ภารกิจ

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income trap) และการสร้างความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศมาตั้งแต่การใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 และยังคงเป็นประเด็นสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) และเป็นหนึ่งในกรอบกลไกประชารัฐที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในปัจจุบัน ซึ่งภาคอุตสาหกรรมยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลได้ประกาศมาตรการสำคัญด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม คือ การยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ทั้งนี้ในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม จำเป็นต้องส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตบนฐานนวัตกรรม โดยทั้งภาครัฐและเอกชนควรมีการลงทุนในการทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1.5% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) ในปี 2564 หรือเมื่อสิ้นระยะเวลาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดที่ท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง

จากเหตุดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2560 สกว. ฝ่ายอุตสาหกรรม ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยดำเนินการสนับสนุนงานวิจัยภายใต้กรอบ “โครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา” ทั้งนี้เป็นการขยายผลรูปแบบการดำเนินงานของ สกว. ฝ่ายอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยมีระยะเวลาดำเนินการในระยะแรก 5 ปี สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และกำหนดเป้าหมายไว้ดังนี้

  1. สร้างศูนย์ประสานงานหรือสำนักประสานงานวิจัยตามคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาโจทย์วิจัย ประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานวิจัยและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยที่มีเป้าหมายในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  2. ให้ทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมเป้าหมาย 200 โครงการต่อปี
  3. พัฒนาผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือบริการจำนวน 160 รายต่อปี
  4. พัฒนานักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมจำนวน 200 คนต่อปี โดยเป็นนักวิจัยหน้าใหม่ร้อยละ 10 ของนักวิจัยทั้งหมด
  5. สร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ 10 เรื่องต่อปี (เป็นเป้าหมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากปีที่ 2 ที่เริ่มดำเนินงานโครงการ)

ซึ่งเอกชนจะร่วมทุนวิจัยตามสัดส่วนที่ สกว. อุตสาหกรรมกำหนด (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าโครงการ) และจะสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้

  1. อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. อุตสาหกรรมอาหาร
  3. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
  4. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  5. อุตสาหกรรมดิจิทัล
  6. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  7. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
  8. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์

นอกจากนี้ สกว. อุตสาหกรรมยังสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับอุตสาหกรรมอื่นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อลดการพึ่งพาและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยสนับสนุนทุนวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงและเทคโนโลยีอวกาศ อวกาศ เพื่อสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการและพัฒนาบุคลากรภายในประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว

นอกจากกรอบทุนวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. ยังมีทุนวิจัยเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นกรอบประเด็นการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Research Issue: SRI) ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยประเด็นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap - MIT) เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลงานวิจัยที่สามารถใช้เป็นรากฐานในการกำหนดนโยบายไปจนถึงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่รัฐบาล หน่วยงานภายใต้กระทรวงต่างๆ หน่วยงานปกครอง หน่วยงานอิสระ ไปจนถึงภาคเอกชน เพื่อจะนำพาประเทศไปสู่การก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. ยังมีกลไกสนับสนุนอื่นๆเพิ่มเติมในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมีกลไกสนับสนุนที่สำคัญ คือ

  • การสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจและการตลาดของเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ รวมไปถึงการสนับสนุนการพัฒนาแผนธุรกิจในโครงการวิจัยที่มีเอกชนร่วมทุน
  • การร่วมมือกับโครงการพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติสนับสนุนการสร้างศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักวิจัยของประเทศไทย และสนับสนุนให้ผลงานวิจัยเกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายของนักวิจัยและผู้ประกอบการในระดับนานาชาติ ในโครงการความร่วมมือโปรแกรมทุนสนับสนุนการสร้างนักวิจัยแกนนำในการสร้างนวัตกรรม (Leaders in Innovation Fellowships (LIF) Programme ภายใต้ความร่วมมือโครงการ Newton UK – Thailand Research and Innovation Partnership Fund

พันธกิจ

สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจให้กับประเทศ

ยุทธศาสตร์การทำงาน

  1. เน้นสนับสนุนงานวิจัยตามความต้องการของภาคเอกชน (Demand driven) โดยเอกชนต้องร่วมลงทุนในงานวิจัยตามเงื่อนไขที่กำหนด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20)
  2. เน้นการทำงานในรูปแบบสามประสาน (Triple helix models) โดยผลักดันให้นักวิจัยในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันวิจัย มีส่วนร่วมในการทำวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม
  3. ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรม โดยเน้นสร้างเครือข่ายกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

ตัวอย่างผลผลิตจากงานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์

  • ยาสีฟันสำหรับผู้ป่วยเบาหวานจากสมุนไพรไทย ซึ่งชนะรางวัลประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีการจำหน่ายในโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว
  • ขนมขบเคี้ยวจากเส้นก๋วยเตี๋ยว เป็นการเพิ่มมูลค่าจากเส้นก๋วยเตี๋ยวตกเกรดมาเป็นสแน็ค จากผลสำเร็จของการวิจัยทำให้ผู้ประกอบการลงทุนในการสร้างโรงงานผลิตและเริ่มวางจำหน่ายแล้ว
  • ระบบตรวจจับการทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งอัตโนมัติ (การเปลี่ยนช่องทางในพื้นที่ห้าม เช่น สะพานข้ามแยก เป็นต้น) โดยระบบจะทำการตรวจจับรถที่ทำความผิด อ่านป้ายทะเบียน ทำการดึงข้อมูลเจ้าของรถจากระบบทะเบียนของกรมการขนส่งทางบก และออกใบสั่ง ซึ่งทั้งหมดสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้นำซอฟแวร์ที่ได้จากงานวิจัยไปใช้นำร่องในพื้นที่บริเวณทางลงลอดแยกสุทธิสาร ถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้า รวมทั้งมีการขยายผลไปยังอีก 15 จุดในกรุงเทพมหานคร