การคอร์รัปชั่นกรณีศึกษา : โครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด

trfaward-07-05งานวิจัยนี้เป็นงานแรกที่สามารถประมาณการมูลค่าความเสียหายจากการทุจริตในการระบายข้าว ประโยชน์ที่ตกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกฝ่าย ต้นทุนการดำเนินงานและความเสียหายที่นับเป็นตัวเงินได้ เช่น การส่งออกที่ลดลง ความสูญเสียจากคุณภาพข้าวในโกดังกลาง และความสูญเสียจากการแทรกแซงตลาดข้าวที่มีการแข่งขัน การที่สามารถให้ข้อเท็จจริงด้านความเสียหายจากการทุจริต และผลกระทบอื่นๆของนโยบายรับจำนำข้าวต่อสาธารณะ สามารถสร้างความตระหนักถึงการทุจริตในโครงการรัฐบาล สร้างความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทุจริต ตลอดจนนำ ไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องการทุจริตของประชาชน

ความสำคัญของงานวิจัย

โครงการจำนำข้าวทุกเม็ดมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางดังที่ปรากฏเป็นข่าวกว่า 5,058 ครั้ง (ศูนย์ข้อมูลมติชน ตุลาคม 2554 - กันยายน 2556) ทั้งในส่วนผู้สนับสนุนโครงการซึ่งอ้างว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือชาวนาที่ยากจน และฝ่ายคัดค้านที่ชี้ว่าโครงการฯ มีปัญหาการทุจริตในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การนำเสนอในประเด็นดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเพียงการบรรยายลักษณะของการทุจริต มิได้มีการวัดมูลค่าการทุจริตในการระบายข้าวที่เป็นการทุจริตก้อนโตที่สุด รวมทั้งการพิสูจน์ว่าโครงการรับจำนำ มีประโยชน์สูงหรือต่ำกว่าต้นทุนดังนั้น โจทย์วิจัยจึงแบ่งเป็น 2 ข้อใหญ่ คือ 1) ประมาณมูลค่าการทุจริตในขั้นตอนการระบายข้าว และ 2) พิสูจน์ว่าโครงการรับจำนำข้าวได้มีความคุ้มค่าทางสังคมหรือไม่ นอกจากนี้งานวิจัยยังศึกษาไปถึงความเสียหายอื่นจากโครงการฯ คือ พฤติกรรมแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายในรูปของการถลุงทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ

การดำเนินงานวิจัย

งานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษา 3 ด้าน คือ 1) สร้างจำลองตลาดข้าวที่ครอบคลุมการประเมินต้นทุนสวัสดิการสังคม 2) สัมภาษณ์เชิงลึกและการประชุมระดมสมองกับผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดจนการรวบรวมเอกสารทางราชการ และข่าวต่างๆ เพื่อประมาณมูลค่าการทุจริตในการระบายข้าว 4 รูปแบบ และ 3) สำรวจโดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึกและการประชุมระดมสมองกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินค่าเช่าทางเศรษฐกิจของโครงการนอกจากนี้ยังได้สำรวจทัศนคติต่อการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยการสุ่มตัวอย่างชาวนาใน 6 จังหวัดและส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ให้โรงสี โกดัง และผู้ตรวจข้าว (surveyor)

ผลที่ได้จากการวิจัย

ผลการศึกษาให้ข้อสรุปที่สำคัญ 4 ประการ คือ ประการแรก ผู้ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นชาวนาขนาดกลางและขนาดใหญ่ เกิดภาระขาดทุนทางบัญชีถึง 5.4 - 9.1 แสนล้านบาท (ขึ้นกับระยะเวลาที่ใช้ในการระบายข้าวคงเหลือ) และก่อให้เกิดต้นทุนต่อสังคมที่สูงกว่าประโยชน์ของโครงการถึง 1.2 แสนล้านบาท

ประการที่สอง จากแบบจำลองตลาดข้าวพบว่ามูลค่าการทุจริตจากการระบายข้าวในราคาต่ำมีมูลค่าขั้นสูงถึง 7.7 หมื่นล้านบาท มีมูลค่าการทุจริตรวม 1.02 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 4.5 หมื่นล้านบาท และการขายข้าวให้พรรคพวกในราคาต่ำ 2.2 หมื่นล้านบาท

ประการที่สาม ผลสำรวจทัศนคติกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมดเห็นด้วยในระดับสูง ว่ามีการทุจริตในโครงการและมีการทุจริตอยู่ในทุกระดับของการดำเนินงาน และการสำรวจภาคสนามพบกิจกรรมแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจกันอย่างแพร่หลาย การประเมินพบว่าค่าเช่าทางเศรษฐกิจมีมูลค่า 5.85 แสนล้านบาท

ประการที่สี่ รัฐบาลบริหารจัดการนโยบายรับจำนำข้าว แบบขาดความรับผิดชอบต่อประชาชนและรัฐสภาปล่อยปละละเลยปัญหาการทุจริตในการระบายข้าว ไม่ใส่ใจกับรายงานข้าวหายจากโกดังกลาง โกหกประชาชน และการปิดบังข้อมูลการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐการปล่อยให้ค่าใช้จ่ายของโครงการรับจำนำบานปลาย โดยไม่เคยมีความพยายามที่จะจัดทำ บัญชีของโครงการรับจำนำข้าว

การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

งานวิจัยนี้ให้ข้อเท็จจริงและความเสียหายจากการทุจริตของนโยบายรับจำนำข้าวต่อสาธารณะ ผ่านการอภิปรายในงานสัมมนาที่จัดโดยหน่วยงานต่างๆ การเขียนบทความตีพิมพ์ในสื่อ และการให้สัมภาษณ์แก่สื่อทั้งในและต่างประเทศทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลและมีความเข้าใจเรื่องผลกระทบและความเสียหายจากการรับจำนำข้าวนำไปสู่การสั่งตรวจสต๊อกและคุณภาพข้าวของรัฐบาล รวมทั้งการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ใช้รายงานวิจัย และขอให้ผู้วิจัยให้ปากคำเชิงวิชาการเกี่ยวกับการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อใช้ประกอบการจัดทำสำนวนฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องจำนวน 2 คดียิ่งกว่านั้น งานวิจัยนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้การดำเนินนโยบายของรัฐเกิดความโปร่งใส มีความรับผิดและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเฉกเช่นนโยบายรับจำนำข้าวปี 2554/55 ถึง ปี 2556/57

จุดเด่นของงานวิจัย

งานวิจัยนี้สามารถให้ข้อเท็จจริงด้านความเสียหายจากการทุจริต และผลกระทบอื่นๆ ของนโยบายรับจำนำข้าวต่อสาธารณะ โดยเป็นงานแรกที่สามารถประมาณการมูลค่าความเสียหายจากการทุจริตในการระบายข้าว ประโยชน์ที่ตกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกฝ่าย ต้นทุน การดำเนินงาน และความเสียหายที่นับเป็นตัวเงินได้ เช่น การส่งออกที่ลดลง ความสูญเสียจากคุณภาพข้าวในโกดังกลาง และความสูญเสียจากการแทรกแซงตลาดข้าวที่มีการแข่งขัน ซึ่งสามารถสร้างความตระหนักถึงการทุจริตในโครงการรัฐบาล สร้างความความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทุจริต นำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิด ในเรื่องการทุจริต

เคล็ดลับความสำเร็จในการทำงานวิจัย

ความสำเร็จของงานวิจัยขึ้นกับปัจจัยหลายปัจจัย บางครั้งอาจเป็นเพราะโชคช่วยแต่ที่สำคัญคือ งานวิจัยทุกเรื่องต้องเริ่มจากการตั้งคำถามและกำหนดแนวคิดที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หากไม่ตรงกัน นักวิจัยก็ต้องปรับเปลี่ยนคำถามและแนวคิดเสียใหม่นักวิจัยจึงต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน ยิ่งกว่านั้นการตั้งคำถามและการกำหนดแนวคิดในการวิจัยควรเป็นกระบวนการที่ผู้วิจัยทุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้น

trfaward-07-05

หัวหน้าโครงการ

รศ. ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร

มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

 

trfaward-07-04

คณะนักวิจัย

 

trfaward-07-01

trfaward-07-02

trfaward-07-03