สกว. ชวนคิด ไทยกับการเข้าสู่ความเป็น “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”

Blue Economy

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องทะเลครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Toward a Blue Economy: Sharing Success Stories to Inspire Change” เพื่อนำเสนอข้อมูลด้านการเข้าสู่ความเป็น “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ของประเทศ

รศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ นักวิจัยจากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนากรอบแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งอย่างยั่งยืนในบริบทของประเทศไทย ระบุว่า การมีนโยบายการจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของประเทศเป็นหมุดหมายสำคัญของโครงการวิจัยนี้ โดยรายงานสถานภาพของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ SOC และการวางกรอบแนวทางเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อเข้าสู่ “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” จะเป็นฐานสำคัญของการวางแผนการพัฒนางานวิจัยทางทะเลว่าควรไปในทิศทางใด ซึ่งจะช่วยในการสร้างแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่ครอบคลุม

ด้าน Mr.Raquibul Amin ตัวแทนจากโครงการป่าชายเล่นเพื่ออนาคต (Mangrove for the future : MFF) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เสริมสร้างความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์ในคาบสมุทรอินเดีย กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีการจัดทำแผนฟื้นฟูป่ายชายเลนภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่ง ไทยจึงได้รับคัดเลือกจาก MMF เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล เพื่อการฟื้นฟูป่าชายเลนฝั่งอันดามัน อาทิ โครงการ การใช้หลักนิเวศวิทยาและด้านเศรษฐกิจสังคม ในการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและการอนุรักษ์พื้นที่ประสบภัยสึนามิของประเทศในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งดำเนินการในเขตพื้นที่จังหวัดพังงาและระนอง เป็นต้น หรือ โครงการอนุรักษ์ปลาโลมา และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดตราด ประเทศไทย และ เกาะกง ประเทศกัมพูชา เป็นต้น อันเป็นตัวอย่างการร่วมงานกันของภูมิภาคอาเซียนที่จับมือกันแก้ไขปัญหาด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล

Blue Economy

ในขณะที่ตัวแทนจาก หุ้นส่วนเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในเอเชียตะวันออก หรือ PEMSEA (Partnerships in Environmental Management for the Seas of East Asia) ระบุว่า อาเซียนรวมถึงประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งกว่า 2,000 กม. มีการจ้างงานเกิดขึ้นกว่า 1 ล้านงาน ไทยมีเม็ดเงินจากธุรกิจทางทะเลคิดเป็นมูลค่า 27,665.40 ล้านดอลลาร์ต่อปี จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลของประเทศไทยควรมีการพัฒนาปรับปรุงด้านทะเล อาทิ จังหวัดตราดควรมุ่งเน้นการประมงแบบอย่างยั่งยืน จังหวัดระยองควรเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสีย การพยายามลดมลพิษในทะเล ฯลฯ

ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดจากเวทีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นกรอบการพิจารณาตัดสินใจของรัฐบาลไทยในการดำเนินการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ชายฝั่งและทะเลอ่าวไทยภาคใต้ ชายฝั่งและทะเลอันดามันภาคใต้ ชายฝั่งและทะเลอ่าวไทยตอนบน และชายฝั่งและทะเลอ่าวไทยภาคตะวันออกของไทย อย่างเหมาะสม และยั่งยืนต่อไป


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400