การวิจัยและพัฒนาเกราะป้องกันกระสุนปืนพกทุกขนาดและกระสุนปืนเล็กยาวที่เป็นอาวุธสงคราม

trfaward-19-01ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวต้องสูญเสียชีวิต ผศ. ดร.ชัยณรงค์ ศรีกุลวงศ์ และคณะนักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จึงได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม และบริษัท พรีซีพาร์ท จำกัด ทำวิจัยและประดิษฐ์เสื้อเกราะกันกระสุนปืนอาวุธสงคราม และแผ่นเกราะอ่อนข้างลำตัวบรรจุอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเสื้อที่มีน้ำหนักเบา และผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยเสื้อเกราะกันกระสุน (กมย.กห.1/2557) สำหรับเสื้อเกราะรุ่น CP-001S ระดับ 3 และเกราะด้านข้างระดับ 2A ราคาจำหน่ายเพียงตัวละ 21,400 บาท ขณะที่เสื้อเกราะอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศที่ทำจากวัสดุเส้นใยพอลิเมอร์ทนแรงดึงสูงที่มีชื่อทางการค้าว่า เคฟล่าร์ หรือ สเปคตร้า มีราคาจำหน่ายตัวละ 30,000 - 35,000 บาท จุดเด่นของเสื้อเกราะนี้มีคุณสมบัติเหนือกว่าเสื้อเกราะนำเข้าจากต่างประเทศในระดับการป้องกันเดียวกัน คือ มีอายุการใช้งาน 3 - 5 ปี และสามารถป้องกันกระสุนพิเศษเจาะเกราะขนาด 7.62 ของ AK47 (AP) ได้

ความสำคัญของงานวิจัย

ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของพลเรือนและทหารเป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ด้วยวิธีการทางการเมืองและทางทหารนั้นยังคงดำเนินอยู่แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เสื้อเกราะจัดเป็นยุทธภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความต้องการอย่างมาก นอกเหนือจากเครื่องมือเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่องประเภทต่างๆ ปัจจุบันมีกำลังพลประมาณหนึ่งในสามส่วนเท่านั้น ที่มีเสื้อเกราะสำหรับสวมใส่ในขณะปฏิบัติหน้าที่

การดำเนินการวิจัย

ผศ. ดร.ชัยณรงค์ ศรีกุลวงศ์ และคณะนักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จึงได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม และบริษัท พรีซีพาร์ท จำกัด ทำวิจัยและประดิษฐ์เสื้อเกราะกันกระสุนอาวุธปืนสงคราม งานวิจัยนี้ได้ศึกษากลไกการเจาะทะลุของกระสุนปืนที่มีองค์ประกอบคือ คุณสมบัติวัสดุ ความเร็ว รูปร่างของหัวกระสุนปืน รูปแบบการรองรับของเป้าหมาย รูปแบบการเจาะทะลุของแผ่นวัสดุเมื่อรับแรงกระแทกจากหัวกระสุน การจัดเรียงซ้อนกันของชั้นวัสดุเกราะ ความหนาของชั้นวัสดุเกราะ อัตราส่วนตามขนาดของกระสุนกับแผ่นเกราะ และนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาออกแบบแผ่นเกราะเชิงประกอบด้วยวัสดุเซรามิกเส้นใยสังเคราะห์โลหะ ทำให้มีน้ำหนักลดลงจากเดิมและมีประสิทธิภาพการป้องกันกระสุนปืนเล็กยาว ที่เป็นอาวุธสงครามเทียบเท่าเสื้อเกราะหรือแผ่นเกราะแข็งของต่างประเทศ โดยเกราะที่ได้เป็นแบบ Stand Alone ขนาดมาตรฐาน 10 x 12 นิ้ว มีน้ำหนักตัวเสื้อและแผ่นเกราะรวมกันเท่ากับ 6.5 กิโลกรัม สามารถป้องกันกระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตรนาโต หรือกระสุนปืนกล M60 ที่ความเร็วต้น 2,780 ฟุตต่อวินาที หรือ ระดับ 3 ได้

ผลที่ได้จากการวิจัย

เสื้อเกราะกันกระสุนปืนอาวุธสงครามและแผ่นเกราะอ่อนข้างลำตัวบรรจุอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเสื้อที่ได้จากงานวิจัยนี้ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยเสื้อเกราะกันกระสุน (กมย.กห.1/2557) สำ หรับเสื้อเกราะ รุ่น CP-001S ระดับ 3 และเกราะด้านข้างระดับ 2A ที่มีราคาจำหน่ายเพียง 21,400 บาท/ตัว ในขณะที่เสื้อเกราะอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศที่ทำจากวัสดุเส้นใยพอลิเมอร์ทนแรงดึงสูงที่มีชื่อทางการค้า เรียกว่า เคฟล่าร์ หรือ สเปคตร้า มีราคาจำหน่ายตัวละ 30,000 - 35,000 บาท

การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

ผลงานวิจัยชิ้นนี้เป็นต้นแบบความร่วมมือ และผลสัมฤทธิ์อันเกิดจากการบูรณาการกระบวนการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีระหว่าง สถาบันการศึกษา บริษัทเอกชนผู้ผลิต และหน่วยงานราชการ ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างรูปธรรม นอกจากนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวยังได้รับการยอมรับและบรรจุอยู่ในหมวดนวัตกรรมพร้อมใช้ที่จะนำเสนอต่อสำ นักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันส่งเสริมให้มีสัดส่วนการจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนที่ผลิตได้ในประเทศเป็นสัดส่วน 30% จากการจัดซื้อในแต่ละปี โดยไม่กำหนดว่าจะต้องมาจากผู้ผลิตรายใด

จุดเด่นของงานวิจัย

เสื้อเกราะที่ประดิษฐ์ขึ้น เป็นเสื้อเกราะที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเสื้อเกราะที่นำเข้าจากต่างประเทศในระดับการป้องกันเดียวกัน คือ มีอายุการใช้งาน 3 - 5 ปี และสามารถป้องกันกระสุนพิเศษเจาะเกราะขนาด 7.62 ของ AK47 (AP) ได้

trfaward-19-02

หัวหน้าโครงการ

พันเอก ดำรง เรืองฤทธิ์

กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

ผศ. ดร.ชัยณรงค์ ศรีกุลวงศ์

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและการบิน-อวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ