นักวิจัยแนะลดภาษีสินค้าเกษตรปลอดสาร

สกว. จัด TRF Forum เรื่อง การเกษตรไทยไร้สารเคมีกับทางเลือกนโยบายสำหรับการกำจัดศัตรูพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังการระดมข้อคิดเห็นการจัดเก็บภาษีสารเคมี สู่การพัฒนา “สินค้าเกษตรปลอดภัย”

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายเกษตร จัดการประชุม TRF Forum เรื่อง การเกษตรไทยไร้สารเคมี ? ทางเลือกนโยบายสำหรับการกำจัดศัตรูพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอข้อค้นพบและนัยเชิงนโยบาย โดยมี รศ.ดร.สุวรรณา ประณีตวตกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะนักวิจัย สกว. รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ สถาบันคลังสมองของชาติ ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการความรู้และสื่อสารสังคม ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมในครั้งนี้

โอกาสนี้ รศ.ดร.สุวรรณา ประณีตวตกุล นำเสนอโครงการวิจัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สิ่งแวดล้อม และ ความเปราะบางสู่ความยากจนของครัวเรือนเกษตรกรในประเทศไทย และทางเลือกเชิงนโยบายสำหรับการจัดการศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมภาคการเกษตร และความยากจนของครัวเรือนการเกษตรกร ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ และอยู่ความสนใจของนานาชาติทั่วโลกรวมทั้งสังคมไทย ปัญหาส่วนนี้เกิดจากการใช้สารเคมี ซึ่งผลกระทบจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร นำไปสู่ความเปราะบางของความยากจน เนื่องจากการใช้สารเคมีเป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่เกษตรกร

โดยเฉลี่ยแล้วพบว่า การใช้สารเคมีสงผลให้ต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 หรือ 2,800 บาท ต่อไร่ และภาพรวมการใช้สารเคมีทั่งประเทศพบว่า ในค่าเฉลี่ย 1 ปี ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุอันตรายประมาณ 14,000 ล้านบาท และบางปีมีจำนวนมากกว่าจำนวนดังกล่าวเช่น ปี 2558 ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรถึง 149,459 ตัน หรือมูลค่ารวมกว่า 19,302 ล้านบาท ทั้งนี้หากมีการเก็บภาษีจากสินค้าอันตรายเหล่านี้ มาทำการศึกษาวิธีลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี ก็จะเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม

สำหรับความคิดเห็นส่วนนี้ สอดคล้องกับความเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกผักในจังหวัดนครปฐม ปทุมธานี และราชบุรี ปีการผลิต 2558/59 โดยร้อยละ 27 เสนอให้นำเงินมาชดเชยให้กับเกษตรกร อีกร้อยละ 26 เสนอให้ทำวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 20 นำมาเป็นงบประมาณทำการวิจัยด้านเทคนิคการปลูกพืชอีกมาตรการที่ในหลายประเทศได้ดำเนินการ คือ “การลดภาษีให้กับสินค้าเกษตรปลอดสาร” ซึ่งจะเป็นแรงจูงในสำคัญแก่เกษตรกร และผู้บริโภค เพราะอย่างน้อยภาระทางภาษีจะได้ไม่ตกแก่เกษตรกรหรือผู้บริโภค

“ซึ่งจากทัศนคติการใช้สารเคมีของเกษตรกร แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ต่างทราบถึงอันตราย และผลเสียจากการใช้สารเคมี แต่ที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะยัง “ขาดความรู้ที่แท้จริง” ในการทำการเกษตรโดยไม่พึ่งพิงสารเคมี ดังนั้นชุดข้อมูลและความรู้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สารเคมี โดยใช้การสื่อสารเป็นช่องทางหนึ่งของการกระจายข้อมูล ที่สำคัญควรมีการสนับสนุนการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเข้าใจได้ว่าช่วงของการพัฒนาประเทศจะต้องมีการใช้ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อประเทศพัฒนาถึงจุด จุดหนึ่งจะต้องเตรียมการฟื้นฟูทรัพยากรให้กลับคืนมา โดยรัฐเป็นผู้จัดสรรงบประมาณ อย่างประเทศที่พัฒนาแล้วทำ”

ด้าน รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ กล่าวว่า รัฐบาลควรให้การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้เกิดการศึกษาวิจัย และถ่ายทอดเทคนิคทางการเกษตร ที่ผ่านมารัฐบาลหลงทางไปให้การสนับสนุนสินค้าการเกษตรที่มีการใช้สารเคมี เช่น โครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นโครงการที่ทำลายระบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรใช้สารเคมีเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต ดังนั้นแนวทางมาตรการเศรษฐศาสตร์ที่มีความเป็นไปได้ เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารเคมีจำกัดศัตรูพืชควรได้รับการพิจารณาร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมวิชาการเกษตร กรมควบคุมมลพิษ และกรมศุลกากร เพราะทราบมาว่า เคยมีการพูดคุยในประเด็นการเก็บภาษีสารเคมี แต่หากเก็บจากผู้ประกอบการผลกระทบจะไปตกที่เกษตรกรที่ต้องใช้สารเคมีในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมและเมื่อมีการจัดเก็บแล้วจะมีแนวทางในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากงบประมาณส่วนนี้อย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งเรื่องของสุขภาพ และ การตลาดสำหรับสินค้าปลอดภัย กับ กลุ่มคนที่สนใจอาหารสุขภาพ เพราะเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จส่วนมากจะมีเครือข่าย และตลาดรองรับสินค้าทางการเกษตร ทำให้การเปลี่ยนแปลงยังเป็นเพียงส่วนน้อย นอกจากนี้ ควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านผลกระทบของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่อผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าที่มีตรารองรับความปลอดภัยมากขึ้น


งานสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

ขอเชิญร่วมงาน 25 ปี สกว.

วันที่ 25 - 26 ส.ค. 2560

รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2
สยามพารากอน