สกว. หนุนชุมชนนางเลิ้ง ทำวิจัยฟื้นมรดกทางวัฒนธรรม

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. จัดประชุมนำเสนอผลงานวิจัย “การฟื้นฟูย่านนางเลิ้งด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน” หวังสร้างเป็นชุมชนต้นแบบ หรือ ชุมชนพี่เลี้ยง หนุนชุมชนเมืองฟื้นมรดกทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยโครงการวิจัย การฟื้นฟูย่านนางเลิ้งด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ระยะที่ 1 โดยมี ศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยา รศ.ดร. ชูวิทย์ สุจฉายา สถาบันอาศรมศิลป์ ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง รองผู้อำนวยการ สกว.ด้านชุมชน พื้นที่ คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ จากมูลนิธิเล็กประไพ และ ผู้แทนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมรับฟังพร้อมให้ความเห็นการนำเสนอผลงานวิจัย

โอกาสนี้ ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านชุมชน พื้นที่ กล่าวและให้ความเห็นว่า การพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นกับ “ย่านนางเลิ้ง” ถือเป็นความท้าทายที่มาพร้อมกับความกังวลของคนย่านนางเลิ้ง โดยเฉพาะลักษณะทางกายภาพของย่านนางเลิ้ง ที่อาจเปลี่ยนไปตามระบบการเปลี่ยนแปลง และอาจมีผลกับต้นทุนความรุ่งเรืองในอดีต ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนเก่าแก่ ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงเข้ามาสนับสนุนให้ “คนย่านนางเลิ้ง” และกลุ่มของคนรุ่นใหม่นามว่า TRAWELL THAILAND กลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งมีแนวคิดและมีเป้าหมายคล้ายกันที่อยากจะบันทึกข้อมูลประวัติศาสตร์นางเลิ้ง พร้อมทั้งฟื้นฟูย่านนางเลิ้งให้กลับมารุ่งเรือง และผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวในเขตเมืองย่านนางเลิ้ง ด้วยการวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่ชุมชนเป็นผู้ทำวิจัยเอง

“อย่างไรก็ดีการนำเสนอผลงานวิจัย ระยะที่ 1 ครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่ามาถูกทาง เพราะวัตถุประสงค์ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น คือ การทำให้ชุมชนรู้จักตัวเอง และในวันนี้คนนางเลิ้งต่างรู้เรื่องราวความเป็นมาของชุมชน รวมถึงต้นทุนทางวัฒนธรรม และ เป็นแหล่งรวมศิลปะ การแสดงแขนงต่างๆ ที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เช่น โขน ละคร นาฏศิลป์ อยู่ใกล้ตลาดนางเลิ้ง ตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย (ตลาดใหม่) ที่เคยเป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัย ปัจจุบันเป็นแหล่งรวมอาหารและขนมลือชื่อ และมีคุณค่าพอที่จะนำมาพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน” รองผู้อำนวยการ สกว.ด้านชุมชน พื้นที่ กล่าวให้ความเห็น และว่า

สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู่ในชุมชนและละแวกใกล้เคียง ได้แก่ วัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแค บ้านละครชาตรี บ้านนราศิลป์ ที่รับแสดงทั้งโขน ละครชาตรี และดนตรีไทย บ้านจงกล หรือที่เรียกกันในหมู่ศิลปินว่า “ละครหลานหลวง” บ้านสามัคคีลีลาศ หรือ บ้านเต้นรำ ที่สำคัญอยากให้กระบวนการวิจัยของชุมชนนางเลิ้งถูกส่งต่อไปสู่ชุมชนอื่น หรือเป็นชุมชนต้นแบบให้กับชุมชนอื่น เช่น ชุมชนตลิ่งชัน ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยากพัฒนาพื้นที่ เพิ่งศักยภาพของชุมชน รองรับการเจริญเติบโตของเมืองที่เข้ามาอย่างรอบด้าน

ด้าน ศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยา ให้ความเห็นในประเด็นเดียวกันนี้ว่า ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะต้องมาจากคนในพื้นที่ เพราะจะมีความลึกมากกว่า เพราะมาจากรากเหง้าของคนในชุมชน ต่างจากข้อมูลของบุคคลภายนอก ที่อาจมองไม่เห็นภาพ และความรู้สึกมีร่วม และมองไม่เห็นภาพเหมือนการเขียนข้อมูลงานวิจัยของชาวบ้าน อีกประการโดยส่วนตัวมองว่า ข้อค้นพบจากข้อมูลวิจัย ระบุถึงด้านหลังตลาดนางเลิ้งเป็นห้องแถว มีโรงขนมแม่เยื้อนอยู่ในตรอกข้าวโพด ถนนหนทาง ตลอกละคร สถานบันเทิง ซึ่งเป็นที่นิยมในอดีต เป็นข้อมูลที่ดีทำให้เห็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆที่เข้ามาอาศัยในชุมชนนางเลิ้ง มีตัวละครที่แสดงถึงความโดดเด่นทางวัฒนธรรม แต่จากที่ฟังการเก็บข้อมูล หรือ กระบวนการต่อจากนี้ยังคาดการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชน ผู้ที่จะรับช่วงต่อมรดกทางวัฒนธรรม

อนึ่งนอกจากประวัติศาสตร์นางเลิ้ง งานวิจัยนี้ ยังได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนย่านนางเลิ้งว่า สภาพตลาดนางเลิ้งแต่ก่อน ร้านขายของชำเป็นลักษณะแผงไม้ไม่ถาวร แต่กว่า 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ตลาด จึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบแผงขายของเป็นล็อคถาวรอย่างในปัจจุบัน และเปลี่ยนหลังคาใหม่ แต่ยังคงใช้โครงไม้แบบเดิม “ถ้าถามว่าหลังคาสวยไหม ป้าก็ว่ามันสวยดีนะ สวยที่เป็นโครงไม้ของเดิม มันมีความทรงจำ” หลังจากปรับปรุงตลาดแล้ว ระบบระบายน้ำดีขึ้น

ตลาดนางเลิ้งในปัจจุบัน มีคนข้างนอกเข้ามาอาศัยอยู่หลายหลังคาเรือน แต่ก็อยู่กันมานานจนคุ้นหน้าคุ้นตา ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ยังไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่อยู่กันแบบเครือญาติ ร้านค้าดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ อาทิ ร้านขนมป้ากวา (ปัจจุบันรุ่นลูกดำเนินกิจการ) ขายขนมเครื่องไข่ เช่น ฝอยทอง เม็ดขนุน ทองหยอด ร้านป้าหงส์ ขายขนมหม้อแกง ร้านข้าวแกงรัตนา ขายกับข้าวและแกงโบราณ ร้านแม่ย้งเจ้าเก่า (ปัจจุบันรุ่นลูกดำเนินกิจการ) ขายขนมเบื้องญวณ ขนมผักกาด ร้านดั้งเดิมส่วนใหญ่จะถ่ายทอดสูตรหรือตำรับอาหารผ่านลูกหลานในครอบครัว พอถึงรุ่นลูกที่ดำเนินกิจการต่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลงสูตรหรือรูปแบบสินค้าไปบ้างตามสมัยนิยม และร้านอื่นๆ อีกมากมาย


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400