|
ลักษณะทุน
เน้นการสร้างนักวิจัยที่มีความสามารถสูงให้สร้างปัญญาและผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูง
รับผิดชอบโดยฝ่ายวิชาการ
มีเป้าหมายในการสร้างนักวิจัยอาชีพที่มีความสามารถสูงให้สร้างปัญญาและผลิตผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ
และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนวิจัย
ทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. ทุนวิจัยพื้นฐานจากความคิดริเริ่มของนักวิจัย แบ่งเป็น
1.1 ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.)
เป็นทุนสร้างทีมวิจัย
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักวิจัยอาวุโสที่มีความสามารถ
มีจริยธรรม
มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติให้สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางวิชาการสูงให้แก่ประเทศ
โดยเน้นหนักในการพัฒนาทีมงาน พัฒนาผลงาน
และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่เพื่อสร้างศักยภาพเชิงปัญญาระยะยาวของชาติ
ผู้รับทุนต้องไม่เป็นผู้บริหารระดับคณบดีขึ้นไป
โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ
เมธีวิจัยอาวุโส
สกว. (TRF Senior
Research Scholar)
ผู้ได้รับทุนจะได้เงินงบประมาณรวมไม่เกิน 7.5
ล้านบาท
(2.5
ล้านบาท/ปี)
สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
6
ล้านบาท
(2
ล้านบาท/ปี)
สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ระยะเวลาดำเนินการ
3
ปี
ทุนประเภทนี้ไม่ได้เปิดให้สมัคร
แต่ใช้วิธีการสรรหาและเสนอชื่อ
โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากรายชื่อในกลุ่มต่างๆ
เช่น รายนามศาสตราจารย์ในประเทศไทย รายนามนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น
รายนามนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ
รายนามผู้ได้รางวัลวิจัยดีเด่นของมหาวิทยาลัยต่างๆ
รายนามนักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสนอรายชื่อ และ
รายนามคณาจารย์ที่มีผลงานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ
หลังจากนั้นจะเรียนเชิญนักวิจัยผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
เขียนข้อเสนอโครงการวิจัยฉบับเต็ม เพื่อ สกว.
จะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินและใช้ประกอบการพิจารณาให้ทุนต่อไป
1.2 ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา (วุฒิเมธีวิจัย สกว.)
เป็นทุนวิจัยระดับกลางสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการวิจัยพอสมควร
ผู้อยู่ในข่ายได้รับทุนต้องเคยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่ทำในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3
เรื่องในช่วง
5
ปีที่ผ่านมาและเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น
corresponding author
และมีผลรวมของ
impact factor
อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งนี้ขึ้นกับสาขาวิชา เช่น มีค่าไม่น้อยกว่า 5.0
สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ไม่น้อยกว่า
2.0
สำหรับวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์
ส่วนสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จะไม่นำเกณฑ์ของ
impact factor
มาพิจารณา
ผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ
วุฒิเมธีวิจัย
สกว. (TRF Advanced
Research Scholar)
ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่มีวงเงินไม่เกิน
2,000,000
บาท
ระยะเวลาของทุนไม่เกิน
3
ปี
โดยเป็นค่าตอบแทนของหัวหน้าโครงการเดือนละ
15,000-25,000
บาท
ตามคุณภาพและประสบการณ์ของผู้ขอรับทุน
1.3 ทุนพัฒนานักวิจัย
(เมธีวิจัย สกว.)
เป็นทุนที่สนับสนุนการวิจัยแก่อาจารย์และนักวิจัยให้ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง
ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
เป็นผู้ที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น
corresponding author (ผู้วิจัยสำหรับการติดต่อ) ไม่น้อยกว่า 1
เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
โดยต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
และไม่เป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป
ผู้ได้รับทุนได้ชื่อว่าเป็น
เมธีวิจัย
สกว. (TRF Research
Scholar)
งบประมาณปีละ 400,000
บาท
เป็นเวลาไม่เกิน 3
ปี
โดยแบ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการวิจัยปีละ
220,000
บาท
และเป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ
15,000
บาท
1.4
ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่
(สกว.
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)
เป็นทุนที่
สกว.
ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนอาจารย์รุ่นใหม่ให้ทำวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้อยู่ในข่ายรับทุนคืออาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของ
สกอ. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า มาแล้วไม่เกิน 5
ปี
ไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป
ทุนนี้มีวงเงินปีละไม่เกิน
240,000
บาท
เป็นเวลาไม่เกิน 2
ปี
เป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ
10,000
บาท
1.5
ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่
เป็นทุนที่มีเป้าหมาย
หลักเกณฑ์การให้ทุน
วงเงินทุนวิจัยและระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่
แต่เปิดรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของ
สกอ.
ซึ่งผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่เกิน 5
ปี อายุไม่เกิน 45
ปี
และไม่เป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป
และผู้สมัครต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างน้อย
1 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
สำหรับสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จะพิจารณาจากคุณภาพผลงานที่มีในช่วง
5 ปีที่ผ่านมา
2.
ชุดโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic
Basic Research)
เพื่อสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยพื้นฐานที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศและสามารถต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์
เชิงสาธารณะหรือเชิงนโยบายโดยมีชุดโครงการดังนี้
-
สมุนไพร ยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ
เพื่อพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไปใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรค
สารเสริมสุขภาพ เช่น สารต้านมะเร็ง สารต้านการติดเชื้อ
สารต้านการอักเสบ สารต้านไวรัส และสารต้านอนุมูลอิสระ
เป็นต้น
-
การพัฒนาเกษตรยั่งยืน
เพื่อพัฒนาระบบการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและลดการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนของการผลิตพืช
โดยใช้สารอินทรีย์และ/หรือจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งสนับสนุนการใช้ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยพื้นฐานมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อช่วยพัฒนาเกษตรยั่งยืน
-
การผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจ
เพื่อสนับสนุนการวิจัยและนำองค์ความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานด้าน
พันธุศาสตร์ประชากร ชีววิทยาการสืบพันธุ์ จุลชีววิทยา
พยาธิชีววิทยา
ระบาดวิทยาของโรคที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
-
การผลิตสัตว์บกศรษฐกิจ
เพื่อสนับสนุนการวิจัยและนำองค์ความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานด้านต่างๆ
เช่นด้านพันธุศาสตร์ ชีววิทยาสืบพันธุ์ จุลชีววิทยา
พยาธิชีววิทยา ระบาดวิทยาของโรคที่เกี่ยวกับสัตว์บก
ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพ ฯลฯ
มาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงและเพิ่มผลผลิตสัตว์บกเศรษฐกิจ
-
ชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์การฟื้นฟูสภาวะเสื่อม
เพื่อสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานที่เกี่ยวกับกลไกการพัฒนา
embryonic
และ
adult stem cell
ไปเป็นเซลล์เป้าหมายและการประยุกต์ใช้
-
นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี
เพื่อสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานทางด้านนาโนศาสตร์ และ
นาโนเทคโนโลยี ในศาสตร์กลยุทธ์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศ
โดยเน้นศาสตร์ที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบ ควรทำ หรือ
มีความจำเป็นต้องทำเพื่อสร้างฐานของนาโนเทคโนโลยีให้มั่นคง
หรือเพื่อให้ทันกระแสเทคโนโลยีของโลก
-
ชุดโครงการการผลิต การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว
และการแปรรูปอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศ
และเพื่อเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าสูง
เพื่อสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานที่สร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาการผลิตวัตถุดิบ
การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว
และการแปรรูปอาหารที่มีประสิทธิภาพสูง
เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพของผลิตภัณฑ์สูงโดยเน้นความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภค
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
และเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในและนอกประเทศ
3. โครงการการสร้างกำลังคนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของฝ่ายวิชาการ
เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยที่ทำวิจัยพื้นฐานและมีผลงานที่มีคุณภาพ
ได้ทำวิจัยต่อยอดตามความต้องการและเงื่อนไขของภาคอุตสาหกรรม
สามารถพัฒนาผลงานวิจัยในรูปผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
ตลอดจนสร้างผลงานวิจัยที่สามารถจดสิทธิบัตรและค้นคิดสิ่งประดิษฐ์ที่มีนวตกรรมสูง
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่
http://academic.trf.or.th
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ
สกว.
โทรศัพท์
: 0-2278-8251-9
Email
: trfbasic@trf.or.th
|