มน. นำเสนองานวิจัยระเบียงเศรษฐกิจ

ม.นเรศวร นำเสนอผลงานวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยจาก วช. และ สกว. เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน-เมาะลำไย (LIMEC) ในเวทีการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่องระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อให้องค์ความรู้จากการวิจัยสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืน ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน2560 วิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำผลงานวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยจาก คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ได้พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน-เมาะลำไย (Luangprabang-Indochina-Mawlamyine Economic Corridor; LIMEC) ขึ้นมา ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือล่าง 1 ภายใต้การสนับสนุนหลักของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ได้จัดประชุมนานาชาติที่เกี่ยวกับระเบียงเศรษฐกิจนี้จำนวน 2 ครั้ง นั่นคือ การประชุมนานาชาติระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน-เมาะลำไย ครั้งที่ 1 เรื่อง “ภูดู่ ประตูแห่งมิตรภาพและโอกาส” ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ การประชุมนานาชาติระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย ครั้งที่ 2 เรื่อง “เปิดประตูมรดกโลก เพื่อการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน” ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 ณ จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ระเบียงเศรษฐกิจดังกล่าว ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน

ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า สถาบันการศึกษานับเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอย่างเป็นระบบและมีหลักการ การประชุมวิชาการนานาชาติเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยให้นักวิชาการและนักวิจัยได้มีโอกาสเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินการวิจัยของตนเอง เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัยและนักวิชาการอื่นๆ รวมทั้งนิสิต นักศึกษา นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปที่สนใจ

นอกจากนี้ ยังนับเป็นโอกาสที่จะเผยแพร่ผลงานวิจัยให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและและภาคธุรกิจนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในองค์กรได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นกลไกที่สนับสนุนให้มีการใช้องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาอย่างสูงสุดแก่ชุมชนและสังคม ที่สำคัญระเบียงเศรษฐกิจนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดำเนินงานวิจัยเพื่อพัฒนาในสาขาที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม สาธารณสุข ท่องเที่ยว การศึกษา และโลจิสติกส์

ดังนั้น หากกลุ่มสมาชิกบนระเบียงเศรษฐกิจนี้ (แขวงหลวงพระบาง แขวงไชยะบุลี จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก รัฐกะเหรี่ยง และรัฐมอญ) รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงของระเบียงเศรษฐกิจสามารถพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางพัฒนา ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคและของโลกได้สำเร็จ จะได้ประโยชน์ทั้งในด้านความมั่นคงของประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง การขยายการส่งออกและโอกาสทางการค้าและบริการ และความมั่นคงทางสังคม

อ้างอิงจาก : เว็บไซต์คมชัดลึก วันที่ 4 เม.ย. 2560