การตักตวงทรัพยากรและการแข่งขันทางเศรษฐกิจมีความเข้มข้นมากขึ้น ประการที่ห้า วัฒนธรรมเศรษฐกิจจีนแผ่ขยายอิทธิพลจากการเข้าครอบงำการค้าชายแดนในลุ่มน้ำโขง เบียดขับผู้ค้าท้องถิ่นท่ามกลางเครือข่ายการสร้างเมืองชายแดนในเวียดนาม เมียนมาร์และลาวและกำลังเคลื่อนสู่ไทย และ ประการที่หก ท่ามกลางการพึ่งพิงจีนและความเหลื่อมล้ำเชิงอำนาจ ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับลุ่มน้ำโขงและอาเซียน ยังพัฒนาขึ้นอย่างแนบแน่นด้วยกลไกระดับทวิภาคีและพหุภาคี ความสำเร็จของการพัวพันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างจีนกับประเทศลุ่มน้ำโขงอาจวางอยู่บนยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นปึกแผ่นแห่งประชาคมอาเซียนไปพร้อมกับ การเสริมบทบาทของมหาอำนาจผู้รับผิดชอบให้ดำเนินไปด้วยสันติวิธี พลางบูรณาการมหาอำนาจใหม่เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมภูมิภาค เพื่อสร้างหลักประกันของโอกาสสำหรับผลประโยชน์อันชอบธรรมร่วมกัน

การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ โดยเน้นการสำรวจตรวจสอบนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค โดยเปิดโอกาสให้มีการจัดเวทีระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ที่หลากหลาย เช่น กระทรวงการต่างประเทศ มหาดไทย หน่วยงานความมั่นคง และภาคเอกชน เช่น หอการค้าตามจังหวัดชายแดน ใช้เพื่อเป็นพื้นฐานในการปรับนโยบายและกลยุทธ์ในการทำงาน

จุดเด่นของงานวิจัย

มังกรหลากสี: การขยายอิทธิพลเหนือดินแดนและพันธกิจเผยแผ่อารยธรรมในอุษาคเนย์ เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ในเชิงวิชาการและเชิงนโยบาย เนื่องจากประเทศจีนจะมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเข้มข้นขึ้นในอนาคต สร้างความตระหนักรู้ให้สังคมไทย ที่ผ่านมาประเทศไทยมักสนใจประเทศจีนจากในมุมมองทางเศรษฐกิจโดยไม่คำนึงลึกซึ้งถึงประเด็นทางเศรษฐกิจการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง การทำให้สังคมไทยรู้เท่าทันนโยบายและการดำเนินการของประเทศจีนผ่านประสบการณ์ของประเทศต่างๆ จะช่วยให้ไทยดำเนินนโยบายกับจีนให้เป็นประโยชน์และลดความเสี่ยงของประเทศ นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังให้ความสนใจผลงานศึกษาชิ้นนี้ โดยเฉพาะประเทศตะวันตกจากผลงานที่เข้าร่วมโครงการ นักวิจัยไทย 2 คน ได้รับทุนไปเป็นนักวิจัยระยะสั้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสำนักพิมพ์ Routledge ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ชื่อดังทางมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ สนใจจะนำงานที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษไปตีพิมพ์เผยแพร่

หัวหน้าโครงการ

trfaward-23-01

ศ. ดร.ยศ สันตสมบัติ

ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่