อดีตรองนายก ‘ยงยุทธ’ ย้ำ “นโยบายที่ดี” ต้องมาจากงานวิจัย

Finance and Development : Data, Research, and Policy Design

8 – 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ม.หอการค้าไทย และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) จัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติในหัวข้อ “Finance and Development : Data, Research, and Policy Design” ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายในงานมีการนำเสนองานวิจัยที่ใช้ฐานข้อมูลระดับครัวเรือนมาศึกษาวิเคราะห์ เพื่อนำไปต่อยอดนโยบายเศรษฐกิจการเงินของประเทศ

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาวิจัยเศรษฐกิจไทย หรือ Townsend Thai Data ของ ศ.ดร.โรเบิร์ต เอ็ม ทาวน์เซนด์ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบัน MIT พร้อมด้วย นายสมบัติ ศกุนตะเสถียร จากศูนย์วิจัยครอบครัวไทย (TFRP) และทีมวิจัย ที่สร้างและพัฒนาฐานข้อมูลภาคครัวเรือนประเทศไทย จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ไม่ใช่เพียงมิติด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการพัฒนาด้านอื่นอย่างเทคโนโลยีด้วย ข้อคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับที่ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รอง ผอ.สกว. ด้านการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ กล่าวว่า สกว. มีความคาดหวังว่านักวิจัยไทย จะไม่ได้นำฐานข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์เพียงด้านเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเกิดการนำไปใช้ในงานวิจัยด้านอื่นๆ ของประเทศ อาทิ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมของครัวเรือนไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยที่น่าสนใจหลายผลงาน อาทิ ผศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและการออกแบบนโยบาย (RIPED) ได้ทำการศึกษาวิจัยในประเด็น การลดความเหลื่อมล้ำในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กไทย โดยทำการสุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียน ในจำนวน 1,400 ครัวเรือนของ 23 ตำบลในพื้นที่ชนบทภาคอีสานอย่างจังหวัดมหาสารคามและกาฬสินธุ์ พบว่าผู้ปกครองของเด็กกว่า 43.79 % ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ลูกเพราะต้องไปทำงานที่อื่นอย่างกรุงเทพฯ หรือในต่างประเทศ สถิติดังกล่าวอาจอนุมานเบื้องต้นได้ว่า สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดที่ไม่เอื้ออำนวยส่งผลเกี่ยวโยงทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กด้อยลง เพราะว่าเด็กได้รับความรู้จากโรงเรียนทางเดียว ขาดการศึกษาขัดเกลาเลี้ยงดูจากสถาบันครอบครัว

ด้าน ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ นักวิจัยจาก ธปท. กล่าวถึงงานวิจัยอีกชิ้นว่า ดัชนีชี้วัดการใช้เงินของคนไทยอย่างหนึ่งคือ การมีปริมาณตู้เอทีเอ็มที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลพบว่าคนไทยมีตู้เอทีเอ็มใช้คิดเป็น 1.2 เครื่องต่อประชากร 10,000 คน ของ 1 ตำบล หรือ 70 เครื่องต่อประชากร 1 ล้านคนของจังหวัด

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์

นอกจากนี้ในงานสัมมนาดังกล่าว ยังมีการเปิดเวทีนำเสนอแนวคิดของนักวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในประเด็นอื่นๆ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจและบทบาทของภาคการเงิน ความสำคัญของการเก็บข้อมูลสำหรับงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสังคม เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพอันสอดคล้องกับแนวคิดของ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการติดตามประเมินผล สกว. ที่เดินทางมาร่วมรับฟังงานในครั้งนี้ และเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า “นโยบายที่ดีต้องมาจากงานวิจัย” (Policy should come from research)


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400